บันเทิง

แอนนี่ออกงานเดินแบบครั้งแรกหลังเป็นข่าว

แอนนี่ออกงานเดินแบบครั้งแรกหลังเป็นข่าว

11 ต.ค. 2553

"แอนนี่" ออกงานโชว์ตัวครั้งแรก เปลี่ยนใจไม่ฟ้อง "เมธี" ยันไม่มีใครเป็นกุนซือ เชื่อ "ฟิล์ม" ผ่านช่วงนี้ไปได้แน่ เพราะเข้มแข็ง โต้เปลี่ยนชื่อเปิดบัญชี แจงเชื่อดวง อีกไม่นานจะเปลี่ยนอีก โฆษกศาลยุติธรรมยันบังคับให้ตรวจดีเอ็นเอไม่ได้ แต่ผลร้ายจะเกิดกับแม่เด็

ยังมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่องกับข่าวระหว่างนักร้องหนุ่มซูเปอร์สตาร์ "ฟิล์ม" รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ และนักแสดงสาว "แอนนี่ บรู๊ค" โดยเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 10 ตุลาคม ดาราสาวแม่ลูกอ่อนยอมออกงานอีเวนท์โชว์ตัวเป็นครั้งแรก ในงานเปิดตัวบริษัท Beauty Secert ที่โกลเด้นโดม รัชดา พร้อมเปิดใจอีกครั้งว่าจะไม่ฟ้องนายเมธี อมรวุฒิกุล

 “โอ๊ยเรื่องจะฟ้องพี่เมธีคงไม่ต้องฟ้องร้องมั้ง ชุบตัวอะไร ไม่ไหวแล้วนะ คือจริงๆ แอนนี่ไม่อยากพูดถึงบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตปัจจุบันของแอนนี่กับลูก จริงๆ ตอนนี้ชีวิตของแอนนี่จะปิดรับข่าวสาร เพราะตอนนี้แอนนี่ต้องโฟกัสที่น้องมากๆ เพราะเราเป็นแม่แล้ว ไม่ว่าอดีตที่ผ่านมาจะเป็นยังไงก็แล้วแต่ ตอนนี้แอนนี่ขอให้แอนนี่ได้เป็นแม่ที่ดีได้ไหม ขอให้แอนนี่ได้เลี้ยงดูลูกอย่างดีได้ไหม เพราะคนเราไม่สามารถไปย้อนกลับเวลาไปแก้ไขอะไรใดๆ ได้ทั้งสิ้น ณ ตอนนี้เราต้องรู้ว่าหน้าที่คืออะไร สิ่งสำคัญที่สุดของเราคืออะไร มองถึงแค่ตรงนี้ก็พอ สำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นจากเรื่องนี้ อย่างที่แอนนี่บอกไปในรายการตีสิบว่า ถ้าเราเจอกันต่อไปในอนาคต แอนนี่จะขอไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก แล้วก็อยากให้ทุกอย่างยุติลง แอนนี่คงไปขอร้องอะไรใครไม่ได้ เพราะว่าแอนนี่ก็มีแค่หนึ่งสมองกับสองมือก็คงจะไปสู้รบปรบมือกับใครไม่ได้ทั้งสิ้น ตัวแอนนี่หยุดแล้ว เพราะแอนนี่พูดความจริงไปหมดแล้วในรายการตีสิบ” นักแสดงสาวกล่าว พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีการตรวจดีเอ็นเอ

 “ถ้าไม่อยากให้เป็น ถ้าไม่ใช่ก็ไม่ใช่ก็ได้ ซึ่งแอนนี่ยังยืนยันจะตรวจเพื่อ เพื่อใคร ถ้าเกิดว่าเพื่อน้องจริงๆ ลองดูกันก่อนไหม ลองถามน้องไหมว่าน้องอยากหรือเปล่า” ดาราสาวตอบ

 ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า การที่ “ฟิล์ม” กินยาเกินขนาดแล้วต้องเข้าโรงพยาบาลมีความรู้สึกอย่างไร ดาราสาวกล่าวว่ารู้สึกเป็นห่วง แต่เชื่อว่านักร้องหนุ่มจะผ่านเรื่องนี้ไปได้เหมือนทุกเรื่องที่ผ่านมา

