
หนังไทยใน World Film Festival #8
"หนังคือบันทึกทางประวัติศาสตร์ ภาพ-เสียง และเรื่องราวที่ปรากฏอยู่ในนั้น จะอยู่ต่อไปอีกนับร้อยปี" ศิวโรจน์ คงสกุล ผู้กำกับหนังเรื่อง ที่รัก (Eternity) บอกเอาไว้อย่างนั้น หลังถูกถามถึงแรงบันดาลใจในการทำหนังที่ได้รับเกียรติให้ฉายเปิดเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งก
"หนังเล่าถึงความรักของพ่อแม่ผมครับ แม้ท่านจะไม่ได้เป็นคนโด่งดังมีชื่อเสียง แต่ก็เป็นบุคคลสำคัญในชีวิตผม ที่ต้องการจำลองเรื่องราวของท่านเอาไว้ บันทึกเป็นเสี้ยวหนึ่งของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์"
คุณพ่อของศิวโรจน์ เป็นชาวจ.ลพบุรี เสียชีวิตไปตั้งแต่เขายังเด็ก ส่วนคุณแม่ทุกวันนี้รับราชการครูอยู่ในกรุงเทพฯ...ศิวโรจน์ ทำหนังสั้นมามากมายหลายเรื่อง พอมาถึง “ที่รัก” โปรเจกท์หนังยาวเรื่องแรกในชีวิต เขาต้องตระเวนขอทุนตามเทศกาลหนังในต่างประเทศหลายแห่ง ก่อนจะได้ทุนก้อนแรกจากเทศกาลร็อตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ และไปคว้าทุนก้อนใหญ่จากเทศกาลหนังปูซาน เกาหลีใต้ รวมทั้งส่วนหนึ่งจากทุนไทยเข้มแข็งของสำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม
พ่อและแม่ของศิวโรจน์ พบรักกันที่ลพบุรี ตัวเขาเองก็เกิดและเติบโตที่นั่น หนัง “ที่รัก” ของเขา จึงถ่ายทำในจ.ลพบุรีตลอดทั้งเรื่อง ศิวโรจน์บอกว่า แม้เวลาจะเลยผ่านมาหลายสิบปี แต่สภาพบ้านช่องเรือนชานยังไม่เปลี่ยนแปลงไปสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะละแวกบ้านของคุณพ่อ
"ผมถ่ายหนังด้วยความอบอุ่น เหมือนได้กลับไปอยู่ใกล้ๆ คุณพ่อ ระหว่างถ่ายทำญาติๆ ของท่านก็ให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี คุณแม่แวะเวียนมาดูบ้าง มาให้กำลังใจ เอาขนมมาฝากทีมงาน" ศิวโรจน์ เล่าถึงบรรยากาศในการถ่ายทำหนังให้ฟัง
ทันทีที่ผู้กำกับหน้าใหม่คนนี้ ตัดสินใจนำเรื่องราวความรักของพ่อแม่ มาทำเป็นหนัง เขาเริ่มต้นเขียนพล็อตโดยมีคุณแม่เป็นที่ปรึกษา... "ท่านแทบจะไม่มายุ่งกับหนังของผมเลยครับ นอกจากถ่ายทอดความทรงจำ เมื่อครั้งอดีตระหว่างท่านกับคุณพ่อ"
ตั้งแต่ถ่ายทำแล้วเสร็จ จนตัดต่อและนำออกฉายในเทศกาลปูซานเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ศิวโรจน์ ไม่เคยเอาหนังมาให้แม่เขาดูเลย ทั้งๆ ที่หนังถ่ายทำด้วยระบบดิจิทัล ง่ายต่อการคอนเวิร์ท ไฟล์ลงแผ่นดีวีดี เพื่อเปิดดูด้วยเครื่องเล่นทั่วไป... "ผมอยากพาท่านไปดูในโรงหนัง บนจอใหญ่ๆ มากกว่า วันนั้นผมจะพาญาติๆ ที่ลพบุรี มาดูด้วยกัน"
