
มองผ่านเลนส์คม - ข้าวเหนียวดำกับกล้วยหิน
ข้าวยำปัตตานีกับข้าวยำจะนะต่างกันเล็กน้อย ของจะนะมีเส้นหมี่หุนผัดโปะบนข้าว เพื่อนพ้องคนท้องถิ่นบอกว่า "ของที่นี่มีจีนผสม" แต่จะอร่อยหรือไม่ตัวชี้ขาดคือน้ำบูดูราดคลุกข้าว ไม่ว่าปัตตานีหรือจะนะก็ตาม
เช้ามืดวันที่ 29 ตุลาที่ผ่าน ผมนั่งกินข้าวยำไก่ทอดอยู่ในตลาดแขกอำเภอจะนะ อดีตศึกษานิเทศก์ เดชา มิตรสุริยะ เป็นเจ้าภาพ อิ่มแล้วย้ายมานั่งคุยกันหน้า "ร้านนูรูลฮูด้า" ร้านขายอุปกรณ์เลี้ยงนกเขาชวากับนกกรงหัวจุกชื่อดังของอำเภอ คุยกับ มารีนา ชอบงาม เจ้าของร้านซึ่งเป็นพี่สาวแท้ๆ ของ เริงวุฒิ มิตรสุริยะ ผู้เขียนหนังสือประวัติศาสตร์อ่านง่ายหลายเล่ม
ใครได้อ่านคอลัมน์นี้ตั้งแต่ตอนแรกๆ ผมเคยเขียนเกี่ยวกับข้าวเหนียวดำของดีอำเภอท่าศาลา ว่าถูกเหมาซื้อตั้งแต่ยังยืนต้นเขียวๆ แล้วส่งไปมาเลเซีย ส่วนจะเอาไปกินหรือขายส่งต่อประเทศไหนผมไม่ทราบจริงๆ
ไปจะนะเที่ยวนี้ได้คำตอบ เมื่อเห็นเม็ดข้าวเหนียวดำป่นหยาบๆ ใส่ถุงเล็กบ้างใหญ่บ้างปนกับถุงข้าวบาร์เล่ย์และข้าวไรน์จากออสเตรเลีย มารีนาให้คำตอบว่า ข้าวเหนียวดำเป็นอาหารนกเขากับนกกรงหัวจุกอย่างดี ให้นกกินเป็นยาระบาย ในภาคใต้มีพลเมืองนกอยู่หลายแสนตัว รวมถึงทางมาเลเซียที่เพื่อนๆ ชาวมุสลิมยืนยันว่าเขาไม่ปลูกข้าวเหนียว แต่เลี้ยงนกเขาชวาจำนวนมาก จึงได้คำตอบว่าข้าวเหนียวดำจากท่าศาลาเป็นสุดยอดอาหารและยานก มารีนาบอกว่าเดี๋ยวนี้ราคาซื้อถังละ 600 บาท แพงกว่าข้าวหอมมะลิเสียอีก
นอกจากข้าวเหนียวดำ กล้วยหินก็เป็นอาหารจานโปรดของนกกรงหัวจุก กล้วยสุกกล้วยแก่นับสิบหวีที่วางบนโต๊ะร้านขายอุปกรณ์เลี้ยงฟากตรงกันข้าม ทีแรกผมเข้าใจว่าเป็นกล้วยน้ำว้า เพราะรูปทรงใกล้เคียงกันมาก ทั้งผลและหวี มารีนายิ้มก่อนบอกว่าไม่ใช่กล้วยน้ำว้า แต่เป็น ‘กล้วยหิน’ ที่ผลเป็นมุมเป็นเหลี่ยม ไม่มนเหมือนกล้วยน้ำว้า เหตุที่กล้วยหินเป็นที่นิยมเพราะว่า “ไม่ส้ม” คือ ผลสุกหง่อมจนเปลือกดำก็ไม่เปรี้ยวยุ่ยอย่างกล้วยน้ำว้า เอาใส่กรงให้นกกินได้หลายวัน ในตลาดจะนะขายหวีละ 28 บาท ถ้าส่งถึงชลบุรีอยู่ที่หวีละ 60 บาทขึ้นไป
แหล่งกำเนิดกล้วยหินอยู่ที่อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา เล่าว่าพบครั้งเมื่อปี 2488 กล้วยพันธุ์นี้งอกงามตลอดสองฝั่งแม่น้ำปัตตานีที่ตำบลบาเจาะ ถือเป็นของดีประจำจังหวัดที่สำนักงานเกษตรยะลากำลังส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกเพราะตลาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
ต่อมามีคนพบกล้วยหินที่แหล่งอื่นๆ เช่น เบตง ธารโต กรงปินัง โคกโพธิ์ เขาตูม ยะรัง ทุ่งยางแดง กะดุนุง สายบุรี รามัน เป็นต้น ผู้เกี่ยวข้องกำลังศึกษาพัฒนาการของสายพันธุ์กล้วยหินกันอยู่
ขณะนี้ธุรกิจหน่อกล้วยหินกำลังขยับตัว ซื้อขายกันหน่อละ 60-80 บาท คนเลี้ยงนกอยากปลูกกล้วยกินไว้ใช้เองไปซื้อมาปลูก โชคดีได้พันธุ์แท้ ถ้าโชคไม่ดีอาจได้ของเทียม...
กระนั้นผมก็ยังไม่แน่ใจว่ากล้วยหินพันธุ์พอออกจากถิ่นกำเนิดข้ามไปภาคอื่นๆ จะกลายพันธุ์หรือเปล่า
"จำลอง ฝั่งชลจิตร"



