
คิดสวนทาง - Seal ป๊อปชั้นดี มีสาระ
ศิลปินนักร้องนักแต่งเพลงชาวอังกฤษที่มีผลงานออกมาอย่างสม่ำเสมอตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ผลงานของเขาเป็นที่ยอมรับว่าเป็นศิลปินผู้จุดประกายอีกท่านหนึ่ง ที่ได้สร้างผลงานดีๆ ไว้ให้แก่วงการดนตรี
ปัจจุบันเขามีอายุ 47 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวในวงการดนตรีมาเกือบทุกรูปแบบ และเกือบทุกที่ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยที่เขาเคยมาใช้ชีวิตการเป็นนักดนตรีและการแสวงหาอยู่ที่นี่ ค้นพบ ข้อมูลนี้ใน Wikipedia น่าเสียดายว่าไม่มีรายละเอียดมากกว่านี้ ถ้าใครทราบว่าเขาเคยเข้ามาเล่นดนตรีอยู่กับวงอะไรหรือกับใครที่เมืองไทยนี้ ก็ช่วยส่งข่าวมาให้ทราบกันบ้าง หรือส่งข้อมูลเพิ่มเติมไปที่ Wikipedia ก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจในตัวศิลปินคนนี้มากขึ้น ผมก็เป็นคนหนึ่งในนั้นครับ
ได้มีโอกาสสัมผัสผลงานเขาครั้งแรกเมื่อนำเพลง Manic Depression ของ Jimi Hendrix ที่ Seal มาร่วมงานกับ Jeff Beck ในอัลบั้ม Stone Free, a tribute to Jimi Hendrix มาแกะเล่นกัน เสียงร้องของเขานั้นมีเสน่ห์เช่นเดียวกับ Jimi Hendrix ที่แค่เสียงหัวเราะในเพลง Are You Experienced ก็เท่มากแล้ว มีความสาก (Husky voice) ที่ไม่ใช่หวานเพราะแบบเลี่ยนๆ มีพลังแม้ร้องเบาๆ มีช่วงเสียงกว้างที่มีคุณภาพทั้งในช่วงเสียงสูงมากๆ กับต่ำมากๆ David Foster พูดถึงเสียงร้องของเขาว่า เป็นเสียงที่มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครและเขาสามารถควบคุม (command) เสียงของเขาได้อย่างที่เขาต้องการ นอกจากนี้เขายังมีความกล้าที่จะทดลองเสียงหรือโน้ตๆ ที่แปลกใหม่ในการร้อง และการแต่งเพลงของเขาอยู่เสมอ
ในอัลบั้มใหม่ล่าสุด Commitment เขาได้กล่าวว่าเป็นการนำเอาประสบการณ์จริงของเขาที่ได้เกิดขึ้นในระยะสองสามปีที่ผ่านมา มาเป็นข้อมูลในการทำอัลบั้มใหม่นี้ เป็นความท้าทายชิ้นใหม่ที่เขาจะต้องทำออกมาให้สำเร็จ เกินกว่าที่เขาจะคาดหวังได้ (exceeds my own expectation) อ่านแล้วงง !!#%* เพราะที่นี่ส่วนมากจะทำตามความคาดหวังของเฮียต่างๆ ตามค่ายเพลง หรือตามความคาดหวังของตลาดเพื่อยอดขายที่มันจะต้องถล่มทลาย หรือตามความคาดหวังของคุณพ่อคุณแม่ที่สนับสนุนส่งเสียให้ได้มาเป็นศิลปินสังกัดค่ายเพลงดัง
ในทัศนคติของผม ศิลปินคือผู้ที่ชอบหรือรักที่จะเป็น "ผู้ท่องเที่ยวไปในความคิด (thought traveler)” เพื่อค้นหาความจริงบางสิ่งบางอย่างจากเบื้องลึกของจิตใจ และเมื่อเขาสามารถค้นพบแล้ว ก็จะทำให้เกิดความปีติจนอยากจะนำมาเผื่อแผ่ให้คนอื่นๆ ได้รับความปีติเช่นเดียวกับที่เขาได้รับมา เผื่อว่าคนที่เคยประสบปัญหามาเช่นเดียวกับเข จะได้พบทางสว่างแห่งชีวิตขึ้นได้บ้าง กลายเป็นความ รู้สึกร่วม และถ้ามีคนร่วมความรู้สึกเช่นเดียวกันมากๆ เพลงนั้นก็จะเป็นที่นิยมในวงกว้าง หรือกลายเป็นเพลงฮิตขึ้นมาเช่น “Imagine” ของ John Lennon, “Bridge Over Trouble Water” ของ Paul Simon, “Time After Time” ของ Cindi Lauper, “The Rose” ของ Bette Midler และอีกหลายๆ เพลงที่เป็นเพลงบริสุทธิ์
เพลง “Kiss From A Rose” ที่เขาได้รับรางวัลแกรมมี่นั้น สวยงามทั้งคำร้องที่เรียกได้ว่าเป็นบทกวีชั้นดี และทำนองที่ทำให้นักแต่งเพลงอีกหลายคนรวมทั้งผมด้วย ได้เกิดประสบการณ์ “ดวงตาเห็นธรรม” ว่าเพลงเพลงหนึ่งสามารถทำให้ไพเราะได้ถึงขนาดนี้ ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งกล่อง เป็นเพชร น้ำเอกของวงการดนตรีขึ้นมาอีกเพลงหนึ่ง
อ่านมาถึงตรงนี้ท่านผู้อ่านบางท่านอาจจะนึกหมั่นใส้ว่าผมเห่อแต่เพลง "ฝาหรั่ง" ที่เป็นอย่างนี้เพราะหาตัวอย่างเพลงไทยยุคไฮเทคได้ยากเต็มที ถ้าจะให้พูดถึงก็ต้องเริ่มจากชุด “เรามา ร้องเพลงกัน” ที่มี คุณเขตต์อรัญ เลิศพิพัฒน์ เขียนคำร้องเกือบทุกเพลง เป็นคำร้องที่มีปริศนาธรรมแฝงอยู่ และมีความไพเราะอยู่ในตัวในรูปของบทกวี ผมเองอยู่ในงานนี้ด้วยในฐานะฝ่ายใส่ทำนอง ยังไม่เข้าใจความหมายอยู่หลายเพลงจนกระทั่งเวลาผ่านไป ถึงจะเริ่มเข้าใจสิ่งที่ผู้เขียนอยากจะบอกไว้ แล้วก็มีผลงานดีๆ จากศิลปินท่านอื่นๆ ตามมา เช่น คุณธเนศ วรากุลนุเคราะห์ คุณมาโนช พุฒตาล ที่มีผลงานในเชิงปรัชญาให้เกิดความคิดหรืดจิตนาการ แต่ตอนนี้หาไม่ได้เอาเสียเลยเพราะทุกคนคิด แต่เรื่อง “Nobody nobody but you" กันไปหมด
ผมชอบเพลง Rolling ในอัลบั้ม System ของ Seal มาก มีคำร้องท่อนหนึ่งว่า “Rolling out of my bed, I still can’t find the truth that I searching for. Rolling back instead, I shut my eyes, dream who I could be once more” แปลกันเอาเองแล้วกันครับ
ผมจะเขียนถึงอัลบั้ม “Commitment” ของเขาลงในคอลัมน์ “ฟัง คิด ค้น เขียน” ในหนังสือ “Music and Art” ฉบับหน้า ตามไปเชียร์ด้วยนะครับ
"จิรพรรณ อังศวานนท์"



