บันเทิง

สนุก-ประทับใจใน'กรีนทริป'ล่องเรือไปกับ 'วิน-ป๊อบ'

สนุก-ประทับใจใน'กรีนทริป'ล่องเรือไปกับ 'วิน-ป๊อบ'

15 ต.ค. 2553

ผ่านพ้นกันไปแล้ว ด้วยความสนุกสนาน และประทับใจ กับ "กรีนทริป#66 เมดิเตอร์เรเนียน เดอะ เบสท์ เดสติเนชั่น" ทริปล่องเรือสุดหรูไปในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน กับการท่องเที่ยว 4 ประเทศ อิตาลี โครเอเชีย กรีซ และ ตุรกี

 โดยมีผู้นำทางอย่างคลื่น 106.5 กรีนเวฟ นำโดย "ฉอด" สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา และ เอ-ไทม์ ทราเวลเลอร์  นำโดย "เอส" วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย พาผู้สนับสนุน ผู้โชคดี รวมถึง 2 ศิลปินอารมณ์ดี "ป๊อบ" ปองกูล สืบซึ้ง และ "วิน" อัศวิน ดุริยางกูร จากวงแคลอรี่ส์ บลาห์ บลาห์ มาร่วมสร้างความสนุกสนานในการเดินทางครั้งนี้ด้วย

 หลังความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง โดยเครื่องบินออสเตรเลียน แอร์ ไลน์  10 ชั่วโมงผ่านไป เมื่อทุกคนต้องลงเรือลำเดียวกัน กับ สเปลนเดอร์ ออฟ เดอะ ซี ในเครือของ รอยัล คาริบเบียน ทุกคนก็ดูจะหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เมื่อเท้าได้เหยียบเรือลำใหญ่หรูหรา มีสระว่ายน้ำถึง 2 สระ สนามไดร์ฟกอล์ฟ ห้องออกกำลังกาย ฯลฯ รวมถึงห้องพักที่ความสบายไม่ต่างจากโรงแรม เรียกว่าคุ้มค่าสุดๆ

 ปู๊น...ปู๊น เรือเริ่มส่งสัญญาณ ว่ากำลังจะออกจากท่าเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี สองข้างทางเมืองนั้น ผ่ากลางด้วยมหาสมุทรใหญ่ วิน หันมาบอกกับเราอย่างดีใจที่ได้มีโอกาสมาเห็น กับเมืองที่ว่ากันว่าอีกประมาณ 10-20 ปี จะเริ่มจมหายไปเรื่อยๆ มองจากเครื่องบินลงมา เสมือนเมืองนี้ผุดมาจากน้ำยังไงยังงั้น

 ค่ำคืนผ่านไป เข้าสู่เช้าวันใหม่ เรือพาเราทุกคนมุ่งหน้าสู่เมือง ดูบรอฟนิค ประเทศโครเอเชีย ซึ่งเคยเป็นเป้าหมายการถูกโจมตีจากกองทหารยูโกสลาฟ บ้านเรือนกว่าครึ่งของที่นี่ รวมถึงอนุสาวรีย์ต่างๆ ได้รับความเสียหาย และทรุดโทรม จากนั้นในปี ค.ศ.1995 ได้มีการลงนามสนธิสัญญาสงบศึก องค์การยูเนสโก และสหภาพยุโรป จึงได้ร่วมกันปฏิสังขรณ์จนดูบรอฟนิค กลับมาเป็นเมืองที่สวยงามอีกครั้ง ซึ่งทั้งสองหนุ่มป๊อบ-วิน ได้ขึ้นไปชมทัศนียภาพความสวยงามของเมือง ตามแนวกำแพงป้อมปราการซึ่งอยู่ที่สูง

 ก่อนจะลงมาช็อปปิ้งกับสินค้าที่ระลึกด้านล่าง ไม่ว่าจะเป็นโปสการ์ด เครื่องหอม เสื้อบอลตราหมากรุก แ ละที่นี่ หนุ่มวิน ได้ลูกบอลแก้ว ที่เขย่าแล้วมีเหมือนหิมะฟุ้งขึ้นมา ด้านป๊อบเอง ก็ไม่น้อยหน้า เพราะได้ทั้งหมวก รวมถึงรูปปั้นขนาดเล็กที่เชื่อกันว่า เป็นเทพคุ้มครองเมืองดูบรอฟนิค แต่ทั้งนี้ ป๊อบบอกว่า ไม่ได้เป็นรูปปั้นที่ปลุกเสก เพราะถ้าอย่างนั้น เขาเองก็คงไม่กล้าซื้อเหมือนกัน เพราะกลัว บรื๋อ...อ

 ส่วนคู่หวานอย่าง "ดีเจอ้อย" นภาพร และ "ไนซ์" นวพล จุลอมรโชค ก็ควงคู่กันขึ้นไปด้านบนเช่นเดียวกัน ทั้งคู่ลงมาด้วยเหงื่อโทรมกาย เพราะแดดร้อน หันบอกเราพร้อมกัน ว่าอาหารกลางวันที่ทานไว้ ย่อยหมดเลย เพราะหมดไปกับการเดิน แต่แหม...ได้เดินเคียงคู่คนที่รัก ร้อนแค่ไหนก็สู้ตายค่ะ!

