
เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ
เข้าปีที่ 8 แล้วครับ สำหรับเทศกาลภาพยนตร์ที่ดีที่สุดในประเทศไทย คำกล่าวนี้ไม่ใช่เรื่องเกินจริงหรือโอเวอร์ แอ็กติ้ง แต่อย่างใดนะครับ แต่เท่าที่ผ่านมา ผมยังไม่เคยเห็นเทศกาลหนังที่ไหนในเมืองไทยที่สร้างคุณูปการให้แก่วงการหนังอิสระ (ไทย) ได้มากเท่านี้
“A Moment in June ณ ขณะรัก” หนังที่ได้อิทธิพลของงานด้านภาพมาจาก หว่อง กาไว องค์ประกอบศิลป์เรื่องนี้งดงามราวภาพ Portrait ที่จัดแสดงตามแกลเลอรี่ ส่วนนักแสดงหลายๆ คน ก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลตามสถาบันต่างๆ มากมาย...เมื่อ 4 ปีก่อน ผู้กำกับ ณัฐพล วงศ์ตรีเนตรกุล ส่งโปรเจกท์หนังของเขาเข้าร่วมโครงการ ‘โปรดุย โอซุด’ กิจกรรมอบรมให้ความรู้เพื่อการขอทุนทำหนังจากต่างประเทศ เช่นเดียวกับ “Mundane History เจ้านกกระจอก” ของผู้กำกับหญิง อโนชา สุวิชากรพงศ์ จุดเริ่มต้นของหนังขนาดยาวเรื่องแรกของเธอ เรื่องนี้ ก็มาจากโครงการเดียวกันในเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ เมื่อ 2 ปีก่อน
‘World Film’ ปีนี้มีธีมในการจัดงานว่า ‘Emotions unleashed เติมสีหัวใจให้แปดเปื้อน’ ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่างานนี้มีแต่หนังผิดบาปหรือสกปรกเลอะเทอะแต่อย่างใดนะครับ คำว่า ‘แปด’ มาจากการจัดงานเป็นปีที่ 8 นอกจากนี้ยังเป็นคำไทยโบราณแปลว่า เปื้อน แปดเปื้อนก็คือหัวใจเปื้อนความสุข เป็นหัวใจที่ถูกระบายด้วยสีสันของความสุข ส่วนความหมายในภาษาอังกฤษที่ว่า “Emotions unleashed” ก็หมายถึง ความสนุกที่ไร้กฎเกณฑ์บีบบังคับ หรือปลดปล่อยอารมณ์ให้แปดเปื้อนความสุขกับภาพยนตร์ชั้นดีและกิจกรรมหรรษามากมาย โปรแกรมไดเรกเตอร์ อารมณ์ดี ที่ชื่อ เกรียงศักดิ์ ศิลากอง อรรถาธิบายเอาไว้อย่างนี้นะครับ
มาดูโปรแกรมที่น่าสนใจในปีนี้กันบ้าง หนังเปิดเทศกาลปีนี้เป็นหนังไทยเรื่อง “ที่รัก” ชื่อภาษาอังกฤษที่ไปสร้างความฮือฮาในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ก็คือ “Eternity” ของผู้กำกับ ศิวโรจน์ คงสกุล ที่เพิ่งทำหนังยาวเรื่องแรก หลังผ่านสนามหนังสั้นมาอย่างโชกโชน หนังเรื่องนี้ ศิวโรจน์ จำลองเรื่องราวความรักของพ่อและแม่เขาเอาไว้ ‘ที่รัก’ ได้ทุนสร้างส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ ทั้งเทศกาลหนังร็อตเทอร์ดัม ของเนเธอร์แลนด์ และปูซานของเกาหลีใต้ รวมทั้งส่วนหนึ่งจากกองทุนไทยเข้มแข็ง หนังรักเรื่องนี้ ถ่ายทำที่จังหวัดลพบุรีตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งเป็นบ้านเกิดคุณพ่อของเขาที่เสียชีวิตไปแล้ว
หนังไทยอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาด “Insects in the Backyard” หนังที่ตีแผ่ปมปัญหาในครอบครัวที่หลายคนมองข้ามหรือไม่เห็นความสำคัญ หนังมุ่งเสนอให้ความหลากหลายทางเพศในสังคมที่เรามักมองเห็นเป็นความผิดแปลก ส่วนแฟนหนังคุณอโนชา ปีนี้มีหนังรวมเรื่องสั้นที่ชื่อ “Breakfast, Lunch, Dinner” จากฝีมือผู้กำกับ 3 ประเทศ คือ สิงคโปร์ ไทย และ จีน โดยคุณใหม่คือหนึ่งในนั้น หนังของเธอคือตอนที่ชื่อว่า ‘Lunch’ ครับ
ในสายหนังเอเชียร่วมสมัยหรือ “Asian Contemporary” หนังที่เดินทางมาเปิดตัวรอบปฐมทัศน์โลกครั้งนี้ เป็นหนังจากประเทศฟิลิปปินส์ชื่อ “The Night Infinite” ‘เวิลด์ ฟิล์ม’ ปีนี้ เพิ่มสายหนังจากประเทศแถบละตินอเมริกาเข้ามา โดยใช้ชื่อว่า ‘Cine Latino’ หนังที่น่าสนใจในสายนี้คือ “Crab Trap” จากประเทศโคลัมเบีย เป็นหนังที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ปีนี้
ที่น่าสนุกยิ่งกว่าก็คือ ปีนี้คัดสรรหนังเพลงและหนังเต้นรำมาฉายให้ได้ชมกันหลายเรื่องในสาย Music and Dance A La Carte แต่ละเรื่องล้วนน่าสนใจทั้งนั้น โดยเฉพาะหนังสารคดีเรื่อง “Dzi Croqutte” ที่ว่าด้วยชีวิตนางโชว์ยุค 60 ที่ต้องแสดงในคลับใต้ดินเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพราะพวกเธอนำเสนอแนวคิดทางการเมืองแบบสุดโต่งจนถูกทางการสั่งห้าม
นูริ ไบร์จ ซีลัน ผู้กำกับชาวตุรกี ที่ได้รับฉายาว่าเป็น ‘ลูกรักของคานส์’ เพราะหนังของเขาเกือบทุกเรื่อง ถ้าไม่คว้ารางวัลก็มีชื่อเข้าชิง จากเทศกาลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกอยู่เสมอๆ ปีนี้ นูริ เดินทางมาเยือนเทศกาลเวิลด์ ฟิล์มด้วย ในฐานะเจ้าของรางวัลเกียรติยศโลตัส อวอร์ด
ไหนๆ มาเยือนเมืองไทยทั้งที เวิลด์ ฟิล์ม ก็เลยจัดสายพิเศษฉายหนังจากตุรกี ให้ได้ชมกันเป็นการเฉพาะ ในโปรแกรมที่ชื่อ ‘Turkish Cinema’ โดยรวบรวมหนังจากประเทศนี้มาให้ชมกันถึง 5 เรื่อง
และถ้าไม่มีปัญหาอะไร เราจะได้ดูหนังสารคดีฝีมือคนไทยเรื่อง “My Rohingya” หนังที่พูดถึงชาวโรฮิงยา ที่เคยมีปัญหาแรงงานต่างด้าวในเมืองไทยเมื่อ 2 ปีก่อน ที่สำคัญหนังสะท้อนประเด็นเหล่านี้ในแง่มุมที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน การันตีได้จากฝีมือคนทำสารคดีมือฉมังของวงการโทรทัศน์ไทย คุณธนานุช สงวนศักดิ์ บรรณาธิการสารคดีแห่งสถานีโทรทัศน์เนชั่นแชนแนล ที่คว้ารางวัลจากสถาบันต่างๆ มาแล้วมากมาย
บอกได้คำเดียวว่า ห้ามพลาด! นะครับ
"ณัฐพงษ์ โอฆะพนม"