 “ก็เป็นห่วง จริงๆ เขาเป็นคนเข้มแข็งอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าแอนนี่ไม่ฝากความห่วงใยไปเขาก็คงเข้มแข็งอยู่ เพราะว่ามีทั้งแฟนคลับและทุกคนที่ให้กำลังใจเขา ก็ให้เขาสู้ๆ ต่อไป เพราะเขาเคยผ่านมรสุมแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้เขาก็จะผ่านไปได้อีก รับรองว่าเขาจะกลับมาได้อีกแน่นอน” แอนนี่ กล่าว

 แอนนี่ยังปฏิเสธเรื่องที่ว่ามีคนอยู่เบื้องหลัง โดยบอกว่า มีเพียงตัวคนเดียวเท่านั้น

 "แอนนี่จะบอกว่า ต่อไปนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกก็ตาม แอนนี่มีแค่ตัวคนเดียว มีแค่สองมือ ไม่มีกุนซือ มีแต่กุญแจ ไม่มีใครมาสั่งสอนอะไร หรือบังคับให้แอนนี่พูดอะไรทั้งสิ้น ถ้าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นแอนนี่ก็จะขออยู่ตรงนี้ แอนนี่ยืนยันว่าทุกอย่างที่แอนนี่พูดกับทุกคนแอนนี่พูดจากใจ ทุกคนน่าจะสัมผัสได้ แอนนี่เพียงขอทำงาน เพราะแอนนี่ไม่ได้ทำงานมานานแล้ว ถ้าเกิดมองย้อนกลับไปก็เป็นปีแล้ว ตอนนี้แอนนี่มีตัวน้อยที่แอนนี่ต้องดูแล ตัวเราเองไม่เป็นไรหรอก กินยังไงอยู่ยัไงก็ได้ แต่น้องยังอีกยาวไกล เราต้องเก็บตังค์ให้เขา ซึ่งตอนนี้ใครให้แอนนี่ทำอะไร แอนนี่ทำหมด ขอแค่ไม่โป๊ไม่อะไรก็ทำหมด เพราะต้องเก็บตังค์ จริงๆ เรื่องโป๊แอนนี่ไม่โป๊มาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่เล่นละครสั้นกับรายการชิงช้าสวรรค์ก็ไม่ได้ทำแล้ว”

 สำหรับกระแสข่าวที่ถูกโจมตีว่ามีการเปลี่ยนชื่อหลายครั้งเพื่อเปิดบัญชีให้คนโอนเข้ามานั้น แอนนี่กล่าวว่า “เรื่องเปลี่ยนชื่อแอนนี่เปลี่ยนมาตั้งนานแล้ว เปลี่ยนมาตั้งแต่ก่อนมีน้องแล้ว เพราะตัวแอนนี่เองเป็นคนเชื่อเรื่องดวง เวลามีใครทักเรื่องชื่อ ช่วงไหนๆ ก็จะเปลี่ยนอยู่แล้ว แอนนี่เชื่อว่าหลายๆ คนก็เคยเปลี่ยนชื่อเหมือนกัน ไม่ได้เกี่ยวว่าเราเปลี่ยนชื่อเพื่อรอรับเงินใคร จริงๆ เปลี่ยนมาตั้งนานแล้ว แต่ว่าทุกคนรู้จักแอนนี่ในนามรุ่งนภา ถ้าแอนนี่บอกว่าเป็นชื่ออื่นแล้วใครจะรู้จัก คือตอนนี้ชื่อตามบัตรประชาชนของแอนนี่ชื่อฐิฏิพร เสฏฐภูมิ แล้วเดี๋ยวเร็วๆ นี้ก็จะเปลี่ยนอีกล่ะมั้ง เพราะว่าก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แล้วแต่ดวง แอนนี่ไม่ได้เปลี่ยนชื่อเพราะมีนัยใดๆ ทั้งสิ้น เปลี่ยนตามดวงจริงๆ”

 บทความศาลบังคับตรวจDNAได้หรือไม่

นายสิทธิศักดิ์  วนะชกิจ โฆษกศาลยุติธรรม ได้เขียนบทความเรื่องศาลบังคับตรวจDNAได้หรือไม่ความว่า ประเด็นทางสังคมที่เป็นข่าวร้อนแรงในขณะนี้   คงไม่มีเรื่องใดเกินไปกว่าข่าวของแอนนี่  บรู๊ค กับ  "ฟิล์ม"รัฐภูมิ   โตคงทรัพย์   ในหลาย ๆ แง่มุมที่วิพากษ์กัน  มีประเด็นทางกฎหมายเรื่องหนึ่งที่ถูกหยิบยกมาพูดกันมากก็คือ  การตรวจสารพันธุกรรมหรือ ดี.เอ็น.เอ. ระหว่างบุตรชายแอนนี่  บรู๊ค กับฟิล์ม

