บันเทิง

คมเคียวคมปากกา - ยุคทรานซิสเตอร์

คมเคียวคมปากกา - ยุคทรานซิสเตอร์

03 พ.ย. 2553

วันเสาร์ที่ผ่านมา ผู้อาวุโสวงการน้ำหมึก- เปลว สีเงิน เขียนเรื่อง "เอาวิทยุทรานซิสเตอร์คืนมา" โดยพี่เปลวอ้างถึงข้อเสนอของพี่มานะ แพร่พันธุ์ ผู้ก่อตั้ง นสพ.บ้านเมือง ซึ่งปัจจุบันไปทำไร่ ทำสวนอยู่แถวถิ่นแร้งคอย ริมลำน้ำป่าสัก

  พี่มานะบอกว่า "วิทยุทรานซิสเตอร์" น่าจะกลับมาเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างรัฐกับชาวบ้านแถบถิ่นชนบท
 "สมัยก่อน ทรานซิสเตอร์เป็นเครื่องมือเชื่อมคนกับข่าวสารทั่วถึง แต่ยุคนี้เป็นยุคดาวเทียม อะไรๆ ก็ต้อง 3 จี 4 จี ทรานซิสเตอร์นั่งฟังบนหลังควายไม่มี ประเภทวิทยุกระเป๋าหิ้วติดตัวไม่มี มีแต่ติดหูสำหรับเปิดแผ่นดิสก์ แผ่นซีดี แผ่นเอ็มพีฟัง เรียกว่าเทคโนโลยีมันข้ามคนไป ผลิตแต่เครื่องฟังเพลง ไม่ผลิตเครื่องฟังข่าวที่เรียกว่าวิทยุพกติดตัว"

 พี่เปลวย้อนอดีต พร้อมกับสนับสนุนข้อเสนอของพี่มานะ จึงลงเขียนเชียร์ให้มีการผลิตวิทยุทรานซิสเตอร์
 "สมัยนี้แค่วิทยุทรานซิสเตอร์มันระดับของเล่น สนับสนุนให้วิทยาลัยอาชีวะที่ไหนสักแห่ง ปลุกตลาดไอ้หนุ่มทรานซิสเตอร์ขึ้นมา ด้วยการผลิตวิทยุทรานซิสเตอร์ออกจำหน่ายถูกๆ ในเชิงยุทธศาสตร์-ยุทธวิธีทางข่าวสาร"

 ประเด็นนี้ ผมขอเสริมพี่ใหญ่คนปลายซอยสักนิดว่า ชาวบ้านร้านถิ่นยังฟังวิทยุทรานซิสเตอร์อยู่ หรือไม่ก็ฟังวิทยุจากมือถือราคาถูกแสนถูก

 เดี๋ยวนี้ไอ้หนุ่มอีสาวลูกทุ่ง พกมือถือไปเลี้ยงควายบนโคกบนเขา มือถือเป็นทั้งเครื่องรับวิทยุ และใช้ส่งข้อความ SMS ไปขอฟังเพลงโปรดจากดีเจบ้านทุ่ง

 ไม่งั้น "สถานีวิทยุชุมชน" จะไม่เบ่งบานประมาณว่า 5-6 พันแห่งหรอกครับ
 จะว่าไปแล้ว ทุกหมู่บ้านย่านตำบลล้วนมี "คลื่นชุมชน" เป็นเสมือนสินค้าโอท็อป คอลูกทุ่งคงจำเพลง "ไอ้หนุ่มชุมชน" ของ ศร สินชัย ที่บอกเล่าความสัมพันธ์ของสถานีวิทยุกับคนบ้านนอก

 ที่น่าเศร้า ตรงที่ภาครัฐไม่ใช้วิทยุชุมชนที่มีอยู่เต็มบ้านเต็มเมืองให้เกิดประโยชน์ แถมมองวิทยุชุมชนเป็นเรื่องปัญหาการเมืองมากจนเกินไป

 วิทยุชุมชนการเมืองมีอยู่จริง แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด ขณะเดียวกัน ภาครัฐพยายามใช้สถานีวิทยุของทหาร ตำรวจ และกรมประชาสัมพันธ์ เป็นเครื่องมือต่อสู้ในทางการเมือง ซึ่งเป็นกลยุทธ์โคตรโบราณ

 ฉะนั้น สิ่งที่พี่เปลววาดหวังว่าหากมีการแจกวิทยุทรานซิสเตอร์ ก็จะทำให้ชาวบ้านได้รับประโยชน์ อาจไม่เป็นจริง หากเรายังมีรัฐบาลไร้วิสัยทัศน์ และมีภาคราชการที่ยังทำงานแบบเดิมๆ

 "แค่ทรานซิสเตอร์ 3-4 ร้อยบาท ข้อมูลข่าวสารจากรัฐถึงชาวบ้านก็สมบูรณ์ ดีกว่าจานดาวเทียมเป็นพันเป็นหมื่น เปลี่ยนจากมองสูง ลงมามองต่ำบ้าง บางทีจะเห็นอะไรที่เป็นจริง ดีกว่าไปหยีตามองสูงแล้วได้แต่นึกเอา"

 เป็นข้อคิดที่ดีมาก แต่พี่เปลวรู้มั้ยว่า เกือบทุกที่ทำการ อบต. มีจานดาวเทียมเด่นเป็นสง่า กลางวันพวกเขาเปิดดูช่องเพลงลูกทุ่ง ส่วนเวลากลางคืน พวก อส.พป.ที่มาเฝ้า อบต. ก็เปิดดูช่องคลิปวิดีโอเซ็กซี่

 จานดาวเทียมที่ผมว่านี้ มันมีก่อนที่ "เนวิน" จะปลุกเสกทีวีดาวเทียม "มหาดไทยแชนแนล" เพราะคนบ้านดงบ้านป่า ติดจานดาวเทียมเพื่อช่อง 3 ช่อง 7 ให้ชัดมานานแล้ว

 ทรานซิสเตอร์ยังไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ภาครัฐยัง "หลงทาง" เสียเวลาถกเรื่องปฏิรูปสื่อกันในโรงแรมหรู จนลืมเรื่องวิทยุของชาวบ้าน

"บรรณวัชร"