
ศิลาในน้ำเชี่ยว - ชีวิตรักเจ้าฟ้า
อมตะวาจาแห่งมหาตมะคานธีที่กล่าวไว้ว่า ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีชีวิต นั้น ช่างเป็นจริงในทุกกาลเวลา ทุกสถานที่ทุกเชื้อชาติและศาสนา อย่างไม่มีข้อสงสัย
แม้ว่าละครยอดฮิตทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 เรื่องวนิดา จะจบลงท่ามกลางความสุขใจของผู้ชมทั่วประเทศไปแล้ว แต่เดือนตุลาคม นี้ ยังเป็นช่วงเวลาสำคัญที่คนไทยควรร่วมน้อมรำลึกในโอกาส 100 ปีแห่งการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระปิยมหาราช โดยเฉพาะเรื่องราวความรักที่ทำให้พระองค์ท่านทรงได้รับการยกย่องจากทั้งคนไทยและชาวโลกว่า ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของประชาชน
วันก่อน ผมไปร่วมงานแนะนำหนังสือ “ชีวิตรักเจ้าฟ้า ๒” เขียนโดย คุณลดา รุธิรกนก ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ เป็นหนังสือที่เรียงร้อยเรื่องราวแห่งรักในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่น้อยคนจะได้ล่วงรู้ พร้อมทั้งถ่ายทอดถ้อยความหวานละมุนที่พระปิยมหาราช ทรงมีต่อเอกอัครชายาอันเป็นที่รักยิ่ง นับตั้งแต่ครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็น กรมขุนพินิตประชานาถ จนกระทั่งเสวยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ ๕ แห่งราชวงศ์จักรี
งานนี้ได้รับเกียรติจากเหล่าราชนิกูลและบุคคลชั้นนำร่วมงานคับคั่ง อาทิ พลเรือเอก หม่อมเจ้าปุสาณ สวัสดิวัตน์ หม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล หม่อมหลวง รัชฎาราศี ชยางกูร ศาสตราจารย์ ท่านผู้หญิงพูนทรัพย์ นพวงศ์ ณ อยุธยา หม่อมไฉไล ยุคล ณ อยุธยา คุณหญิง แสงเดือน ณ นคร อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ ฯลฯ
มุมแห่งรักในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจากหนังสือ “ชีวิตรักเจ้าฟ้า ๒” ที่น่าประทับใจมีหลากหลายยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นความรักหรือถ้อยพระราชดำรัสอันอ่อนโยนที่ทรงมีต่อพระภรรยาเจ้าทุกพระองค์ ไปจนถึงการแง่งอนระหว่างกัน มีตัวอย่างเหตุการณ์ที่น่ารักมากๆ คือ พระอัครชายาพระองค์แรก เจ้าคุณพระประยูรวงศ์ (เจ้าคุณแพ) ท่านมีอายุยืนยาวมาจนถึงสมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าทรงโปรดเจ้าคุณพระประยูรวงศ์มากจะเห็นได้จากเมื่อครั้งเจ้าคุณพระประยูรวงศ์น้อยใจในพระสวามี แม้จะยังถวายงานตามเดิม แต่ก็ยังให้บ่าวไพร่เอาไม้กระดานมาปูเป็นทางเดินทอดยาวไปถึงพระที่นั่งจักรี บอกว่า จะไม่เหยียบแผ่นดินของสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
นอกจากมุมแห่งรักแล้ว ยังกล่าวถึงเหตุการณ์อันน่าเศร้ามิรู้ลืมไว้ด้วย อาทิ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทักษิณชา นราธิราชบุตรี ทรงเป็นพระภรรยาเจ้าพระองค์แรก และมีพระประสูติกาลพระโอรสพระองค์แรกในสมเด็จพระปิยมหาราช แต่หลังจากประสูติได้เพียง ๘ ชั่วโมง พระกุมารน้อยก็สิ้นพระชนม์ ถึงกระนั้นพระองค์เจ้าทักษิณชาฯ ก็ยังกอดพระโอรสไว้ในอ้อมพระอุรา ความสะเทือนพระทัยทำให้ถึงกับประชวรและพระสติเลื่อนลอยนับตั้งแต่นั้นมา
หนังสือเล่มนี้ยังได้เล่ารายละเอียดเหตุการณ์ที่ทำให้พระปิยะมหาราชทรงเสียพระราชหฤทัยอย่างยิ่ง นั่นคือ การสูญเสียดินแดนประเทศราชให้แก่ประเทศฝรั่งเศสในปี ร.ศ.112 โดยได้ระบุถึงที่มาที่ไปอย่างละเอียด อ่านแล้วจะเข้าใจว่าทำไมในปัจจุบันนี้ ประเทศไทยจึงยังมีปัญหาเกี่ยวกับอาณาเขตที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน
ช่วงหนึ่งของหนังสือที่เล่าว่า ฝรั่งหลายชาติ ตั้งแต่ อังกฤษ ฮอลแลนด์ โปรตุเกส ฯลฯ พร้อมรบและยืนเคียงข้างทหารสยามในการปกป้องเอกราชไม่ให้ถูกรุกรานจากฝรั่งเศส ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและความกตัญญูต่อแผ่นดินไทยแล้ว ก็สะท้อนใจมาถึงยุคปัจจุบันว่า ความรักชาติและกตัญญูต่อแผ่นดินของคนไทยในยุคนี้ถดถอยลงไปกว่าเดิมหรือไม่ น้อยกว่าพวกฝรั่งที่เคยเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารหรือไม่
แผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวงเมื่อร้อยปีก่อน เป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญแห่งสยามประเทศ ตั้งแต่การแต่งกาย การไว้ทรงผม ถนนหนทางในกรุงเทพมหานคร การปกครอง การศึกษา การเจริญสัมพันธไมตรีต่อนานาอารยประเทศ และการทำให้สยามเป็นประเทศที่มีศักดิ์ศรี น่าเกรงขามในสายตามหาอำนาจ ด้วยพระปรีชาสามารถ
ขอเชิญชวนคนไทยที่เป็นหนอนหนังสือทั้งหลาย ไปเที่ยวงาน “มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 15” ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และแวะเยี่ยมบูธสำนักพิมพ์ดีเอ็มจี C 05 ห้องแพลนนารีฮอลล์ วันที่ 21-31 ตุลาคมนี้ ลองเปิดอ่านหนังสือเล่มนี้ และอีกหลายๆ เล่มที่จัดพิมพ์เพื่อน้อมรำลึก 100 ปีแห่งการเสด็จสวรรคต
"ดนัย จันทร์เจ้าฉาย"