ปัญหาว่า  ผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดจะไปยื่นคำร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวเพียงฝ่ายเดียวเพื่อขอให้ศาลออกคำสั่งบังคับให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปตรวจ ดี.เอ็น.เอ.  เพื่อพิสูจน์สารพันธุกรรมความเป็นบิดากับบุตรกันได้หรือไม่  คำตอบคือไม่สามารถทำได้  เพราะไม่มีกฎหมายเปิดช่องให้บุคคลใช้สิทธิทางศาลในช่องทางนี้นั่นเอง

 คำถามต่อไปมีว่าถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการตรวจดี.เอ็น.เอ. เพื่อพิสูจน์ความเป็นบิดากับบุตรกันจะทำอย่างไร  คำเฉลยก็คือ  1) คู่กรณีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด  เช่น  ฝ่ายชายต้องฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย  สรุปง่าย  ๆ  คือ  ต้องมีการฟ้องเป็นคดีต่อศาลเยาวชนและครอบครัวก่อน 2)  คู่ความฝ่ายที่ขอตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรมต้องแสดงเจตนาร้องขอต่อศาลว่าต้องการขอให้มีการตรวจพิสูจน์ ดี.เอ็น.เอ. เช่น  ในคดีที่ฟ้องร้องกันนั้นฝ่ายชายขอให้มีการตรวจพิสูจน์ว่าตนเองกับเด็กเป็นบิดากับบุตรกันหรือไม่  

 3)  คู่กรณีที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องให้ความยินยอม  หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ให้ความยินยอมศาลก็บังคับไปตรวจไม่ได้  อย่างไรก็ตามกฏหมายกำหนดทางแก้ไขไว้ว่าหากฝ่ายใดไม่ยินยอมหรือปฏิเสธโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือกระทำการขัดขวางมิให้บุคคลที่เกี่ยวข้องให้ความยินยอมโดยไม่มีเหตุอันสมควร   กฎหมายให้สันนิษฐานไว้เบื้องต้นว่า  ข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่คู่ความฝ่ายตรงข้ามกล่าวอ้างซึ่งจะเป็นผลเสียต่อฝ่ายที่ไม่ยินยอมหรือกระทำการขัดขวางนั้น ตัวอย่างเช่น  ฝ่ายชายร้องขอให้ตรวจพิสูจน์ ดี.เอ็น.เอ. ระหว่างตนกับเด็ก  แต่มารดาเด็กปฏิเสธไม่ให้ความยินยอมในการตรวจโดยไม่มีเหตุอันสมควร  กรณีเช่นนี้  ผลร้ายจะตกอยู่กับฝ่ายมารดาของเด็ก เพราะกฎหมายปิดปากสันนิษฐานเป็นผลร้ายแก่ฝ่ายที่ปฏิเสธว่า   ชายที่ขอตรวจพิสูจน์ ดี.เอ็น.เอ. กับเด็กไม่ได้เป็นบิดากับบุตรกัน 

 วิธีการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรมหรือ ดี.เอ็น.เอ. เป็นกระบวนการแสวงหาพยานหลักฐานในทางคดีวิธีหนึ่งเท่านั้น  คู่ความแต่ละฝ่ายยังสามารถนำพยานหลักฐานอื่นมาสืบพิสูจน์เพื่อสนับสนุนหรือหักล้างข้อต่อสู้ของตนได้อีก   จะเห็นได้ว่ากฎหมายเคารพสิทธิความเป็นส่วนตัวในร่างกายและอวัยวะทั่วเรือนร่างของบุคคล  หากปราศจากซึ่งความยินยอมโดยสมัครใจแล้วย่อมไม่มีผู้ใดจะล่วงละเมิดสิทธิส่วนตัวได้  ดังนั้นการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรมหรือ ดี.เอ็น.เอ. จึงมิได้ง่ายดายดังที่หลายคนเข้าใจ  ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้องค์ประกอบและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น