บันเทิง

แอนนี่ลั่นไม่โต้ตอบแค่ปรึกษาทนายดัง

แอนนี่ลั่นไม่โต้ตอบแค่ปรึกษาทนายดัง

09 ต.ค. 2553

"แอนนี่ บรู๊ค" ปิดปากไม่ตอบโต้ใครอีก ตั้งหน้าทำงานหาเงินเลี้ยงแม่และลูก เตรียมพาลูกชายกลับบ้านเกิดที่ลำปาง หวังกราบเท้าแม่เร็วๆ นี้ ขณะที่แม่ยังเครียดไม่ยอมออกจากบ้าน ด้านเครือข่ายผู้หญิงนัดระดมสมอง 10 ต.ค. มุ่งให้ความรู้เรื่องสิทธิสตรี ศักดิ์ศรีความเป็น

แม้มรสุมชีวิตจะถาโถมเข้าใส่ดาราสาว "แอนนี่ บรู๊ค" มาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ตัวเองเกิดความเครียด รวมทั้งแม่ที่อายุมากแล้วต้องล้มป่วย ล่าสุดดาราสาวตอกย้ำว่าจะไม่ขอพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอีกต่อไป ในทางกลับกันจะขอใช้เวลานี้เร่งทำงานหาเงินเลี้ยงลูก รวมทั้งจะกลับบ้านที่ต่างจังหวัด เพื่อกราบแม่สักครั้งในเร็วๆ นี้

 เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม แอนนี่ บรู๊ค เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ไม่อยากจะคิดและเครียดอะไรมากแล้ว โดยเฉพาะกับบุคคลต่างๆ หลายคน ที่ออกมากล่าวพาดพิง ดังนั้นหลังจากนี้จะขอตั้งหน้าตั้งตาเลี้ยงลูกชาย และจะเริ่มเดินหน้าทำงานหาเงินเลี้ยงแม่และลูกดีกว่า ที่สำคัญในใจอยากกลับบ้านที่ลำปางมาก เพื่อจะพาน้องฑีฆายุไปพบกับแม่บ้าง อยากไปกราบเท้าแม่สักครั้งหนึ่ง เพราะทราบว่าตั้งแต่เกิดเรื่องแม่เครียดมากกับข่าวสารต่างๆ ของตนและฟิลม์เป็นเวลายาวนาน ทำให้แม่เครียดและกินข้าวได้น้อยลง จนน้ำหนักลดและทรุดโทรมกว่าเก่า

 เมื่อถามย้ำว่าจะกลับได้เมื่อไหร่ แอนนี่บอกว่า ช่วงนี้ยังไม่สามารถเดินทางกลับบ้านที่ลำปางได้ เพราะติดงานด้านบันเทิงหลายงาน มีคิวยาวไปถึงสัปดาห์หน้า และยังมีงานส่วนตัวอีกหลายอย่างที่ต้องสะสาง

 ส่วนเรื่องการฟ้องร้องบุคคลต่างๆ ที่ออกมากล่าวพาดพิงนั้น แอนนี่ย้ำว่า ไม่ขอพูดอะไรมาก เพียงแต่เตรียมปรึกษาทนายชื่อดังระดับประเทศไว้แล้วว่าจะเอาอย่างไรกับเรื่องต่างๆ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้นางจันทร์คำ มีเลข อายุ 54 ปี แม่ของแอนนี่ ยังคงเก็บตัวและพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ใน ต.บ้านสา อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง และไม่ยอมออกไปไหน เนื่องจากสุขภาพค่อนข้างทรุดโทรม หลังเกิดความเครียดจากข่าวของลูกสาวยาวนานเกือบ 1 เดือน