“ที่รัก Eternity” ฉายเปิดเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพ ครั้งที่ 8 ในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ เวลา 20.00 น. ณ โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย สยามพารากอน รอบปกติ (สำหรับผู้ชมทั่วไป) ฉายวันที่ 10 พฤศจิกายน เวลา 15.00 น. ณ พารากอนซิเนเพล็กซ์โรงที่ 10 พร้อมกิจกรรม Q&A ผู้กำกับและนักแสดงร่วมพูดคุยกับผู้ชมในโรงหลังหนังจบ
"ต้องยอมรับว่า ทุกวันนี้ สังคมไทยหลายๆ ครอบครัวยังมีปัญหา ตั้งแต่เรื่องช่องว่างระหว่างวัยของพ่อแม่และกับลูกๆ วัยรุ่น ไปจนถึงเรื่องการปิดกั้นการแสดงออกทางเพศสภาพของคนในครอบครัว ปฏิเสธไม่ได้ว่า เรื่องเหล่านี้มีอยู่จริง แต่เรามักเห็นเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่สลักสำคัญ เหมือนกับแมลงในสวนหลังบ้าน นั่นแหละ"
ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฎ์ พูดถึงหนังเรื่องใหม่ของเธอ “Insects in the Backyard” ที่จะเข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพ ครั้งที่ 8 ในวันเสาร์ที่ 6 และจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายนนี้
"คุณกอล์ฟ" เป็นคนทำหนังสั้น ที่มีผลงานมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ทำงานศิลปะเพื่อสังคมมาก็เยอะ ที่สำคัญงานส่วนใหญ่ของเธอ ล้วนสะท้อนเพศสภาพของคนในสังคม ทั้งเกย์ กะเทย โฮโมฯ หรือไบเซ็กชวล บุคคลเหล่านี้ ล้วนมีตัวตนอยู่ในสังคม ใช้ชีวิตเฉกเช่นเราๆ หาได้ผิดแผก เป็นคนไม่ปกติแต่อย่างใด "กอล์ฟ" พยายามบอกว่า "เขา" และ "เธอ" เหล่านั้น คือส่วนหนึ่งในสังคม ที่ดำเนินชีวิตอยู่ร่วมกับเรา หาได้เป็นคนแปลกแยก
"กอล์ฟ ก็เป็นกะเทยค่ะ แต่ไม่ต้องมาเรียกเราว่าเป็นเพศที่สามก็ได้ เพราะธรรมชาติกำหนดมาให้เรามีแค่สองเพศคือชายกับหญิงเท่านั้นแหละ จะมองเราเป็นใครก็ได้ แต่เราไม่ใช่คนป่วยไข้ ไม่ต้องมาเห็นใจเรา เราแค่เป็นคนที่เลือกทางเดินชีวิตในแบบที่เราต้องการ และสุดท้ายเราก็เป็นส่วนหนึ่งในสังคมเหมือนทุกๆคน" ธัญญ์วาริน อรรถาธิบายความคิดของเธอเอาไว้แบบนี้
ด้วยความที่หนัง “Insects in the Backyard” พูดถึงหลืบมุมในครอบครัวของสังคมที่เรามักมองข้าม หรือเฉยเมยที่จะใส่ใจต่อมัน เนื้อหาบางตอน ภาพที่ถูกนำเสนอออกมาในบางฉาก จึงอาจไม่เหมาะกับเด็กและเยาวชนที่ยังไม่มีวุฒิภาวะพอ (จะมีเจ้าหน้าที่คอยคัดกรองผู้ชมอีกทีที่หน้าโรง) และก็ไม่มีชื่อเป็นภาษาไทย เพราะคุณกอล์ฟบอกว่า ยังหาถ้อยคำที่จะสามารถสื่อสารประเด็นในหนังได้ออกมาต้องตรงตามความหมายอย่างที่เธอต้องการ “Insects in the Backyard” จึงเป็นหนังไทยชื่ออังกฤษเพียงเรื่องเดียวในเทศกาลครั้งนี้ โดยทั้งสองรอบที่เข้าฉายจะมีกิจกรรม Q&A ที่ผู้กำกับและนักแสดงมาร่วมพูดคุยกับผู้ชมหลังหนังจบลงด้วย
เช็กรายละเอียดรอบฉายอีกครั้งที่ www.worldfilmbkk.com
"ณัฐพงษ์ โอฆะพนม"



