บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - บาปนั้นคืนสนอง

มองผ่านเลนส์คม - บาปนั้นคืนสนอง

02 พ.ย. 2553

ได้นิยายมาเรื่องหนึ่ง ชื่อไทย ‘บาปนั้นคืนสนอง’ แปลจากต้นฉบับภาษาฝรั่งเศสชื่อ La Jeune Fille au Pair บทประพันธ์ของ Joseph Joffo แปลโดย ‘วรากุล’ นิยายดีๆ เรื่องนี้อาจหลุดจากแผงไปแล้ว เพราะพิมพ์ตั้งแต่ปี 2551 ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร ‘พลอยแกมเพชร’

 หญิงสาวสวยน่ารัก แวนดา ชอมแบร์ก เดนทางจากสวิตเซอร์แลนด์มาหางานพี่เลี้ยงเด็กในปารีสระหว่างเรียนหนังสือ  เธอจงใจเลือกครอบครัวพ่อค้าชาวยิว--แซมวลกับเอแลน ฟิงเคลชไตน์ที่มีลูกชายตัวเล็ก แบงจาแมงกับดาวิด

 แวนดาอยากรู้จักชาวยิวที่แท้จริง  ริชาร์ด ฟาเบรอ คนรักที่เป็นนักศึกษาแพทย์จึงอาสาพาไปดูย่านคนยิว แวนดาเวียนหัวหน้าซีดเหงื่อไหล  เธอขอกลับบ้านแซมวลซึ่งเป็นที่พำนัก  แต่ปรากฏว่าหายไป 2-3 วัน และหายไปอย่างนี้อีก 2-3 ครั้ง จนครอบครัวแซมวลกับริชาร์ดประหลาดใจ

 ผู้เขียนค่อยๆ คลี่คลายเนื้อเรื่องให้ผู้อ่านทราบว่า แวนดาเป็นลูกสาวของฮันส์ ชอมแบร์ก ฆาตกรผู้จัดคนยิวขึ้นรถไฟส่งค่ายกักกันระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 พ่อของเธอถูกพิพากษาให้เป็นอาชญากรสงครามถูกคุมขังอยู่ในคุก  ทุกครั้งที่เธอหายตัวไปคราวละ 2-3 วัน เธอไปเยี่ยมพ่อ

 แวนดามีความทุกข์ท่วมท้นหัวใจ อันเกิดจากพ่อ  เธอจึงอยากรู้จักชาวยิวที่แท้จริง  จึงเลือกมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กในครอบครัวชาวยิวที่มีเมตตา และพบว่ายิวก็เป็นมนุษย์มีเลือดเนื้อเหมือนชนชาติอื่น แวนดาใช้เวลานานกว่าจะกล้าเปิดเผยว่าตัวเองเป็นลูกสาวฆาตกรต่อครอบครัวที่เธออาศัย  แน่นอนเธอถูกรังเกียจ แต่ท้ายที่สุดพวกเขาก็เข้าใจ แวนดามีมรดกมากมายในธนาคารสวิส เธอแยกมรดกเปื้อนเลือดให้แซมวลจำตั้งมูลนิธิช่วยเหลือเด็กยิวจำนวนมากให้มีการศึกษา เมื่อเธอแต่งงานกับริชาร์ด สิ่งที่เธอปรารถนาและทำได้ในที่สุดคือย้ายครอบครัวไปอยู่ในประเทศอิสราเอล

 อ่านเรื่องนี้จบ  ผมนึกถึงความชิงชังระหว่างเชื้อชาติในยุคฮิตเลอร์  มันฝังลึกอยู่ในใจของทั้งผู้ชนะและพ่ายแพ้  ทั้งทำลายคุณค่าความเป็นมนุษย์ลงยับเยิน  ยุคนาซีเรืองอำนาจ ฮิตเลอร์สังหารชาวยิวไปประมาณ 6 ล้านคน  นิยายเรื่องนี้ถ่ายทอดความรู้สึกผิดและทุกข์ของสาวเลือดอารยัน

 ต้องใช้เวลานานกว่าฮันส์ ซอมแบร์ก จะยอมรับความผิดที่ตนเองก่อขึ้น  ทั้งนี้ด้วยความรักที่เขามีต่อบุตรสาว ทว่า ฮันส์ไม่สามารถอยู่สู้โลกได้  เขาตัดสินใจผูกคอตายในคุก

 ผมชอบประโยคที่แซมวลพูดกับแวนดา “ความสามารถสำคัญที่สุดของนักแสดงคือต้องไม่เอาจริงเอาจังกับชีวิต เพราะถึงอย่างไร ตอนจบเราก็ไม่รอดตายแน่ มนุษย์ทุกคนต่างมีโรงละครของตนเอง โรงละครของผมอยู่ที่นี่ (ร้านขายเสื้อผ้า) ข้อสำคัญเราต้องรักคนดูและคนดูต้องรักเรา”

 ในห่วงเวลาที่ความชิงชังก่อรูปขึ้นในจิตใจ   นิยายเล่มนี้อาจเป็นยาบรรเทาอย่างดี  นิยายอาจจะสรรเสริญชนชาติยิวไปบ้าง  ขอให้เข้าใจว่าผู้เขียนเป็นชาวยิวอพยพที่มาตั้งถิ่นฐานในปารีส

"จำลอง ฝั่งชลจิตร"