
มองผ่านเลนส์คม - เรื่องของ...ชาติวุฒิ
"นักเขียน" เป็นอาชีพที่แปลก...
คนทำงานเขียนหลายคนเลือกที่จะอยู่ในโลกของตัวเอง โลกของวรรณกรรม วิถีที่ดูเหมือนจะสันโดษ อาจให้รู้สึกว่าแปลกแยกจากคนอื่น
การตัดสินใจ "ไม่อยากอยู่" ของ "เป้" ชาติวุฒิ บุณยรักษ์ นักเขียนหนุ่ม ยากจะบอกได้ว่าเขาคิดอะไร
อย่างที่ ชาติ กอบจิตติ นักเขียนที่ถือเป็นต้นแบบของชาติวุฒิ บอกไว้สั้นๆ ว่า "ถ่านกว่าจะติดได้ก็ต้องมีเชื้อ" ดังนั้นจึงอาจมีหลายสาเหตุที่ผลักให้เขาคิดและเป็นอย่างนี้
คนที่ได้ชื่อว่าเป็นนักเขียน พวกเขาอยู่ในภาวะที่กดดันหรือไม่
เป็นคำถามที่หลายคนพยายามหาคำตอบ
ฟังจาก "กุดจี่" พรชัย แสนยะมูล นักเขียน-บรรณาธิการและเจ้าของสำนักพิมพ์ไม้ยมก เคยเล่าว่า ครั้งหนึ่งเขาก็เคยคิดฆ่าตัวตาย !
ความคาดหวังในงานเขียนของตัวเองและคนรอบข้าง เป็นเหตุผลสำคัญสำหรับคนหนุ่มสาวบางคนที่ก้าวสู่ถนนนักเขียน หัวใจของเขาอาจถูกบีบคั้นโดยไม่รู้ตัว
ยิ่งมี "รางวัล" เป็นตัวแปรที่จะพิสูจน์ความเป็น "มืออาชีพ" ซึ่งจะว่าไป ก็คล้ายกับว่าเป็นการ "ยอมรับ" นั่นเอง
การยอมรับที่ไม่เพียงเกิดจากคนคอเดียวกันเท่านั้น ยังต้องรวมไปถึงการ "เปิดทาง" จากครอบครัวอีกด้วย
ความโดดเดี่ยว ที่มาพร้อมกับการสู้รบทางความคิด เป็นภาวะที่ยากลำบาก
วรรณกรรมระดับโลกทั้งหลาย ได้เชิญชวนให้ค้นหาความหมายของ "ชีวิต" ซึ่งชักพาให้นักเขียนหลายคนแกะรอยเพื่อหาคำตอบนั้น
ชาติวุฒิ เคยบอกว่า "โลกวรรณกรรมมันเหมือนกับโลกของมนุษย์ต่างดาวที่เราไม่เคยก้าวเท้าเข้าไปเหยียบมาก่อน และเรื่องราวทั้งหมดมันก็เริ่มต้นมาจากจุดนั้นนั่นแหละ เพียงแต่ว่ามันยังเป็นแค่ความอยากแบบเด็กวัยรุ่น ยังไม่แจ่มชัด แล้วก็ไม่เคยได้ลงไม้ลงมือทำอะไร..."
สำหรับ ชาติวุฒิ แม้ก่อนหน้านี้จะเป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยากว่าเขาจะก้าวไปได้ไกลแค่ไหนบนถนนสายวรรณกรรม แต่ปัจจุบันคนในแวดวงยอมรับแล้วว่า เขาคือนักเขียนที่โตไวที่สุดในบรรดานักเขียนรุ่นใหม่ด้วยกัน
และคว้ารางวัลมาแล้วหลายเวที
ชาติวุฒิ เข้าวงการนักเขียนช้ากว่าคนอื่น เพราะเขาทำมาหลายอาชีพ ก่อนหน้าจะเป็นนักเขียน เขาก็เป็นเซลส์ขายรถมาก่อน
ได้พูดคุยกับรุ่นพี่ในแวดวง อย่าง เจน สงสมพันธุ์ พี่ชายของกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ นักเขียนซีไรต์ผู้ล่วงลับ เขาบอกว่า ด้วยอาชีพและการใช้ชีวิตของชาติวุฒิ ทำให้เขามีวิธีการสื่อสารที่มีเสน่ห์ เขียนหนังสือได้น่าติดตาม และมีมุมมองที่ต่างจากคนหนุ่มรุ่นเดียวกัน
เป็นเลือดใหม่ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง
ชาติวุฒิเคยบอกอีกเหมือนกันว่า "งานเขียนมันเลี้ยงชีพไม่ได้ ต้องอยู่ด้วยใจรัก"!
ไม่ว่าวันนี้ชาติวุฒิ จะยังมีลมหายใจหรือไม่ก็ตาม ความดีงามที่เขาทำ และสิ่งที่เขาเชื่อ จะเป็นเรื่องดีๆ ที่ฝากไว้กับนักเขียนรุ่นต่อๆ ไป และนักอ่านที่เขารัก
ก่อนหน้านี้ดิฉันอาจจะแค่ยิ้มให้เขา แต่ตอนนี้อยากจะบอกว่า...เราจะไม่ลืมกัน
"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"



