บันเทิง

"เป็ก"แจ้งจับมือแพร่คลิป-"พิงค์กี้"ขอพักงาน

"เป็ก"แจ้งจับมือแพร่คลิป-"พิงค์กี้"ขอพักงาน

14 ต.ค. 2553

"เป๊ก"สัณชัย โร่แจ้งกองปราบฯควานหามือดีนำคลิปทะเลาะ"ธัญญ่า" เผยแพร่ทางเน็ต ยอมรับผิดอารมณ์เสียคิดถึงลูก จึงพูดจาหยาบคายลามถึงแม่ธัญญา เผย เสียงในคลิปนานแล้วตอนนี้แก้ไขปัญหาหมดแล้ว วอนคนไม่ประสงค์ดีปล่อยข่าวหยุดกระทำ ด้าน"พิงค์กี้"ของดงานแสดง พร้อมปฏิเสธคล

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 13 ตุลาคม ร.ท.สัณชัย เองตระกูล หรือเป๊ก ไฮโซชื่อดัง สามีนางธัญญาเรศ เองตระกูล หรือธัญญ่า นักแสดง พร้อมทนายเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ต.จตุพร งามสุวิชชากุล พงส.(สบ2) กก.1 บก.ป. ให้ดำเนินคดีกับผู้ที่นำคลิปเสียงการสนทนาระหว่างตนเองกับนางธัญญาเรศ ไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ รวมทั้งผู้ที่นำข้อมูลคลิปเสียงไปเผยแพร่ทางสื่อมวลชนแขนงต่างๆ

 ร.ท.สัณชัยกล่าวว่า ที่เดินทางมาครั้งนี้เพราะต้องการให้มีการดำเนินคดีกับผู้ที่นำคลิปเสียงของตนมาเผยแพร่เป็นคนแรก และต้องการให้ระงับการเผยแพร่ต่อ โดยให้พนักงานสอบสวนดำเนินการไปตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตามข้อเท็จจริง เนื่องจากเรื่องนี้ตนทะเลาะกับภรรยาซึ่งเป็นเรื่องภายในครอบครัว

 ร.ท.สัณชัยกล่าวต่อว่า เวลานั้นมีอารมณ์คิดถึงลูกเพราะไม่ได้เจอนานแล้วจึงทำให้โมโห ก็ยอมรับผิดที่พูดจาหยาบคาย และลามไปถึงคุณแม่ของธัญญ่าด้วย ตรงนี้ก็ต้องขอโทษคุณแม่และธัญญ่า ส่วนเรื่องคลิปหรือข่าวต่างๆ ที่ออกมานั้นเป็นเรื่องที่ผ่านมานานมากแล้วซึ่งตนรู้ตัวว่าผิดและได้แก้ปัญหาไปหมดแล้ว

 ร.ท.สัณชัยกล่าวว่า ถ้าย้อนไปเมื่อ 2 สัปดาห์นี้ก็เพิ่งไปหาธัญญ่าที่สหัรฐอเมริกาและคุยกันด้วยดีทุกอย่างแล้ว รวมทั้งคุณแม่ธัญญ่า ก็คุยกันดีแต่เมื่อมีคลิปเกิดขึ้นก็ทำให้มีปัญหาขึ้นมาอีกครั้ง ส่วนเรื่องคลิปเสียงระหว่างธัญญ่า กับพิงค์กี้ และคุณแม่นั้น ตนไม่ได้ฟังและไม่อยากจะฟัง อย่างไรก็ตามต้องขอโทษครอบครัวพิงค์กี้ด้วยที่ทำให้ต้องมีข่าวเสียหาย เรื่องนี้ตนผิดคนเดียวถึงวันนี้ก็ไม่รู้ว่าคนที่ไม่หวังดีจะนำข่าวมาปล่อยทำไม เพราะตอนนี้ธัญญ่าก็เครียดจนไม่สบาย คงต้องลางานกลับไปหาในสัปดาห์หน้า

 “ตอนนี้ครอบครัวผมได้รับผลกระทบมากครับ อย่างพ่อผมก็ถูกว่าตามอินเทอร์เน็ตเต็มไปหมดทั้งที่ท่านไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ธัญญ่าไม่สบายเส้นเลือดฝอยในตาแตก ผมก็คงต้องกลับไปเร็วๆ นี้ ทางน้องเขา (พิงค์กี้) ก็มีหน้าที่การงานที่ดีเป็นนักแสดงมีสังกัดมีผู้จัดที่ดูแลเพราะมีความสามารถก็น่าจะมีอนาคตที่ดี แต่ก็ได้ยินข่าวลือออกมาเยอะว่าจะถูกถอดออก ผมก็ไม่รู้อนาคตเขาจะเป็นยังไงผมก็ต้องขอโทษครอบครัวเขาไว้ตรงนี้ด้วย” ร.ท.สัณชัยกล่าว

