บันเทิง

ครบรอบปีที่8เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ

ครบรอบปีที่8เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ

18 ต.ค. 2553

จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 8 แล้ว สำหรับงาน เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ครั้งที่ 8 ซึ่งมีการจัดงานแถลงข่าวเมื่อวันก่อน ณ โรงภาพยนตร์อีนิกม่า ชั้น 6 พารากอน ซีนีเพล็กซ์ สยามพารากอน ซึ่งในครั้งนี้ยังคงเป็น เกรียงศักดิ์ ศิลากอง รับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการเทศกาลภาพ

 ด้วยผลงานคุณภาพกว่า 150 เรื่อง ตอบสนองความหลากหลายทางรสนิยมทางภาพยนตร์ แบ่งเป็น 8 สายหลัก คือ เอเชียน คอมเท็มโพลารี่ ภาพยนตร์เอเชียร่วมสมัย ซีเนม่า บีท ก้าวตามจังหวะภาพยนตร์โลก ซีน ลาติโน่ ภาพยนตร์จากละตินอเมริกา ด็อค ฟีสต์ ประตูสู่โลกกว้างกับภาพยนตร์สารคดี ช็อท เวฟ พื้นที่ภาพยนตร์สั้นจากทั่วโลก กัทส์ นูโว ภาพยนตร์ทดลองและนิวมีเดียที่ท้าทายจินตนาการและประสาทสัมผัส มิวสิคแอนด์แดนซ์ อะ ลา คาท ตาดูหูฟังข้อเท้าสะบัดไปกับหลากหลายภาพยนตร์ดนตรีที่เร้าใจ ภาพยนตร์จากผู้กำกับคนสำคัญชาวฝรั่งเศสในสายยกย่องผู้กำกับ เรโทรสเปคทีฟ : Jaques Doillon และโปรแกรมพิเศษของปีนี้ กับ นิว เตอร์กิช ซีเนม่า สายรวบรวมภาพยนตร์ร่วมสมัยที่โดดเด่นจากประเทศตุรกี

 สำหรับภาพยนตร์เปิด เทศกาลยังคงยึดมั่นในการเป็นพื้นที่ผลักดันผู้กำกับเลือดใหม่ฝีมือดีชาวไทย โดยใช้ภาพยนตร์เรื่อง ที่รัก (Eternity) ผลงานของ ศิวโรจน์ คงสกุล เป็นภาพยนตร์เปิดเทศกาล โดยจะมีพิธีเปิดในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ เวลา 18.00 น. ณ โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย ชั้น 6 พารากอน ซีนีเพล็กซ์ พร้อมกันนี้ยังมีการมอบรางวัล โลตัสอวอร์ด แก่ผู้กำกับที่อุทิศตนให้แก่วงการภาพยนตร์อย่างยาวนาน โดยปีนี้มอบให้แก่ นูริ บิเก เซย์ลัน หัวหอกในการนำภาพยนตร์ตุรกีเข้าไปมีบทบาทโดดเด่นในวงการภาพยนตร์โลกเวลานี้ ซึ่งจะเดินทางมารับรางวัลด้วยตนเอง

 "ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 8 ที่เราจัดงานนี้ขึ้น แน่นอนว่าหนังไทยที่เข้มข้น ที่เป็นหนังนอกกระแส ไม่เฉพาะหนังเรื่อง ที่รัก ที่จะใช้เป็นหนังเปิดตัวเทศกาล แนวทางของหนังอินดิเพนเดนท์ตอนนี้ ผมว่าผู้ชมในกรุงเทพฯ เติบโตขึ้น และอยากจะรับรสของภาพยนตร์อิสระมากขึ้น จะสังเกตว่าหนังที่ไม่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ แต่ใช้ภาษาประเทศอื่นๆ สามารถเข้ามาฉายในประเทศเราได้มากขึ้น คนไทยก็ได้เปิดหูเปิดตาเปิดโลกทัศน์ เพื่อได้ชมสิ่งดีๆ ที่หาชมได้ยากในแต่ละปี"

 วิคเตอร์ กล่าวอย่างชื่นใจที่ตอนนี้ตลาดหนังอินดิเพนเดนท์ไทยเติบโตขึ้นมาก รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน หรือในแถบเอเชียก็มีการเจริญเติบโตอย่างไม่น่าเชื่อ

