
จุดจบของจุดเริ่มต้นที่เลือกเองของ'แคลช'
ถือเป็นอัลบั้มสุดท้ายในนามวง "แคลช" ที่เดินบนเส้นทางสายดนตรีมากว่า 9 ปีเต็ม จนในที่สุด ก็มาถึงทางสุดท้าย เมื่อสมาชิกทั้ง 5 คนประกอบด้วย
"แบงค์" ปรีติ บารมีอนันต์ (นักร้องนำ) "สุ่ม" สุกฤษ์ ศรีเปารยะ (มือเบส) "แฮ็ค" ฐาปนา ณ บางช้าง (มือกีตาร์) "ยักษ์" อนันต์ ดาบเพ็ชรธิกรณ์ (มือกลอง) และ "พล" คชภัค ผลธนโชติ (มือกีตาร์) ต่างคิดจะไปเริ่มต้นใหม่ในแนวของตัวเอง เลยประกาศแยกวงไป โดยทิ้งอัลบั้มชุดที่ 9 และเป็นอัลบั้มสุดท้าย "Nine Miss U 2" ออกมาเพื่อเป็นการขอบคุณแฟนและแสดงตัวตนของพวกเขา
"การที่เรามาประกาศแยกวง คือเราอยากให้มันเป็นประวัติศาสตร์ เพราะไม่มีใครแยกวงด้วยรอยยิ้ม ซึ่งวงเราแยกกันด้วยความรู้สึกที่ดี พอหลังจากที่พวกเราประกาศไปแล้ว ก็ยังมีคนมาถาม ว่าทะเลาะกันหรือเปล่า มันกลายเป็นอย่างนั้น เพราะถึงพวกเราบอก ว่าเราเลิกกันด้วยดีก็คงไม่มีใครเชื่อ แต่ความจริงแล้ว เราเลิกกันด้วยดีจริงๆ เราเลิกกันด้วยความรู้สึกของคำว่าเพื่อน แต่เพราะคนไทยมีความเชื่อเรื่องการแยกวงว่ามันต้องทะเลาะกัน ต้องมีปัญหากัน เราเลยออกมาประกาศเพื่อความบริสุทธิ์ใจของพวกเรา เพราะว่าเวลาที่เราไปทำงานกับคนอื่นมันก็ยังจะเป็นแคลช แต่พอเราแยกกันชัดเจนแบบนี้ภาพมันจะชัดกว่า" แบงค์เผย ก่อนที่พลจะเสริมต่อว่าถ้าไม่หยุดตรงนี้ กลัวว่าสักคนคนจะลืมวงของพวกเขา
"เพราะถ้าแคลชยังดำเนินแบบนี้ต่อไป พวกเราก็ยังจะต้องทำอะไรเหมือนเดิม แล้วส่วนที่เราจะทำใหม่ในอนาคตเราจะทำได้ไม่เต็มที่ และเราก็คิดว่าแคลชควรมีเส้นทางแค่ไหน เราก็มานั่งคุยกัน ว่าเราอยากที่จะหยุดแบบนี้ ไม่อยากหยุดแบบพลุที่ขึ้นไปแตกบนฟ้า แล้วเดี๋ยวคนก็ลืม เพราะอย่างนั้นเราไม่ได้อะไรเลย แล้วแบบนั้นมันมีเยอะ ผมขอหยุดในวันที่ ผมยืนอยู่บนนี้แล้วทุกคนจำได้ว่าไอ้พวกนี้เลิก เพราะทุกคนมีเส้นทางเดินกันต่อไป ไม่ใช่แบบอยู่บนนี้แล้วทะเลาะกัน ทำไปเรื่อยๆ แล้วก็ดิ่งลงไปเรื่อยๆ แล้วก็ไม่มีใครจำได้" พลกล่าวเสริม
โดย "แฮ็ค" มือกีตาร์ของวงพูดถึงการทำงานในอัลบั้มนี้ ว่าทำแล้วผ่อนคลาย ต่างจากอัลบั้มก่อนหน้านี้อย่างอัลบั้ม "ร็อก ออฟ เอจส์" ที่พวกเขาใส่ทั้งเสียงร้องและซาวน์ดนตรีแบบเต็มพิกัด
"อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่ชิลมาก มันเหมือนเป็นอัลบั้มที่มันถูกถอดสลักมาหมดแล้ว ก่อนหน้านี้อัลบั้มร็อก ออฟ เอจส์ เราใส่เต็ม คิดเยอะมาก ตั้งใจเอาไว้ว่าจะใส่ให้สุด เพราะตอนนั้นคิดว่าอัลบั้มนั้นเป็นอัลบั้มสุดท้าย คิดว่าอัลบั้มนั้น ต้องเป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดในทุกอย่าง แต่พอมาอัลบั้มนี้ มันก็ผ่อนคลาย คือมันเหมือนว่าอัลบั้มร็อก ออฟ เอจส์มันดีที่สุดจริง แต่เป็นที่สุดที่เราได้ใส่ซาวน์ดนตรีแบบอัดเต็ม แต่อัลบั้มนี้มันดีที่สุดในการทำงานที่ผ่อนคลาย มันเต็มไปด้วยความรู้สึก" แฮ็คเล่า โดย "พล" มือกีตาร์อีกคนเพิ่มเติม ว่าเป็นอัลบั้มที่พวกเขาได้ใส่ความเป็นตัวเองลงไปเพื่อให้แฟนๆ ได้รู้ว่าถึงแนวทางของสมาชิกของวงแต่ละคน
"ต้องอธิบายก่อน ว่าอัลบั้มนี้ 5 เพลงแรกจะเป็นแคลชเลย แต่พอ 5 เพลงหลัง จะเป็นเพลงของแต่ละคน โดยความคิดนี้ มันมาจากตอนแรก เราคิดไว้ว่าเราจะทำแค่ 2 เพลง แต่เราก็มาคิดว่ามันควรเป็นอัลบั้ม เลยทำเพลงขึ้นมาอีกสองเพลงเป็น 4 เพลงแล้ว แต่มันก็ยังขาดอยู่ เราเลยใส่เป็นโปรเจกท์ของแต่ละคนลงไปเลย เพื่อบ่งบอกว่าแต่ละคนชอบแนวเพลงแบบนี้
และนี่จะเป็นทิศทางต่อไปของแต่ละคน ก็เป็นอีก 5 เพลงมารวมกัน แฟนเพลงก็จะได้รู้ ว่าต่อไปเราจะเดินไปในทางนี้ โดยตอนที่เราทำโปรเจกท์ส่วนตัวของตัวเองกัน ทุกคนจะได้เรียนรู้การเป็นโปรดิวเซอร์ ทุกคนก็จะรับผิดชอบกันไป เริ่มตั้งแต่การวางแผนเรื่องงานเพลงของตัวเอง และกระบวนการต่างๆ ทุกคนต้องเรียนรู้หมดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ภาคของการอัดเราก็ยังช่วยกันอยู่ แต่ในฐานะโปรดิวเซอร์ต่างคนต่างต้องเป็นคนจัดการ และนั่นคือสิ่งที่เป็นความฝันเป็นเส้นทางที่พวกเรากำลังจะเดินต่อไปด้วย" พลปิดท้าย