 ร.ท.สัณชัยกล่าวอีกว่า อยากให้คนที่ไม่ประสงค์ดีหรือที่เคยให้ข่าวให้หยุดได้แล้วเพราะเวลาล่วงเลยมานานแล้ว จริงๆ ควรจะจบนานแล้ว แต่ละคนก็จะได้เดินหน้าต่อไปกับครอบครัว น้องเขาเองก็จะได้เดินหน้ากับการทำงานของเขาไป เรื่องนี้มีผลกระทบหลายด้านมาก ไม่อยากเอาเรื่องอะไรมากมาย แค่อยากให้สื่อต่างๆ ที่ลงคลิปเสียงนี้ระงับการเผยแพร่ จริงๆ มันเป็นเรื่องน่าเกลียด เป็นเรื่องของสามีภรรยาทะเลาะกัน ซึ่งใครที่แต่งงานมีลูกแล้วก็คงต้องเคยเป็นแบบนี้บ้าง แต่ตนบังเอิญโมโหและใช้คำพูดที่ไม่ค่อยจะดี

 เมื่อถามว่า กลัวมีคลิปอื่นเผยแพร่ออกมาอีกหรือไม่ ร.ท.สัณชัยกล่าวว่า หากมีอีกก็คงต้องดำเนินคดี เมื่อถามต่อว่า อยากให้มีการเอาคลิปเสียงตามเว็บไซต์ต่างๆ ออกหรือไม่อย่างไร ร.ท.สัณชัยกล่าวว่า ตรงนี้คงเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะดำเนินการ แต่เรื่องนี้ก็คงต้องจบลงเร็วๆ นี้

 ด้าน พ.ต.ต.จตุพรกล่าวว่า ในเบื้องต้นนั้นพบว่าเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และข้อหาหมิ่นประมาท ซึ่งผู้เสียหายประสงค์จะดำเนินคดีในทุกฐานความผิดที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามจะได้สอบปากคำผู้เสียหายและนำเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้( 13 ตุลาคม)  น.ส.สาวิกา ไชยเดช หรือ พิงค์กี้ ดาราสาว เดินทางกลับจากประเทศอินเดียแล้ว ขณะเดียวกัน น.ส.ณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์ หรือ ปิ่น ผู้บริหารบริษัททีวีซีน เจ้าของละครเรื่อง "เงาพราย" ซึ่งเป็นละครเรื่องแรกที่พิงค์กี้แสดงหลังจากย้ายจากช่อง 7 มาอยู่ช่อง 3 กล่าวว่า พิงค์กี้มาหาหลังกลับมาจากอินเดีย เพื่อคุยเกี่ยวกับละครเรื่องดังกล่าว ซึ่งได้ข้อสรุปว่า นางเอกคนดังขอถอนตัวออกจากการแสดงแล้ว

 "เขามาคุยกับเรา สรุปว่าน้องเขารู้สึกไม่สบายใจ ไม่มีสมาธิ เขาเลยขอพักก่อน เขาขออนุญาตไม่เล่นเรื่องนี้ เราก็เข้าใจ เห็นดีด้วย คนเราไม่สบายใจ มีข่าวอยู่ประจำ ทำให้ไม่มีสมาธิหรอก ละครก็เล่นยาก ไม่ใช่เล่นง่ายๆ หลังจากนี้เขาบอกว่าจะกลับไปเรียนภาษา ไปเรียนต่อ เห็นว่าจะไปอินเดีย" ปิ่น กล่าว

 ด้านนายสมเกียรติ คุณานิธิพงศ์ คนสนิทและผู้จัดการส่วนตัวของธัญญ่า กล่าวว่า ล่าสุดได้โทรศัพท์คุยกับธัญญ่า ยังไม่ไหว เครียดมาก แต่ตอนที่คุยน้ำเสียงดีขึ้นกว่าวันก่อน

