
วันนี้กับครูลพ บุรีรัตน์จับปากกาปั้นศิรินทรา
ได้รับพระราชทานรางวัลพระพิฆเนศทอง สัปดาห์ที่ผ่านมา ครูลพ บุรีรัตน์ ปลาบปลื้มใจ เพราะเป็นรางวัลที่เคยได้รับมาตั้งแต่แต่ครั้งที่ 1 และว่างเว้นไปจนกระทั่งมาถึงครั้งที่ 7 ที่ผ่านมา ศิลปินแห่งชาติ ครูวิเชียร คำเจริญ หรือลพ บุรีรัตน์ เปิดใจถึงชีวิตในวัย 75 ปี
สุขภาพครูเป็นอย่างไรบ้างช่วงนี้
***เรื่องสุขภาพตอนนี้ไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่นัก แต่ยังทำงานได้ ไปไหนได้ ออกกำลังกายคนเดียวได้แต่เวลาไปทำงาน ต้องมีคนคอยจูง คือการทรงตัวมันไม่เท่ากัน ตอนแรกเราก็ไม่เข้าใจเรื่องกินเหล้ามาก ผมกินไม่มากวันหนึ่งครึ่งกั๊ก กินกับเยอะ มีวันที่ 11 กันยายน 2547 ที่ผ่านมา เขาพาไปเลี้ยงกัน ผมเลิกเหล้าแล้วนะตอนนั้นเพราะรู้สึกไม่ดี ผมกินไวน์คูลเลอร์แต่คนอื่นกินเหล้า ชนกันไปชนกันมาเกิดลืมไปกินเหล้ากับเขา เมาแต่ขับรถกลับบ้านได้ แต่พอตอนตี 4 บ้านหมุนควํ่าเลย จากนั้นมาร่างกายมันก็อ่อนแอ เดี๋ยวนี้ผมจะใช้วิธีเดินออกกำลังในบ้านให้ได้หนึ่งพันก้าว ยกนํ้าหนัก 90 ครั้งวันละ 20-30นาที แต่เรื่องความจำยังดีอยู่
เรื่องการเขียนเพลงยังทำอยู่หรือไม่
*** เรื่องเพลงจำได้ เขียนยังได้ตอนที่ผมนอนโรงพยาบาลผมก็แต่งเพลง ตอนนั้นชัย ศิษย์ประเสริฐ โทรมาถามว่าครูอยู่ไหนบอกว่าไม่สบายอยู่โรงพยาบาล เขาบอก แต่งเพลงให้ผมหน่อย ผมเลยเขียนเพลง "ติดป้ายไว้ปลายเตียง" ให้ไป หมอก็ห้ามแต่เราแอบๆ เขียน (หัวเราะ) แต่งไปสองเพลง เราต้องเขียนเพลงตลอดไม่ให้สมองมันหยุด
ทุกวันนี้เขียนเพลงแนวใหม่บ้างไหม
*** ก็เขียนเพลงแนวตัวเอง ผมจะไม่เขียนตามแนวใคร มีเพลงร่วมสมัยก็มี เพลงสำเนียงสุพรรณดีๆ ก็ยังมี เพลงวัยรุ่นหน่อยก็มีที่แต่งไว้พอเราแต่งร่วมสมัยเขาก็บอกว่ามันไม่ใช่ เมื่อไม่ใช่ผมก็เขียนอย่างที่คุณบอกไม่ได้ ผมต้องทำแบบผม ครูไพบูลย์ บุตรขันสอนผมมาแบบนี้ผมก็ทำแบบนี้ ฉันทลักษณ์รูปแบบทุกอย่างของเพลงเป็นอย่างไร คำครุ ลหุ คำสั้น คำยาวที่จะมาต่อกัน ถ้ามันไม่ใช่อย่าทำ ครูไพบูลย์ บุตรขันสอนมาว่าเขียนให้มันถูกเข้าไว้ เพลงไม่ดังช่างมันคนเขารู้เอง พอเขามาดูเพลงเขาจะรู้เลยว่าคนนี้เก่งหรือไม่เก่ง
ไม่เขียนเพลงเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือบ้างหรือครับ
*** เขาเขียนกันจนเต็มหมดแล้ว ผมจะไปเขียนทำไม (หัวเราะ) ตัวผมเป็นแบบเนี้ยผมจะมองสลับสับเปลี่ยนกันไป ถ้าตรงนี้เต็ม ผมจะไม่เขียนแล้ว ผมจะย้อนกลับมาที่มันว่างๆ ตอนนี้เรื่องเหงามันเต็มหัวไปหมดแล้ว และทำนองมันก็อย่างเดิม ถ้าผมจะเขียนผมจะย้อนหลังมาสู่ที่ว่าง เหมือนสมัยหนึ่งภมร อโนทัย เขาทำเพลง สมศรี 1992 เพลงนี้เนื้อหาถอยหลังมา 30 ปี นั่นคือคนที่ทำงานถูกต้อง ผมมองไม่เหมือนใคร เพลงที่มันเปลี่ยนยุคมาผมมองความแปลกแบบผม เพลง อื้อฮือหล่อจัง กระแซะเข้ามาซิ ผู้ชายในฝัน ผมไม่ตามใครผมจะย้อนศร ขนาดมีคนส่งเพลงมาให้ตรวจว่าถูกต้องไหม ผมก็ไม่ดู ผมส่งคืนทันที มันเสียนะถ้าไปดูของเขา ผมไม่เอาเลย คนเราความคิดเหมือนกันได้ ถ้าเราไปดูเพลงคนอื่นแล้วเขียนออกมาตรงกับเขาๆ จะพูดได้ว่าเราเอาเพลงของเขามา ครูไพบูลย์ บุตรขัน สั่งมาว่าห้ามแก้เพลงคนอื่น ห้ามติเพลงคนอื่น ไม่ถามอย่าบอก ผมเคยติเพื่อนทีนึ่งโกรธผม 3 เดือนจากนั้นมาผมไม่ยุ่งกับใครอีกเลย
นักร้องคนล่าสุดที่เขียนเพลงให้คือใคร
