
มองผ่านเลนส์คม - บาปนั้นคืนสนอง
ได้นิยายมาเรื่องหนึ่ง ชื่อไทย บาปนั้นคืนสนอง แปลจากต้นฉบับภาษาฝรั่งเศสชื่อ La Jeune Fille au Pair บทประพันธ์ของ Joseph Joffo แปลโดย วรากุล นิยายดีๆ เรื่องนี้อาจหลุดจากแผงไปแล้ว เพราะพิมพ์ตั้งแต่ปี 2551 ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร พลอยแกมเพชร
หญิงสาวสวยน่ารัก แวนดา ชอมแบร์ก เดนทางจากสวิตเซอร์แลนด์มาหางานพี่เลี้ยงเด็กในปารีสระหว่างเรียนหนังสือ เธอจงใจเลือกครอบครัวพ่อค้าชาวยิว--แซมวลกับเอแลน ฟิงเคลชไตน์ที่มีลูกชายตัวเล็ก แบงจาแมงกับดาวิด
แวนดาอยากรู้จักชาวยิวที่แท้จริง ริชาร์ด ฟาเบรอ คนรักที่เป็นนักศึกษาแพทย์จึงอาสาพาไปดูย่านคนยิว แวนดาเวียนหัวหน้าซีดเหงื่อไหล เธอขอกลับบ้านแซมวลซึ่งเป็นที่พำนัก แต่ปรากฏว่าหายไป 2-3 วัน และหายไปอย่างนี้อีก 2-3 ครั้ง จนครอบครัวแซมวลกับริชาร์ดประหลาดใจ
ผู้เขียนค่อยๆ คลี่คลายเนื้อเรื่องให้ผู้อ่านทราบว่า แวนดาเป็นลูกสาวของฮันส์ ชอมแบร์ก ฆาตกรผู้จัดคนยิวขึ้นรถไฟส่งค่ายกักกันระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 พ่อของเธอถูกพิพากษาให้เป็นอาชญากรสงครามถูกคุมขังอยู่ในคุก ทุกครั้งที่เธอหายตัวไปคราวละ 2-3 วัน เธอไปเยี่ยมพ่อ
แวนดามีความทุกข์ท่วมท้นหัวใจ อันเกิดจากพ่อ เธอจึงอยากรู้จักชาวยิวที่แท้จริง จึงเลือกมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กในครอบครัวชาวยิวที่มีเมตตา และพบว่ายิวก็เป็นมนุษย์มีเลือดเนื้อเหมือนชนชาติอื่น แวนดาใช้เวลานานกว่าจะกล้าเปิดเผยว่าตัวเองเป็นลูกสาวฆาตกรต่อครอบครัวที่เธออาศัย แน่นอนเธอถูกรังเกียจ แต่ท้ายที่สุดพวกเขาก็เข้าใจ แวนดามีมรดกมากมายในธนาคารสวิส เธอแยกมรดกเปื้อนเลือดให้แซมวลจำตั้งมูลนิธิช่วยเหลือเด็กยิวจำนวนมากให้มีการศึกษา เมื่อเธอแต่งงานกับริชาร์ด สิ่งที่เธอปรารถนาและทำได้ในที่สุดคือย้ายครอบครัวไปอยู่ในประเทศอิสราเอล
อ่านเรื่องนี้จบ ผมนึกถึงความชิงชังระหว่างเชื้อชาติในยุคฮิตเลอร์ มันฝังลึกอยู่ในใจของทั้งผู้ชนะและพ่ายแพ้ ทั้งทำลายคุณค่าความเป็นมนุษย์ลงยับเยิน ยุคนาซีเรืองอำนาจ ฮิตเลอร์สังหารชาวยิวไปประมาณ 6 ล้านคน นิยายเรื่องนี้ถ่ายทอดความรู้สึกผิดและทุกข์ของสาวเลือดอารยัน
ต้องใช้เวลานานกว่าฮันส์ ซอมแบร์ก จะยอมรับความผิดที่ตนเองก่อขึ้น ทั้งนี้ด้วยความรักที่เขามีต่อบุตรสาว ทว่า ฮันส์ไม่สามารถอยู่สู้โลกได้ เขาตัดสินใจผูกคอตายในคุก
ผมชอบประโยคที่แซมวลพูดกับแวนดา “ความสามารถสำคัญที่สุดของนักแสดงคือต้องไม่เอาจริงเอาจังกับชีวิต เพราะถึงอย่างไร ตอนจบเราก็ไม่รอดตายแน่ มนุษย์ทุกคนต่างมีโรงละครของตนเอง โรงละครของผมอยู่ที่นี่ (ร้านขายเสื้อผ้า) ข้อสำคัญเราต้องรักคนดูและคนดูต้องรักเรา”
ในห่วงเวลาที่ความชิงชังก่อรูปขึ้นในจิตใจ นิยายเล่มนี้อาจเป็นยาบรรเทาอย่างดี นิยายอาจจะสรรเสริญชนชาติยิวไปบ้าง ขอให้เข้าใจว่าผู้เขียนเป็นชาวยิวอพยพที่มาตั้งถิ่นฐานในปารีส
"จำลอง ฝั่งชลจิตร"