 "วันที่รู้ข่าวเรื่องคลิป ธัญญ่าบอกว่าไม่ได้นอนเลย คิดมาก เพราะคลิปมันอ่อนไหวมาก พอคลิปออกมา ลูกก็ถูกมองว่าพ่อพูดจาไม่ดี แม่ก็พูดยั่ว แต่เขาก็ยืนยันว่าเขาไม่ได้ปล่อยคลิป ด้วยความเป็นแม่ มีลูกขวบกว่าๆ พ่อแม่มาทะเลาะกัน เขาเป็นแม่คนจะปล่อยคลิปเสียงพ่อแม่ทะเลาะกันเพื่ออะไร เขาก็ยอมรับว่าตอนนั้นเป็นอารมณ์ชั่ววูบ การทะเลาะกันของสามีภรรยาก็เหมือนลิ้นกับฟัน คือตอนนี้เพื่อน พี่ๆ นักข่าว หรือคนอื่นๆ จะมองว่าเขาเป็นคนปล่อยคลิปหรือเปล่า แต่สำหรับเขากับพี่เป๊กเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน อยากให้คนปล่อยคลิปหยุดเถอะ ผมคุยกับธัญญ่า เขาก็ถามว่า ข่าวคราวที่เมืองไทยเป็นยังไงบ้าง มีคลิปอะไรหลุดบ้าง แต่ผมก็ไม่อยากให้เขาใส่ใจ ไม่อยากให้เขาคิดมาก" นายสมเกียรติกล่าว

 ผู้จัดการส่วนตัวนักแสดงคนดังเผยต่อว่า ร.ท.สัญชัยเดินทางกลับจากอเมริกาเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่ผ่านมา หลังจากเดินทางไปเยี่ยมลูกสาว "น้องลียา" และภรรยาที่อเมริกา พร้อมกับแม่ ส่วนธัญญ่าจะเดินทางกลับเมื่อไหร่นั้น คิดว่าคงต้องดูสภาพจิตใจก่อน

 "เป๊กก็บอกกับธัญญ่าว่า ถ้าอยู่ที่อเมริกาแล้วสบายใจก็อยู่กับแม่ อยู่กับแม่พี่เป๊กไปก่อน เป๊กก็ดูแลดี ยังให้เงินให้ทอง ให้บัตรเครดิตไว้ใช้ คือเท่าที่ธัญญ่าเล่าให้ฟัง ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเป๊กดีกับเขามาตลอด ที่มีข่าวว่าเป๊กจะไปหาธัญญ่าเพื่อเคลียร์เรื่องนี้นั้น ผมก็ไม่รู้ว่าราชการลาได้หรือเปล่า เพราะเป๊กต้องทำเรื่อง เนื่องจากตอนนี้เขารับราชการ จริงๆ เขาคงตั้งใจไปอยู่แล้ว ถ้าว่างเขาก็ไปหาลูกหาเมียเขา" นายสมเกียรติกล่าว

 ถามต่อว่าให้กำลังใจธัญญ่าอย่างไรบ้าง นายสมเกียรติกล่าวว่า ให้คำแนะนำหลายอย่าง พร้อมกับบอกว่าต้องอยู่เพื่อลูก ช่วยกันทำให้ครอบครัวอยู่ได้ หากสามีบอกว่าไม่มีอะไรก็ต้องเชื่อใจสามี คือถ้าเป๊กบอกว่าไม่มีอะไร ก็ต้องเชื่อ สุดท้ายต้องเชื่อสามี แต่เพื่อความสบายใจ คงอยู่อเมริกาสักพัก กับแม่สามี และแม่ตัวเองไปก่อน
 
 "ผมก็บอกให้ใจเย็นๆ จริงๆ เป๊กนิสัยดี น่ารัก สำหรับผมนะ ส่วนการเดินทางกลับมาเมืองไทยของธัญญ่า คิดว่ายังไม่เดินทางกลับมาในเร็ววันนี้ เขายังไม่อยากให้ลูกมาเจอปัญหาอะไรแบบนี้ อยากให้เรื่องเงียบ อาจจะเดินทางกลับมาช้ากว่าปกติ ความรู้สึกสองคนระหว่างพ่อกับแม่แย่ไม่เท่าไหร่ แต่ความรู้สึกของลูกแย่ไม่ได้ จริงๆ งานละครทางช่อง 3 ที่รับไว้ อาจจะต้องปฏิเสธไปก่อน เพราะเราสงสารเขา ถามว่าคงจะอยู่ที่อเมริกายาวไหม คงอยู่จนสภาพจิตใจดีขึ้น ณ วันนี้เขาคงไม่อยากกลับ ตอนแรกเขายังอยากกลับมาเล่นละครเลย แต่ตอนนี้คงยัง" นายสมเกียรติกล่าว

ส่วน พิงค์กี้ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เรื่องคลิปที่ออกมาทราบแล้ว หลังจากเพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศอินเดีย และเข้าไปคุยกับผู้จัดละคร "ปิ่น" ณัฏฐนันท์ ถึงเรื่องกระแสข่าว และเรื่องงานละคร "เงาพราย"

