บันเทิง

2010 ของปีเสือ
หนังดีหลายเรื่องไม่ได้เงิน !

2010 ของปีเสือ หนังดีหลายเรื่องไม่ได้เงิน !

05 พ.ย. 2553

ไม่ค่อยแน่ใจนักว่า หนังที่ดีเหลือเกินอย่าง 'Inglourious Basterds' นั้น ได้เงินถึง 50 ล้านในบ้านเราไหม (เนื่องเพราะความรุนแรงเหมาะกับแมสฯ บ้านเรามาก) แต่ก็คิดว่า ถ้างานชิ้นนี้ของอดีตพนักงานร้านวิดีโอเช่าอย่าง เควินติน ตารันติโน ไม่ได้เงิน

  มันก็ยังเป็นหนังที่ได้เงินในกลุ่ม ในหมวด ในฟากของหนังดีที่ไม่ได้เงินอีกเพียงแค่เดือนเศษๆ เท่านั้น ปีเสือ ปีดุ 2010 ของสังคมไทยก็กำลังจะผ่านเลยไป ผมลองใช้เวลาพักร้อนในช่วงสัปดาห์นี้ นั่งคิดอะไรๆ ย้อนหลังในระหว่างวันหนึ่งเต็มๆ ที่ไปนอนเล่นในสวนลุม

 พอมาถึงอุตสาหกรรมภาพยนตร์นั้น ผมรู้สึกว่านี่เป็นรอบในหลายๆ ปีที่หนังดีๆ ขนาดปานกลางจนถึงเล็ก เกิดอาการ “ตับวาย” เฉียบพลัน จะฉายโรงเล็กโรงใหญ่ จำกัดโรงหรือไม่จำกัดโรง จะฉายอ้อมๆ ตรงๆ ล้วนตายสนิท

 บางคนอาจจะเถียงว่า Hurt Locker ไง อันนั้นเป็นข้อยกเว้นครับ เพราะมันได้รางวัลแบบกวาดหมดหลายสถาบัน

 ถ้าลองหนังเรื่องนี้ไม่ได้เข้าชิงหรือได้ออสการ์ รับรองคงได้เงินน้อยมากในบ้านเราระหว่างนั่งนึกย้อนหลังตั้งแต่ต้นปี หนังหลายเรื่องค่อยๆ ผุดขึ้นมาในหัว Up in the Air, Precious, UP, Julie & Julia, The Last Station} The Blind  Side, Eat Pray Love, It’s complicated, Burma VJ, A Single Man, Serious Man และอื่นๆ อีกมากมาย

 แต่เอาจากรายชื่อที่ว่ามา ทุกเรื่องตายตั้งแต่อยู่ในครรภ์แบบไม่ประหลาดใจ มีอะไรบ้างที่น่ามองจากแง่มุมเหล่านี้

 เราจะเห็นว่าหนังทุกเรื่องที่ว่ามานั้น เน้น content และงดการเล่าเรื่องแบบ hollywood’s style ซึ่งมักใช้ spectacles ถล่มใส่คนดูแบบ drag me to hell หรือ “อินทรีแดง” นั่นหมายความว่า ตัวหนังมันมีความสง่างามที่ว่า

 ขณะที่มันกำลังฉายอยู่บนจอนั้น มันก็ทำการ “เรียกร้อง” ให้คนดูจะต้องใช้ความคิดในการมองหนังไปด้วย
ไม่ใช่มานั่งดูเฉยๆ เพื่อหวังเฮๆ แบบ “ผีชีวะ” หรือ Iron Man 2 ซึ่งเป็นผู้ท้าชิงการเป็นหนังทำเงินแห่งปี 2010 ไปเรียบร้อยแล้ว

 มีคนตั้งคำถามว่า อุตสาหกรรรมหนังในบ้านเรานั้น เคลื่อนไหวและเปลี่ยนผ่าน ผมว่าไม่จริงสักเท่าไหร่ ที่ว่าไม่จริง ก็ดูจากสถิติและรายได้ของหนังภาพรวมทั้งปี

 แต่เราเข้าใจผิดต่างหากที่ว่าอุตสาหกรรมหนังเคลื่อนพลิกผันไป คนไทยไม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมในการดูหนังหลากทางขึ้นหรอก คนไทยแค่อยากดูหนังที่มีรูปแบบใหม่ๆ แต่ยังคงต้องอยู่บนพื้นฐานตื่นเต้น ตกอกตกใจ และสนุกสนานแบบที่เราต้องการ หรือพูดอีกมุมหนึ่ง หนังต่างหากที่มีความหลากหลายในการทำออกมา หรือกล้าซื้อเข้ามาฉาย

 ก่อนจะพบความจริงอย่างหนึ่งว่า สังคมไทยก็ยังต้องการเสพหนังในกระแสเหมือนเดิมนั่นเอง ตัวเลข 130 ล้านบาทของหนังผีชีวะเอย iron man 2 เอย หรือ กวนมึนโฮ บอกหลายอย่างกับเราอย่างชัดเจน (ซึ่งไม่ได้หมายความว่าหนังสองเรื่องหลังเป็นหนังไม่ดี)

 เป็นเรื่องยากมากที่คนไทยจำนวนหนึ่ง จะไม่ตั้งคำถามว่า ดู Julie & Julia มันสนุกตรงไหน หรือดู Serious Man แล้ว อยากจะขว้างตั๋วทิ้ง แม้แต่ดีขึ้นมาหน่อยดูง่ายอย่าง Eat Pray Love ก็ไม่มีไคลแมกซ์แบบที่อยากให้เป็น ความนี้ อาจรวมถึง Up in the Air ที่ผมชอบด้วย

 แต่มันไม่เรื่องพลิกล็อกนะครับ เพราะก่อนหนังอย่าง Eat Pray Love กับ Up in the Air เข้าโรงหนังนั้น ผมก็พนันสุกี้หม้อใหญ่กับนักวิจารณ์รุ่นพี่ 2 คนว่า หนังสองเรื่องนี้ ไม่มีวันได้เงินในสังคมไทยรุ่นพี่สองคนนั้นถามระหว่างพาไปกินสุกี้ว่า ทำไมคิดแบบนั้น ผมตอบว่า

 “หนังที่ชวนให้ความคิดน่ะ ไม่ค่อยได้ตังค์ในบ้านเรา” (ฮา)

"นันทขว้าง สิรสุนทร"