 วันต่อมา แม้ทุกคนจะไม่ได้ลงจากเรือไปชมเมืองไหนๆ แต่ดูเหมือนความสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ ทั้งตีปิงปอง ปีนเขา ว่ายน้ำ เซาน่า ฟิตเนส ฯลฯ ก็ไม่ทำให้ทุกคนเบื่อ ตกเย็นทุกคนต่างก็ประชันด้วยการแต่งตัวสวย-หล่อกันสุดชีวิต เพราะเป็นไฮไลท์หนึ่งของการเดินเรือครั้งนี้ กับการร่วมงานกาล่าร์ดินเนอร์เข้าร่วมรับประทานอาหารค่ำ ที่ห้องอาหารคิงแอนด์ไอ ที่คนไทยอย่างเราๆ เมื่อได้เห็นต้องภูมิใจกับการตกแต่งห้องสไตล์ไทย ที่เรือนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่อง แอนนา แอนด์ เดอะ คิง นั่นเอง ชาวต่างชาติบางคน ก็แต่งชุดประจำชาติกันมาเลย ซึ่งงานในค่ำคืนนี้ ถือว่าเป็นการเลี้ยงขอบคุณกัปตันเรือที่พาลูกทริปล่องเรือ จึงต้องให้เกียรติด้วยการแต่งกายชุดสุภาพ ทั้งป๊อบและวินเองก็หล่อเข้มกันมาเต็มสูตร

 วันต่อมา เรือเทียบท่าถึงกุชอาดาชี พวกเรามุ่งหน้ากันไปบ้านพักสุดท้ายของพระแม่มารี พร้อมยังได้เข้าไปในสถานที่ ที่ใช้แสวงบุญของชาวคริสต์ เข้าไปก็จะมีเทียนให้อธิษฐาน กับพระแม่มารี ก่อนจะออกมาด้านนอกจุดเทียน 2 เล่ม และมาดื่มน้ำธรรมชาติ ที่มี 3 บ่อ บ่อแรกขอเรื่องสุขภาพ บ่อสองให้ชีวิตรุ่งเรือง และบ่อที่สาม ให้ชีวิตร่มเย็นเป็นสุข ทั้งป๊อบและวิน ก็ไม่รอช้า รีบตรงเข้าไปเปิดก๊อกให้น้ำใสเย็นผ่านเข้าไปในร่างกาย อ่าห์...สดชื่น พร้อมอธิษฐานต่อกับการเขียนคำอธิษฐานลงกระดาษและผูกขอพรกับพระแม่มารี ป๊อบเขียนสั้นๆ แต่วินนี่สิ ขอทุกเรื่อง ยังไงคงประสบความสำเร็จสักเรื่องล่ะน่า...า

 จากนั้นไกด์ริชชี่ และไซม่อน พาเราไปเที่ยวกันต่อที่เมือง เอฟิซุส ประเทศตุรกี เมืองโบราณที่ชาวโรมันก่อสร้างขึ้นเพื่อการค้า สถาปัตยกรรมช่างน่าตื่นตากลบความร้อนจากไอแดดไปได้โข ก่อนที่วันต่อมา เรือจะพาเรามาถึงที่เมือง ซานโตรินี ประเทศกรีซ ที่ตั้งอยู่บนเขาสูง เราทุกคนหวาดเสียวไปกับการนั่งเคเบิลคาร์ ขึ้นยอดเขาสูงชัน อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลจนวินบ่นว่าหูอื้อ แต่ความสวยงามของเมืองซานโตรินี ก็คุ้มค่ากับการเสี่ยง เพราะบ้านเมืองของคนที่นี่เป็นเอกลักษณ์ด้วยปูนสีขาวทั้งหลัง แต่ทาหลังคาสีฟ้า ดูสวยงามน่ารัก ถ่ายรูปกันสนุกสนานเป็นการใหญ่

 เช้าวันใหม่ เรายังอยู่กันที่กรีซ ทุกคนมุ่งหน้ากันไปยังป้อมปราการที่เกาะคอร์ฟู เป็นป้อมปราการที่ไว้ป้องกันตัวเอง ในอดีตป้อมนี้เป็นที่ป้องกันประเทศ มีคุกคุมขังนักโทษ จุดมุ่งหมายของเราคือขึ้นไปถึงหอคอย แม้จะเหนื่อย แต่วิวสวยสมคำร่ำลือ

 จากนั้นการใช้ชีวิตบนเรือสำราญหรูวันสุดท้าย ทุกคนก็ได้อิ่มใจไปกับบทเพลงไพเราะของวงแคลอรี่ส์ บลาห์ บลาห์ ที่นอกจากขนเพลงฮิตมาทุกอัลบั้มแล้ว ก็ยังมีมุกฮาไม่ได้ขาด เมื่อถึงเวลาที่ต้องอำลาเรือ ทุกคนไปสนุกกันต่อยังเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี จุดเริ่มต้นของการเดินทาง เพื่อช็อปปิ้ง และชมความสวยงามของเวนิสที่มีสะพานถึง 400 สะพานด้วยกัน และการเดินทางของคนที่เมืองนี้ จะรณรงค์ใช้เรือ หากจะใช้รถ ต้องเป็นรถยนต์ไฟฟ้า หรือติดแก๊ส เพื่อไม่เพิ่มมลภาวะให้แก่เมือง

 ถึงเวลาอำลาความสนุก ความผูกพันที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ดูเหมือนทุกคนจะร่องรอยแห่งความอาลัยอยู่บนสีหน้า ป๊อบและวินบอกกับเราว่า แม้ความสนุกจะหมดแล้ว แต่ความทรงจำจะยังคงอยู่กับเราไปอีกนาน ...