 "ส่วนเสียงคลิปอื่นนั้นกี้ไม่ทราบ แต่ถ้าเป็นเรื่องกี้ มันก็คือเสียงกี้เอง เราบริสุทธิ์ใจตอนที่คุย ตอนที่คุยเรื่องมันเกิดขึ้นนานมากแล้ว ประมาณ 3 เดือนกว่า ส่วนคลิปอะไรต่างๆ กี้ไม่ทราบ รู้พร้อมกับทุกคน เท็จจริงอย่างไรต้องไปถามคนรู้ เพราะกี้รู้เท่าที่กี้พูด" นักแสดงชื่อดังกล่าว

 ส่วนเรื่องความสัมพันธ์กับ "เป๊ก" สัณชัยนั้น ดาราสาวกล่าวว่า เรื่องนี้ได้ตอบไปแล้ว และในคลิปตอบอย่างไรก็ตอบอย่างนั้น อีกทั้งได้ฟังคลิปเท่าที่ทุกคนฟัง เรื่องอื่นไม่ทราบ แต่ทุกครั้งที่ไปถ่ายหนังที่ประเทศอินเดียจะมีเรื่องราวเกิดขึ้นแบบนี้ทุกครั้ง ไม่ทราบว่าต่อไปจะมีเรื่องอะไรอีก

 "ต้องขอขอบคุณกำลังใจทุกคนที่มีให้" พิงค์กี้กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พร้อมกับขอบคุณครอบครัวของ "ปิ่น" ณัฏฐนันท์ ช่อง 7 และช่อง 3 และกล่าวว่า "สิ่งที่พูดได้ตอนนี้ คือ อยากจะขอโทษประชาชน ถ้าทำให้ไม่พอใจ เหตุการณ์ไหนก็แล้วแต่ วันนี้กี้พูดแล้ว ไม่อยากให้มีปัญหาอีก ชีวิตกี้มีครอบครัวที่ต้องดูแล ฉะนั้นอย่าเอากี้ไปเกี่ยวข้องกับใคร อย่ายุ่งอะไรกับกี้อีกเลย เพราะทุกคนก็แฮปปี้แล้ว กี้ก็แฮปปี้ ฉะนั้นขอให้จบ ส่วนกับพี่ปิ่นเพิ่งไปคุยเมื่อเช้า (13 ต.ค.) พี่ปิ่นก็รับรู้ข่าวทุกอย่าง กี้ไม่อยากให้ผู้ใหญ่ลำบากใจ เกรงใจทุกคน ก็ขอพักงานแสดงช่วงนี้ก่อน ขอไปทำอะไรใช้ชีวิตสงบสักพัก แต่งานอีเวนท์ ถ่ายแบบก็ยังมี กี้ขอพักงานเอง ไม่เคยคิดจะลาออกจากวงการบันเทิง เพราะกี้ยังเป็นนักแสดง หลังจากนี้ก็จะไปเรียนเต้น และเรียนภาษาที่อินเดีย ส่วนความสัมพันธ์กับพี่เป๊ก กี้ตอบไปแล้ว พูดหมดแล้ว คิดว่าทุกคนคงเข้าใจ"
 
 ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เครียดหรือไม่กับกระแสข่าวที่ออกมา นางเอกสาวกล่าวว่า ชีวิตคนเราอย่างมากก็ตายเท่านั้นเอง ส่วนเรื่องที่โดนอัดคลิปจะแจ้งความหรือไม่ต้องปรึกษาครอบครัวก่อน

 "เรื่องนี้กี้ไม่ทราบว่าโดนอัดเทป ส่วนจะมีการดำเนินคดีไหม ตรงนี้กี้เป็นครอบครัวใหญ่ เรื่องการมีคลิปมันก็ผิดกฎหมายอยู่แล้ว แต่กี้ตัดสินใจคนเดียวไม่ได้ ต้องปรึกษาครอบครัว ทุกคนได้รับผลกระทบหมด ก็อยากให้ทุกคนเห็นใจซึ่งกันและกัน ตอนนี้คุณแม่ก็ไม่สบาย เพราะเครียดกับข่าว ส่วนตอนนี้เหมือนถูกพิพากษาไปแล้วว่าเป็นเมียน้อยนั้น เป็นพี่ๆ นักข่าวรู้สึกยังไง ทุกคนก็บอบช้ำ มันบอบช้ำ กี้พูดทุกอย่างเคลียร์แล้ว แต่ทำทุกอย่างดีแล้ว"