บันเทิง

"ฟิล์ม"บวช30พ.ย.บินเรียนภาษา4เดือน

"ฟิล์ม"บวช30พ.ย.บินเรียนภาษา4เดือน

20 ต.ค. 2553

"ฟิล์ม" รัฐภูมิ เดินหน้าลุยทำงานเพลง บวช 30 พ.ย. พร้อมบินเรียนภาษาที่อังกฤษเป็นเวลา 4 เดือน เผยสุขภาพจิตใจดีขึ้นเรื่อยๆ เปรยเรื่องฟ้องร้องบังคับตรวจดีเอ็นเอ รอปรึกษาผู้ใหญ่ทางอาร์เอส ด้านมารดาร้องขอแอนนี่เอาชื่อฟิล์มออกจากการเป็นบิดาของ "ฑีฆายุ" เพราะทุก

เรื่องของ "ฟิล์ม" รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ และนักแสดงสาว "แอนนี่ บรู๊ค" ยังไม่จบ เมื่อล่าสุดนักร้องหนุ่มออกมาเปิดใจในรายการ "ตีสิบ" โดยพระเอกหนุ่มมีหน้าตาดูดีกว่าเมื่อช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งฟิล์มเดินทางมาบันทึกรายการเวลาประมาณ 11.45 น. และทันทีที่บันทึกรายการเสร็จ นักร้องหนุ่มได้ออกมาแถลงข่าวต่อกองทัพสื่อมวลชนที่ไปเฝ้ารอ นักร้องหนุ่มยืนยันว่าจะบวชในวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ จ.สระบุรี และจะเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษเป็นเวลา 4 เดือน ก่อนกลับมาลุยงานเพลงและงานละครต่อ�

�"ตอนนี้สภาพจิตใจดีขึ้นเรื่อยๆ แล้ว แต่ยังไม่สมบูรณ์ เพราะร่างกายเคยออกกำลังกาย พอมีข่าวก็ทำให้ต้องเก็บตัวไปออกกำลังกายไม่ได้ ทำให้เป็นหวัดเส้นเสียงอักเสบ หลังจากนี้งานแรกของฟิล์มที่ทุกคนจะได้เห็นกัน คืองานเพลงอัลบั้มเฟสทูเฟสที่ทำค้างไว้ และมิวสิกวิดีโอจะออนแอร์ในวันที่ 21 ตุลาคมนี้ หลังจากนั้นก็คงต้องบวช คาดว่าจะประมาณวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ จ.สระบุรี และน่าจะไปปฏิบัติธรรมที่ จ.เชียงราย อาจจะบวชเกือบหนึ่งเดือนเต็ม หลังจากนั้นจะไปร่วมงานกับต่างชาติ ด้วยการไปร้องเพลงที่มาเก๊า และจะไปเรียนต่อที่อังกฤษด้านภาษาเป็นเวลา 4 เดือน ไปตอนช่วงมกราคมถึงเมษายน และหลังจากนั้นค่อยกลับมาทำงานเพลง และมีงานละครต่อไป" นักร้องหนุ่มกล่าว

�นอกจากนี้นักร้องหนุ่มกล่าวว่า ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ผลงานว่าจะออกมาได้รับความนิยมเหมือนเดิมหรือไม่ ทั้งนี้จะทำงานที่รักอย่างเต็มที่ บางทีรู้สึกว่าผู้ชายไม่มีสิทธิ์จะพูดอะไรได้มาก ที่ผ่านมาอาจจะพูดน้อย แต่คนรับฟังคงเห็นสิ่งที่พยายามจะสื่อออกมา ถ้าเกิดย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้จะแก้ไขอะไร ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ทำให้คิดได้หลายอย่าง บางทีการที่คนเราเข้าไปช่วยเหลือ ในขณะที่ยังไม่ชัดเจน มันก็ผิดได้เหมือนกัน

�"ทุกคนบอกผมตลอด ถ้าเราไม่แน่ใจทำไมเข้าไปให้ความช่วยเหลือ ทำไมเข้าไปเต็มตัวแบบนั้น ผมก็บอกกับทุกคน ว่าผมไม่เคยมองจุดนั้น มันคนละประเด็นกัน ผมปรึกษากับแม่ แม่บอกให้ผมให้ความช่วยเหลือก่อน แต่ทำไมคนมองว่าการช่วยเหลือแปลว่าผมยอมรับ ส่วนเรื่องการฟ้องร้องให้ตรวจดีเอ็นเอ ผมไม่อยากที่จะขึ้นศาล ผู้ใหญ่ทุกคนก็ไม่ต้องการให้ฟ้องหรอก ไม่มีใครอยากขึ้นศาลมีคดีติดตัว แต่อนาคตจะเป็นยังไงก็อีกเรื่องหนึ่ง ตัวผมไม่เท่าไหร่ แต่พ่อแม่ผมถ้าเขาอยากจะเลี้ยงหลาน เขาอยากจะให้แน่ชัด ผมไม่เคยปฏิเสธเรื่องการตรวจดีเอ็นเอ แต่เรื่องการฟ้องร้องบังคับขอตรวจ ต้องรอปรึกษาผู้ใหญ่ทางอาร์เอสก่อน เพราะเรื่องค่อนข้างอ่อนไหว กลัวตัดสินใจแล้วผิดพลาดไป" ฟิล์มกล่าว