*** ศิรินทรา นิยากร เพลงใหม่ก็มีเพลง "คืบหนึ่งก็เธอศอกหนึ่งก็เธอ" "รอยจูบบนหลังมือ" "เปิดประตูใจ" ส่วนเพลง "อุทิศหัวใจ" เป็นเพลงเก่า สมัยก่อนผมเป็นคนแรกที่แต่งเพลงให้ศิรินทรา คือเพลง "หลงมนต์คนเอฟเอ็ม" จริงๆ แล้ว อัลบั้ม ”สาวนาสั่งแฟน” ที่พุ่มพวงร้องนี้ผมแต่งให้ ศิรินทรา แต่บริษัทเขาไปแบ่งครึ่ง สาวนาสั่งแฟน ไอ้ผึ้ง (พุ่มพวง ดวงจันทร์) ได้ไป "หลงมนต์คนเอฟเอ็ม" ศิรินทราได้ไป คนมันจะดัง ผึ้งมันก็ไม่รู้หรอก ตอนหลังผมเลยตั้งกฎของผมขึ้นมาว่าเพลงผมแต่งไป 1 อัลบั้มห้ามแบ่งครึ่ง ผมดูแล้วว่านักร้องคนไหนเหมาะกับเพลงไหน ตอนหลังเขาถึงยอมผม
ตอนช่วงที่ผมเลิกแต่งเพลงไปหนึ่งปี เขาก็ไปเอาเพลง ”คนดังลืมหลังควาย” ของครูฉลอง ภู่สว่าง มา ทีนี้เปิดแล้วมีชื่อขึ้นมา ไอ้ผึ้งนึกว่าตัวมันดัง เขาก็จำนองบ้านล่องใต้ไปทำเดินสายเจ๊งครับ เพราะเพลงมันดังอยู่ข้างในกรุง แต่ดันไปล่องใต้ กลับมาเขาก็จะเลิกวง ไกรสรมาบอกผมว่าครูบอกผึ้งให้ร้องเพลงต่อไปเขาจะเลิกจะไปทำร้านอาหารที่อเมริกา ผมก็บอกเขาว่านักร้องระดับนี้เดี๋ยวมันก็ดังเอง บริษัทโทรมาหาผมก็ไม่เข้าไป เขาเลยโทรเลขมา เขาให้เพลงละ 3,000 ผมขอ 5,000 เขาก็ให้ อัลบั้มใครอัลบั้มมันเขาก็ให้ ผมให้ใช้สัญญาของสมาคมดนตรี ห้ามแยกเพลง ผมแต่งเพลง อื้อฮือหล่อจัง,กระแซะเข้ามาซิ, นอนฟังเครื่องไฟ, หัวใจว้าเหว่ มันดัง 5 เพลงในอัลบั้มนี้ เขาบอกว่าครูเอาอีกอัลบั้มหนึ่ง ผมถามว่าก็อัลบั้มยังขายอยู่ เขาบอกว่าจะขายสองอัลบั้มเลยผมเลยแต่ง ห่างหน่อยถอยนิด, ผู้ชายในฝัน ให้
แล้วชุดใหม่ของศิรินทราเป็นยังไง
*** เขานับถือผึ้งมาก เขาอยากสืบทอดเขาอยู่ในยุคเดียวกัน เพลง "เปิดประตูใจ" แต่เขาไปเติมเป็น "เปิดประตูหัวใจ" "อุทิศหัวใจ" "ฉันรักขโมย" ผมคิดว่าสมัยนี้เพลงมันคงดังยากเพราะว่าทุกบริษัทไม่ยอมเชียร์ให้เพลงดัง ทำเพื่อโชว์อย่างเดียวเพราะทำเพลงดังก็ถูกก๊อบปี้ สู้เพลงโชว์ เพลงโหลดไม่ได้ เขาหากินกันแบบนี้เท่านั้นเอง ชุดนี้ของศิรินทราก็โชว์ได้แต่เรื่องโหลดอยู่ที่บริษัทเขาทำแบบไหน ครูก็ขอฝากอัลบั้ม "เท่าไหร่ถึงจะพอ" ของศิรินทราไว้ด้วย ถ้าศิรินทราจะมีวาสนาตรงกันเหมือนพุ่มพวง ดวงจันทร์ มันจะดังมันก็ดังเอง เพลงบางทีเราว่าจะดังมันกลับไม่ดัง ที่เราบอกไม่ไม่ดังมันกลับดังก็มี เพลงถูกที่สุดสวยที่สุดไม่ดัง เพลงที่ผิดที่สุดกลับดังก็มี เพลงที่ไม่ถูกลักษณะสัมผัส ครุ ลหุ อะไรก็แล้วแต่มีโอกาสดังได้ทั้งนั้น
วันนี้ของครูลพ บุรีรัตน์ ยังคงเป็นครูเพลงอารมณ์ดี ความจำเยี่ยม และทำงานแต่งเพลงไม่หยุด เมื่อไม่มีงานข้างนอก ครูจะออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหัวค่ำและยังติดตามข่าวสารในวงการ โดยครูชอบดูละครเรื่อง ”365 วันแห่งรัก” ด้วย



