
มองผ่านเลนส์คม - นักร้องกับข่าวสร้างสรรค์
ท่ามกลางข่าวฉาวดาราที่คนทำข่าวก็เบื่อและเหนื่อย คนอ่านก็เริ่มเอียน เพราะมีตัวละครใหม่ๆ มาเกาะกระแสความดังกันอย่างไม่หยุดหย่อน
สัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวบันเทิงเล็กๆ 2 ชิ้นแทรกขึ้นมาทำให้รู้สึกดีๆ กับคนในวงการลูกทุ่งเพื่อชีวิตที่เขาตั้งใจทำดีเพื่อสังคมกัน
ข่าวแรก นักร้องใต้ หลวงไก่ -บ่าววี กับสาวอีสานชื่อ หญิง ธิติกานต์ ทั้งหมดสังกัดค่ายอาร์ สยาม ในเครืออาร์เอสโปรโมชั่นจำกัด (มหาชน) ไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ถ่ายโปสเตอร์และสปอตโฆษณา ชวนผู้ใจบุญซื้อ ดอกแก้วกัลยา พร้อมชวนเที่ยวงาน วันคนพิการ ปี 2553 ที่จะจัดงานเสาร์ 13 พฤศจิกายนนี้ ที่สวนอัมพร
กิจกรรมเช่นนี้บางคนอาจจะดูธรรมดาๆ เพราะดาราเขาก็ไปเป็นกันบ่อยๆ แต่สิ่งที่ประทับใจคือ หนึ่งในนักร้องกลุ่มนี้คือ บ่าววีหรือพันจ่าอากาศเอกวีรยุทธิ์ นานช้า ได้ให้สัมภาษณ์สื่อไว้อย่างน่าสนใจโดยไม่ประดิษฐ์คำว่า เหตุที่ตัวเขาเองชอบช่วยงานการกุศลบ่อยๆ เพราะปกติแล้วเป็นข้าราชการทหารอากาศเงินเดือนหมื่นกว่าบาท
พอมาเป็นนักร้องเพื่อชีวิตโด่งดังจากเพลง ”ขอนไม้กับเรือ” ได้การต้อนรับจากคนฟังมากมายจนกลายเป็นนักร้องเพื่อชีวิตหน้าใหม่อันดับหนึ่งของวงการ มีงานจ้างแสดงเข้ามามากขึ้น ทำให้เขามีรายได้จากคอนเสิร์ตเมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือคืนละนับหมื่นบาท
ส่วนนี้บ่าววีกล่าวว่ามันเป็นสิ่งที่เป็นกำไรในชีวิตที่งอกเงยออกมา ดังนั้นเมื่อเขามีโอกาสตอบแทนคืนให้แก่สังคมเขาก็จะทำโดยไม่บ่ายเบี่ยง ไม่ว่าจะได้ลงข่าวหรือไม่ก็ตาม
บอกตามตรงว่านักร้องบ้านเราน้อยคนมากที่จะคิดได้เช่นนี้ เพราะส่วนใหญ่ที่พบมาจะมุ่งมั่นกอบโกยแบบ ”น้ำขึ้นให้รีบตัก” งานช่วยงานการกุศลเลี่ยงได้เป็นเลี่ยง พอมีเงินมากก็ใช้ชีวิตอู้ฟู่ การจับไมโครโฟนแต่ละครั้งแต่ละนาทีมีมูลค่าเป็นเงินทองกันไปเสียหมด
ผิดกับตอนที่ยังไม่มีชื่อเสียง ในช่วงโปรโมทเพลงจะเที่ยววิ่งพล่านไปตามงานต่างๆ ขอขึ้นเวทีร้องเพลงฟรี เพื่อให้แฟนเพลงรู้จัก แต่พอชื่อเสียงโด่งดังแล้วหายหัว เรื่องนี้คนทำรายการวิทยุหรือดีเจต่างๆ รู้กันดีว่า ใครคือนักร้องดังที่ประพฤติตัวแบบนี้บ้าง
อีกข่าวเล็กๆ ชิ้นหนึ่งที่อ่านแล้วชื่นใจคือ นักร้องเพื่อชีวิต เสถียร ทำมือ จากค่ายแกรมมี่โกลด์ที่เคยมีข่าวประสบอุบัติเหตุในการเดินทาง 2 ครั้งซ้อนภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ขณะนี้ได้เซ็นชื่ออุทิศร่างกายเป็นอาจารย์ใหญ่ ให้ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เรื่องนี้นับว่าเป็นกรณีพบได้ยากในคนบันเทิง เพราะหลายคนมักคิดไปว่าเป็นการแช่งตัวเอง แต่ความจริงแล้วเป็นการใช้ชีวิตอย่างมีสติและไม่ยึดติดกับสังขารเมื่อล่วงลับไป
ที่ผ่านมานักร้องหลายคนที่ตายไปแล้ว หากเขาได้รู้ล่วงหน้าว่า ถ้าเขาตายไปแล้ว จะมีคนเบื้องหลังรุมทึ้งหากินกับศพของเขาทะเลาะกันเหมือนฝูงหมาป่าหรืออีแร้งที่กัดกันแย่งชิ้นส่วนอวัยวะอย่างไม่จบสิ้น เชื่อว่า เขาคงอยากบริจาคร่างกายให้เป็นอาจารย์ใหญ่ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาจะดีกว่า
ได้อ่านข่าวดีๆ คั่นกับข่าวคาวดาราที่ทยอยมีกันมาอย่างต่อเนื่อง จากเรื่องหนึ่งจบไปก็มีเรื่องใหม่ๆ มาแทรก อย่างน้อยก็มีความรู้สึกสุขใจว่า ในวงการบันเทิงยังมีข่าวที่อ่านแล้วทำให้รู้สึกชื่นฉ่ำใจกันบ้าง เพียงแต่ว่าพวกเขาไม่ใช่ดาราจึงไม่ตกเป็นข่าวชิ้นใหญ่
"