�สำหรับหลักฐานต่างๆ ในตอนนี้ เกี่ยวกับเรื่องการฟ้อง ฟิล์มกล่าวว่า ต้องขอบคุณทุกคนที่เกี่ยวข้องที่ส่งหลักฐานมาให้ฟิล์มเยอะมาก มากจนเพียงพอแล้ว จากคนที่ประสบเหตุการณ์เดียวกับตน ส่วนเรื่องที่แอนนี่จะฟ้องเฮีย (นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์) และพี่พจน์ (พจน์ อานนท์) เรื่องนี้ไม่ทราบ แต่ถ้าจะทำจริง เชื่อว่าผู้ใหญ่คงมีวิธีรับมือ

�"พี่พจน์เองก็เป็นเหมือนผู้ปกครอง เขาดูแลผมทุกอย่างจริงๆ และสิ่งที่ผู้ใหญ่ทุกคนออกมาพูด น่าจะเชื่อถือได้ทั้งหมด ทุกคนก็ไม่อยากให้มีคดีวุ่นวาย ถ้าจบง่ายๆ น่าจะดีที่สุด ส่วนเรื่องกินยาฆ่าตัวตาย เรื่องนี้ไม่เคยอยู่ในความคิด ยาที่กินได้มาจากพี่จิ๊ก (เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์) ที่สั่งจ่ายโดยโรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งผมกินไปด้วยความประมาท ผมไม่เคยคิดฆ่าตัวตาย ด้วยพื้นฐานครอบครัวที่สอนมาตลอดว่าปัญหาเกิดจากตัวเอง เราต้องแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ห้ามหนีปัญหา และเผชิญมันไปให้ได้ พอมีข่าวก็ทำให้พี่ๆ ในวงการเป็นห่วงมาก แล้วบ้านฟิล์มจะอยู่ใกล้บ้านพี่จิ๊ก พี่จิ๊กเลยชวนไปนั่งสมาธิปฏิบัติธรรมเลยไปพร้อมคุณแม่ ก็ปรึกษากับพี่จิ๊กว่าทำไงดีถึงจะนอนหลับได้ เพราะผมนอนไม่ค่อยหลับ พี่จิ๊กเองก็เคยประสบปัญหาเหมือนกัน เลยให้ยาโคลนาซีแพม 0.5 มิลลิกรัม และอัลฟาโซแลม ซึ่งเขาให้กินแค่ครั้งละครึ่งเม็ด ครั้งแรกฟิล์มกินไป 3 เม็ดก็ไม่ง่วง เลยถามพี่จิ๊ก พี่จิ๊กบอกว่าเป็นยาคลายเครียดไม่ใช่ยานอนหลับ ให้กินไปเถอะ ผมก็เลยกินไปทั้งหมด 7 เม็ด" ฟิล์มกล่าว

�ฟิล์มกล่าวต่อว่า เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์เกี่ยวกับการที่ไม่ได้ไปขอยาจากแพทย์โดยตรง เนื่องจากวันรุ่งขึ้นของวันเกิดเหตุจะต้องแต่งเพลง กลัวหน้าจะโทรม เลยกินยาก่อนนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีเห็นตัวเองอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว หมอบอกว่าถ้ามาช้ากว่านี้อาจจะเสียชีวิตได้ เพราะหัวใจเต้นแค่ 40 เท่านั้น รู้สึกตกใจว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ เสียใจที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง เป็นความประมาทของตัวเอง ก่อนที่ซูเปอร์สตาร์หนุ่มจะปิดท้ายด้วยการขอบคุณทุกกำลังใจ ที่ทำให้มีแรงก้าวเดินต่อไป เหตุการณ์ครั้งนี้เปรียบเสมือนมรสุมลูกใหญ่ที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว

�"ผมขอบคุณทุกกำลังใจที่ทำให้ผมมีแรงก้าวเดินต่อไป เหตุการณ์ครั้งนี้เปรียบเสมือนมรสุมที่มาเร็ว ลูกใหญ่มากซัดซะครอบครัวของผมอยู่ไม่ได้ แต่ผมไม่กลัวและไม่ท้อแท้ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น แม้ผมจะพูดอะไรไม่ได้ในฐานะผู้ชาย แต่ผมก็ไม่เคยกลัวและหนี เพราะผมได้ทำสิ่งที่ถูกต้องไปแล้ว อยากให้ทุกคนรอดูต่อไป" ฟิล์มกล่าว

�ด้านนางโคมมนต์ ทองมั่ง มารดาของฟิล์ม กล่าวว่า ทราบว่าแอนนี่ใช้ชื่อฟิล์มเป็นชื่อพ่อของเด็ก (ด.ช.ฑีฆายุ) อยากจะบอกว่าถ้าความโปร่งใสยังไม่มี ยังไม่ชัดเจน ทั้งนี้ไม่อยากให้ค้างคาใจ ปัญหานี้เป็นเรื่องคนสองคน ที่ทำอะไรตามใจตัวเอง และบานปลายต่อสังคม ในเมื่อเรื่องไม่ชัดเจน อยากจะให้เอาชื่อฟิล์มออกจากการเป็นพ่อเด็ก ไม่ได้อยากที่จะฟ้องร้อง ถ้าตกลงได้ด้วยดี น่าจะดีกว่า ทุกคนสามารถผิดพลาดกันได้ และสามารถเริ่มต้นทำความดีใหม่ได้เสมอ

�ด้าน พจน์ อานนท์ กล่าวในงานเปิดตัวรายการ "ดิ แอคติ้ง ควีน คริสตัล ดีไซน์" กรณีที่แอนนี่มอบหมายให้มูลนิธิเพื่อนหญิง ฟ้องร้องข้อหาหมิ่นประมาท โดยการเผยแพร่โฆษณาผ่านสื่อมวลชน ว่าไม่เป็นไร จะฟ้องก็ฟ้อง แต่จริงๆ ไม่น่าฟ้อง น่าจะขอบคุณมากกว่า เพราะว่าทำให้มีอีเวนท์เยอะ ตอนนี้เรื่องฟ้องกลับขอหยุดไว้สักพักก่อน รอให้เรื่องซา ไม่งั้นพูดไปเดี๋ยวงานอีเวนท์จะเข้าทางฝ่ายโน้นอีก

�"พูดทีงานอีเวนท์ก็เข้าที ผมไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ไม่ได้ฆ่าใครตาย จะฟ้องก็ฟ้อง ไม่คิดเตรียมรับมือ เราสามารถมีเวลาอีก 90 วันที่จะฟ้องกลับ ทางโน้นเขาฟ้องมาก็ดี จะได้บังคับให้ตรวจดีเอ็นเอ สังคมจะได้รู้ความจริงสักที เพราะหลายคนก็อยากรู้ ตอนนี้หลักฐานมีเยอะ พูดตรงนี้ไม่ได้ ไปพูดในศาล เดี๋ยวมันก็มีเล็ดลอดออกมา นักข่าวเก่งจะตาย สังคมก็จะได้รู้ ถ้าไม่มั่นใจคงไม่พูดหรอก ถ้าหากฟ้องจริงต้องดูว่าจะมาฟ้องเรื่องอะไร เพราะไม่เคยพูดชื่อผู้หญิงคนนี้ และไม่ได้ดูถูกศักดิ์ศรีผู้หญิง แม่ผมก็เป็นผู้หญิง" พจน์แจกแจง

�นอกจากนี้ พจน์กล่าวต่อว่า ตอนนี้ฟิล์มโอนกลับเข้าบริษัทอาร์เอสแล้ว เฮียฮ้อ (นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์) อภัยแล้ว และได้ให้งานทำแล้ว เพราะตอนนี้ยังไม่สรุปว่าเป็นลูกใคร ซึ่งถ้าหากยังไม่พิสูจน์ ก็ห้ามพูดว่าเป็นลูกฟิล์ม

�"เรื่องที่เขาระบุชื่อพ่อของเด็กในสูติบัตรเป็นชื่อฟิล์ม ผมทราบแล้ว แต่ถ้าเขายังไม่ตรวจ เราสามารถเอาใบนี้ไปขึ้นศาลได้ เรามีหลักฐานมัดเขาได้ เพราะที่ยังไม่สรุปเรื่องดีเอ็นเอ แต่แจ้งไปแล้วว่าฟิล์มเป็นพ่อ นอกจากนี้เราก็เล็งไว้อีกคนเหมือนกัน ว่าเราจะฟ้องคนที่ว่าฟิล์มสำส่อน ไม่เป็นลูกผู้ชาย เตรียมตัวรอแป๊บหนึ่งฟ้องแน่" พจน์แจกแจง