
กวนเพลงให้น้ำใส - ฟังดนตรีในความมืด
ชื่อหัวข้อสัปดาห์นี้อาจจะแปลกๆ สักหน่อย แต่ผมพบว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ไม่ธรรมดาเหมือนกัน และอยากเขียนให้คุณผู้อ่านทดลองทำกันดู
วันก่อนในงานคอนเสิร์ตของนักเปียโนนัยน์ตาพิการ “อิกนาซี แตร์ราซา” (Ignasi Terraza) กับวงทริโอของเขา ที่จัดโดยสถานทูตสเปน ณ ห้องอเนกประสงค์ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เขาสร้าง “ความประหลาดใจ” ให้แก่คนฟังทั้งห้องนั้น เมื่อบอกกล่าวว่าจะให้ทุกคนในห้องฟังเพลงกันในความมืด อย่างน้อยก็สักช่วงเวลาหนึ่ง
อิกนาซี บรรเลง 4 เพลงในช่วงกลางคอนเสิร์ตด้วยความมืด โดยทีมงานเริ่มจากการค่อยๆ ลดแสงสว่างลงทีละน้อย จนดับสนิทในที่สุด
จากนั้นความตื่นตาตื่นใจของผู้ฟังก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงการสัมผัสได้ว่านักดนตรีอีกสองคนมีฝีมือเยี่ยมยุทธเพียงใดในการบรรเลง เพราะ อิกนาซี บรรเลงอยู่ในโลกมืดของเขาอยู่แล้ว ขณะที่มือดับเบิลเบส โซโลอิมโพรไวส์เพลง “สโมค เกทส์ อิน ยัวร์ อายส์” ด้วยทักษะที่บ่งบอกถึงความแม่นยำท่ามกลางความมืดมิด เช่นเดียวกันกับมือกลองที่ควบคุมน้ำหนักของไม้กลองที่ตกกระทบลงบนหนังกลองและฉาบต่างๆ ได้ราวกับตาเห็น
แต่ความน่าตื่นตาตื่นใจมากกว่านั้น น่าจะมาจากประสบการณ์ของคนฟังเอง เพราะเมื่อไม่มีภาพเบื้องหน้าให้มองเห็น โสตประสาทของหูก็เริ่มทำหน้าที่รับเสียงดนตรีที่ชัดเจนขึ้น มีความตื่นตัวในเรื่องของเสียงที่ได้ยินกว่าการฟังในโลกที่มีแสงสว่าง ซึ่งไม่บ่อยครั้งนักที่เราจะมีโอกาสเช่นนี้
ประสบการณ์นี้น่าจะต่อยอดการฟังเพลงได้ดี เพราะดนตรีคือเรื่องของเสียงเป็นหลัก ขณะที่ทุกวันนี้เราอาจไม่เคยใช้ “หู” เต็มร้อยในการฟังเพลง บ่อยครั้งเรา “ดู” ดนตรีด้วยตามากกว่า คนรุ่นเจเนอเรชั่นวาย (รวมถึงเจเนอเรชั่นเอ็กซ์บางส่วน) น่าจะเติบโตมากับการดูมิวสิกวิดีโอเป็นหลัก จนลืมไปแล้วว่าการฟังเพลงโดยที่ไม่มีภาพปรากฏเบื้องหน้านั้นเป็นอย่างไร
เราทุกคนต่างเห็นคุณค่าของเสียงเพลง และปรารถนาให้ดนตรีเต็มเติมชีวิต แต่เรามักพบว่าการฟังเสียงสูงๆ ต่ำๆ ของดนตรี เป็นทั้งเรื่องยากและง่ายดายในเวลาเดียวกัน
เพราะการเข้าถึงสุนทรียภาพของเสียงดนตรี เป็นประสบการณ์เฉพาะของแต่ละคน เพลงเพลงเดียวกัน บางคนซาบซึ้งและสัมผัสได้ถึงคุณค่า ขณะที่บางคนอาจผ่านเลยอย่างไม่สนใจไยดี
ผมคิดถึง แอรอน ค็อพแลนด์ นักประพันธ์ดนตรีชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นคนหนึ่งที่สนใจในวัฒนธรรมการฟังดนตรี เขาเขียนหนังสือ “วอท ทู ลิสเซน ฟอร์ อิน มิวสิก” (What To Listen For In Music) เพื่ออธิบายการเข้าถึงคุณค่าของเสียงดนตรี โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับด้วยกัน
ระดับแรก คือ ฟังแบบผ่านๆ เสมือนใช้เพลงเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศ เพื่อความผ่อนคลาย หรือสนุกสนาน
ระดับที่สอง คือ การฟังแบบมองหาความหมายในดนตรี สร้างเรื่องราวหรือจินตนาการเป็นสายน้ำภูเขา
และระดับที่สาม คือ การฟังในอุดมคติ มองเห็นความสัมพันธ์ของเสียงสูงๆ ต่ำๆ ในเชิงนามธรรม เข้าใจในรูปแบบของการประสมวง ลักษณะเฉพาะ และความงดงามของเส้นเสียง
แอรอน ยังสรุปด้วยว่าผู้คนส่วนมากมักมีความพึงพอใจจะอยู่ในระดับแรกเท่านั้น ทั้งที่คุณค่าของดนตรียังมีความลึกซึ้งกว่านั้น ผู้คนในระดับถัดมา พยายามมองหาความหมายที่เป็นรูปธรรมของดนตรี
การเติมเต็มชีวิตให้สมบูรณ์ขึ้น จึงเป็นการเข้าถึงคุณค่าของดนตรีในระดับที่สูงขึ้นไป ซึ่งคงมิใช่แค่ “ฟัง” เท่านั้น แต่ยังหมายถึงการตระเตรียมองค์ประกอบต่างๆ เพื่อช่วยให้เราเข้าใจดนตรีได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษาประวัติความเป็นมา แนวคิดเบื้องหลังการสร้างงานดนตรี ตลอดจนถึงสภาพห้องฟังเพลง ความเงียบ และบรรยากาศรายรอบ หรือการสนทนาในเรื่องดนตรีก่อนหรือหลังการฟังผลงานนั้นๆ
การจัดสภาพแวดล้อมในการฟังเพลง มากกว่าแค่การฟังผ่านๆ ก็เป็นช่องทางหนึ่ง
เช่นเดียวกันกับการฟังเพลงในความมืดที่ อิกนาซี แตร์ราซา นำมาแนะนำให้เราได้รับประสบการณ์ดีๆ ก็มีส่วนช่วยเปิดผัสสะการรับรู้ของเราได้อย่างแหลมคมยิ่งขึ้น
หากคุณมีโอกาสทดลองฟังดู แล้วเป็นอย่างไร อย่าลืมเขียนมาแลกเปลี่ยนกันนะครับที่ [email protected]
"อนันต์ ลือประดิษฐ์"