 "อาจจะเพราะทางยุโรปตกลง ตอนนี้ก็เลยเวียนมาถึงคิวของเราที่เราจะพัฒนาขึ้น หนังอินดิเพนเดนท์ของไทยตอนนี้ได้รับความสนใจอย่างยิ่ง และไม่ใช่แค่ผู้กำกับหนังอินดิเพนเดนท์ในเมืองไทย อย่าง "เจ้ย" อภิชาติพงศ์ "ต้อม" เป็นเอก รัตนเรือง หรือ อาทิตย์ อัสสรัตน์ เท่านั้น แต่นักสร้างหนังจากอินโดนีเซีย มาเลเซีย ที่ลุกขึ้นมาทำหนังอินดิเพนเดนท์พร้อมกัน เทศกาลของเราก็เช่นกัน ได้รับการยอมรับจากผู้กำกับระดับโลกมากมาย เรามีโรมัน โปลันสกี้ มาที่งานเราแล้ว และที่เอ่ยชื่ออีกไม่หมด เทศกาลหนังของเราได้รับการยอมรับจากต่างประเทศมากมาย และเราก็หวังว่าเทศกาลของเราจะได้รับความสนใจยิ่งๆ ขึ้นไป เป็นเทศกาลที่สำคัญมากที่สุดของโลก ผมหวังว่าอย่างนั้น"

 โปรแกรมพิเศษในปีนี้ วิคเตอร์ กล่าวว่า เทศกาลภาพยนตร์โลกยังได้จับมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวตุรกี คัดสรรภาพยนตร์โดดเด่นจากผู้กำกับสายเลือดใหม่ชาวตุรกี ที่เป็นตัวแทนยุคทองของภาพยนตร์ดินแดนไก่งวง ประกอบด้วย Envy Kosmos, Vavien, Wrong Rosary และ Honey ภาพยนตร์รางวัลหมีทองคำจากเทศกาลภาพยนตร์เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ปีล่าสุด

 ความแพร่หลายของภาพยนตร์อินดิเพนเดนท์เวลานี้ วิคเตอร์ กล่าวว่า นักศึกษาเองก็ให้ความสนใจกันมากขึ้น ทุกวันนี้โลกไม่ได้ปิดแค่การต้องเดินทางชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น แต่ยังสามารถหาชมจากดีวีดี ดิจิทัล เรียกว่าเติบโตขึ้นหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ว่าได้

 "เวลานี้กระทรวงวัฒนธรรมก็มีส่วนร่วมกับเรา โดยการเป็นสปอนเซอร์ ตรงนี้ก็ขอบคุณด้วย แต่แค่นี้ไม่พอจะต้องมีมากขึ้น เพราะเทศกาลภาพยนตร์มันเป็นเรื่องของกิจกรรมวัฒนธรรม มันไม่ใช่ทางการค้า อันนี้มันเป็นการเสริมสร้างสติปัญญาของคนดู เป็นการเพิ่มเติมเปิดมุมมองให้กว้างขึ้นให้แก่คนดู สิ่งเหล่านี้เป็นหัวใจของมันที่เราพลาดไม่ได้ ตอนนี้การที่รัฐบาลเข้ามาสนับสนุนเป็นเรื่องที่ดี แต่มันยังไม่พอ เพราะเทศกาลเราดำเนินด้วยงบประมาณที่จำกัด

 การที่เราจะทำอะไรได้นี่ เราต้องพึ่งผู้สนับสนุนเอกชน ที่จะมาช่วยทำให้งานราบรื่นไปได้ จริงๆภาครัฐต้องช่วยสนับสนุนด้านการเงิน เพราะมันจะช่วยให้เราเชิญหนัง ผู้กำกับมาคุยกันได้มากขึ้น เชิญให้คนไทยมาแลกเปลี่ยนความคิดกันได้มากขึ้น อันนี้เป็นกิจกรรมที่เป็นการลงทุนระยะยาว ถ้าลงทุนไปแล้ว 10 ปี ผลเกิดขึ้นแน่

 ที่เราจัดมาแล้ว 10 ปี มันก็เห็นผล แต่มันเห็นผลขึ้นอย่างช้าๆ เพราะเรามีเงินน้อย เราก็ทำเท่าที่ทำได้ ถ้ามีเงินเยอะ ก็สามารถจัดสัมมนาได้ เชิญคนเก่งๆ มานั่งคุยได้ ถ้าเราเชิญไม่ได้ เราก็จัดได้แค่นี้ ปีหน้า ผมอยากจะเห็นการร่วมมือกันของทั้งไทยและต่างประเทศมาอยู่กันที่นี่ และเฉลิมฉลองภาพยนตร์อินดิเพนเดนท์ที่เราหาดูไม่ได้ มาแลกเปลี่ยนทัศนคติกันมากขึ้นๆ" ผอ.เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ครั้งที่ 8 กล่าวปิดท้าย