บันเทิง

ศิลป์แห่งแผ่นดิน - อุโบสถไม้วัดวังสาริกา

ศิลป์แห่งแผ่นดิน - อุโบสถไม้วัดวังสาริกา

12 ต.ค. 2553

สมัยผมเป็นเด็กไม่ค่อยได้เดินทางไกลไปไหน อายุ 11 ปีจึงได้เห็นทะเล อายุ 12 ปีได้เดินทางไปจังหวัดเลย ผ่านทางหล่มสัก ด่านซ้าย ในปี พ.ศ.2512 ถนนหนทางลำบากเอาการ

  เมื่อจบมัธยมต้น ได้มาเรียนศิลปะที่โรงเรียนเพาะช่าง จึงได้ใช้ชีวิตอิสระ โบยบินไปได้อย่างนก ได้เดินทางไปจังหวัดต่างๆ เหนือ กลาง อีสาน ใต้ ไปแบบร่อนเร่พเนจร ตะลอนไปตามลำพัง

 เมื่อมีลูกจึงอยากให้ลูกได้โบยบินเสียตั้งแต่เล็ก จะได้รู้ว่าโลกนี้กว้างใหญ่ไพศาล ผาเมฆลูกชายคนโต ได้เดินทางไกลตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ได้เห็นแม่น้ำโขง ได้ชมปราสาทหินพิมาย ได้ดูยักษ์วัดโพธิ์ ยักษ์วัดแจ้ง ได้เล่นน้ำทะเลหากหยงหลิน

 อายุ 6 ขวบได้เดินทางไปเมือง “ซาปา” (เวียดนาม) ไปเกาะลังกาวี ปีนัง และเดือนตุลาคมนี้จะไปเมืองอุดมไช เมืองงอย และหลวงพระบาง

 วันนี้ผมกับผาเมฆขับรถตระเวนอยู่ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ที่บ้านวังสาริกา ตำบลตลุกคู่ อำเภอทัพทัน
 วัดวังสาริกา วัดเล็กๆ อยู่ไม่ไกลจากวัดเขาปฐวี เขาปฐวีเป็นเขาหินปูนลูกปูนลูกโดด อยู่กลางทุ่งนา รายรอบด้วยหย่อมบ้านเรือน จากวัดเขาปฐวีขับรถมายังหมู่ 4 บ้านวังสาริกา ระยะทางราว 2-3 กิโลเมตร

 อุโบสถวัดวังสาริกาสร้างด้วยไม้ทั้งหลัง เสาไม้สี่เหลี่ยมต้นใหญ่ ผนังทุกด้านมีหน้าต่าง 3 ช่อง เพดานมีฝ้าไม้ หน้าบันแกะสลักด้วยไม้ มองเผินๆ เหมือนปูนปั้น แต่ครั้นแหงนหน้าดูก็ไม่เห็นร่องรอยโครงสร้างที่เป็นปูน

 ภายในอุโบสถมืดทึบ แสงเข้าทางประตูสองบานด้านหน้า มองเห็นพระประธาน และโต๊ะหมู่บูชา พื้นปูนหินขัดเป็นตาตารางหลากสี เรามาเยือนโบสถ์นี้ในฤดูฝน พื้นที่ที่ตั้งเป็นที่ลุ่มมีน้ำขังเฉอะแฉะ จินตนาการว่าหากฝนตกหนักๆ น้ำจะไหลท่วมเข้าไปในโบสถ์หรือเปล่า เพราะโบสถ์หลังนี้ไม่ได้ยกพื้น

 สองพ่อลูกเดินชม ก้มๆ เงยๆ เอามือตบๆ แตะๆ เข้าไกล ถอยห่าง ถ่ายรูปไว้ทุกด้านทุกแง่ทุกมุม เดินวน 3 รอบแล้วก็แวะไปที่ศาลาการเปรียญ ซึ่งหลวงตากำลังนำเด็กนักเรียนประถมราวๆ ร้อยคน สวดมนต์ ถือโอกาสนั่งสงบจิตสงบใจไปกับเด็กๆ ด้วย

 ลืมเล่าว่าผมพาลูกชายมาด้วยทั้งๆ ที่เป็นวันเปิดเรียน ทำให้เขาต้องขาดโรงเรียนไปอีก 1 วัน ภาคเรียนที่แล้ว (ป.2) ผลการเรียนของเขาแย่มาก ได้อับดับเกือบบ๊วย แต่ถึงกระนั้นผู้เป็นพ่อก็ยังไม่รู้สึกรู้สา ยังพาลูกโดดเรียนอยู่บ่อยครั้ง เห็นทีจะต้อง “ติว” ให้ลูกบ้างแล้ว แต่คงไม่ยัดเยียดให้ลูกไป “เรียนพิเศษ” เว้นแต่เขาจะร้องขอ

 ผมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ ให้เขารักการเดินทาง แม้ผลการเรียนของเขาในโรงเรียนจะไม่ดีนัก แต่ก็มั่นใจว่าเขาจะกอบกู้สถานการณ์ได้ในไม่ช้า

 แต่หากลูกชายสอบตก ผมจะยังหัวเราะออกไหมนี่

"ศักดิ์สิริ มีสมสืบ"