 ด้าน น.ส.สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิสตรี มูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าวว่า ภายหลังสื่อนำเสนอข่าวกรณีแอนนี่ บรู๊ค กับ "ฟิล์ม" รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ มาอย่างต่อเนื่อง แต่เนื้อหาข้อมูลของข่าวก่อให้เกิดผลกระทบต่อประเด็นทัศนคติ ตอกย้ำซ้ำเติมภาพลักษณ์ด้านลบของผู้หญิง ด้วยสังคมกำหนดสองมาตรฐานวิถีทางเพศของหญิงชาย ที่สำคัญมีประเด็นการละเมิดสิทธิสตรี รวมถึงสาธารณชนยังขาดความรู้ความเข้าใจต่อประเด็นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพ สิทธิสตรี สิทธิเด็ก ที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติรับรอง รวมถึงการตั้งข้อกังขากรณีการตรวจดีเอ็นเอ เครือข่ายองค์กรสตรี อาทิ สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ มูลนิธิเครือข่าวครอบครัว สภาทนายความจังหวัดธัญบุรี ศูนย์สหวิทยาการชุมชนศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และมูลนิธิเพื่อนหญิง ได้จัดเวทีเสวนาหัวข้อ "ดีเอ็นเอเพื่อใคร" ในวันที่ 10 ตุลาคม เวลา 09.00-11.30 น. ณ ห้องประชุมบำรุง ระวีวรรณ สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ ถนนเดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง

 วัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เชิงประเด็นด้านศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพ สิทธิสตรี สิทธิเด็ก การให้ความรู้เมื่อมีการละเมิดสิทธิเฉพาะด้าน เช่น หมิ่นประมาท การตรวจดีเอ็นเอ การนำความรู้ไปสู่บรรทัดฐานของสังคมไทย นอกจากนี้ จะมีการพูดถึงประเด็นกฎหมาย เรื่องกรณีหมิ่นประมาท ส่วนรายละเอียดการเตรียมฟ้องผู้ที่กล่าวหาพาดพิงกรณีแอนนี่นั้น น.ส.สุเพ็ญศรีกล่าวว่า ยังไม่ได้ระบุว่าเป็นใครบ้าง คงต้องอยู่ที่ทนาย อย่างไรก็ตาม สำหรับภาพจิตใจของแอนนี่นั้น เมื่อสองวันก่อนยังแย่ แต่ล่าสุดได้คุยดีขึ้นมากแล้ว เราเป็นห่วงเรื่องภาวะจิตใจ ที่ถูกกระทบ มีภาวะจิตใจที่แย่มาก อาจทำให้เกิดความเครียด ความท้อแท้ได้ ดังนั้นเรื่องของการให้สัมภาษณ์เรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ แอนนี่ได้ทำตามที่มูลนิธิแนะนำให้หยุดแล้ว

 ส่วนกระแสข่าวว่าฟิล์มจะเดินทางไปเกาหลีพร้อมมารดานั้น ทางประชาสัมพันธ์ บริษัท อาร์เอส จำกัด(มหาชน) แจ้งว่า เป็นกำหนดการเดิมของฟิล์มก่อนเกิดเรื่อง เนื่องจากบริษัททัวร์ ชิวเอ้าท์ เลเชอร์ จำกัด ของนักร้องหนุ่ม ได้ขายทัวร์ไปเที่ยวเกาหลี พร้อมชมคอนเสิร์ต เอเชี่ยน ซอง ณ กรุงโซล ที่เดิม จึงมีรายชื่อไปโชว์ในงานนี้ แต่หลังจากเกิดเรื่องมีการเปลี่ยนตัวเป็น "บี้" สุกฤษฏิ์ วิเศษแก้ว ทั้งนี้ประชาสัมพันธ์อาร์เอสยังย้ำด้วยว่า ไม่แน่ใจว่าทัวร์ครั้งนี้ฟิล์มจะร่วมเดินทางไปด้วยหรือไม่ แต่จะมีนายภูริทัต โตคงทรัพย์ หรือ "แอร์" พี่ชายของฟิล์ม เดินทางไปครั้งนี้อย่างแน่นอน