บันเทิง

ฟิล์มทวิตต่อไปไม่มีคำว่าท้อและถอย

ฟิล์มทวิตต่อไปไม่มีคำว่าท้อและถอย

08 ต.ค. 2553

"ฟิล์ม-รัฐภูมิ"ทวิตขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้ พร้อมประกาศต่อไปจะไม่มีคำว่า"ท้อ"และ"ถอย" จะมีแต่คำว่าสู้ ด้าน“เมธี”จวก“แอนนี่” ป่วยจิต ลวงโลก ยันจับได้คบชายหลายคนจึงต้องเลิกรา ท้าให้ฟ้อง โวมีพยานหลักฐานแฉกลับ พร้อมเฉลย 2 หนุ่มเป็นนักร้องแดนโสมกับผู้ช่วยผู้กำ

หลังจากนักร้องซูเปอร์สตาร์ "ฟิล์ม" รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ล้มป่วยนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เนื่องจากกินยาเกินขนาดถึงขั้นต้องให้หมอล้างท้องช่วยชีวิต ล่าสุดเมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 7 ตุลาคม "ฟิล์ม" เดินทางออกจากโรงพยาบาลบีเอ็นเอช ย่านสาทร หลังจากแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านเนื่องจากเห็นว่าอาการปลอดภัยแล้ว ก่อนเดินทางกลับ ฟิล์ม และนางโคมมนต์ มารดา กล่าวขอบคุณกองทัพสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวเป็นจำนวนมากเพียงสั้นๆ ด้วยใบหน้าสดชื่นขึ้นว่า ขอขอบคุณสื่อมวลชน และแฟนคลับ ตอนนี้อาการดีขึ้น ก่อนที่จะขอตัวไปขึ้นรถ

ฟิล์มเตรียมปฏิบัติธรรม

จากนั้นนางโคมมนต์ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้ตนอาการดีขึ้น ตอนแรกจะไปปฏิบัติธรรม แต่มาทราบข่าวของฟิล์มว่าล้มป่วยก่อน โดยตอนนั้นพี่ชายของฟิล์ม (นายภูริทัต) บอกว่า ฟิล์มเข้าโรงพยาบาลแต่พ้นขีดอันตรายแล้ว จึงให้รอฟังข่าวอยู่ที่บ้าน เพราะสภาพจิตใจและร่างกายอ่อนแอมากๆ ไม่พร้อมที่จะมาเจอลูกที่โรงพยาบาล ที่ผ่านมาก็ติดตามฟังข่าวเป็นระยะด้วยความเป็นห่วง

"หลังจากนี้แม่คงไปปฏิบัติธรรม แล้วก็ชวนน้องฟิล์มไปด้วย เพราะตอนนี้อาร์เอสให้หยุดงานก่อนชั่วคราว เพราะฟิล์มไม่พร้อมที่จะทำงานตอนนี้ แม่เลยชวนไปปฏิบัติธรรม เพื่อเป็นแนวทางพื้นฐานของการดำรงชีวิตต่อไป เพราะว่าน้องฟิล์มทำงานมาตั้งแต่อายุ 15 เขาทำงานเพื่อครอบครัวมาตลอด จะถือโอกาสพาฟิล์มไปฟื้นฟูสภาพจิตใจ ปฏิบัติธรรมกรรมฐาน ทำอะไรจะได้ตรึกตรองให้มากกว่านี้ สถานที่ที่จะไปปฏิบัติธรรม แม่ได้ติดต่อไว้หลายแห่ง แต่ยังไม่ได้เลือกว่าจะไปที่ไหน" นางโคมมนต์กล่าว

ลั่นงดให้ความช่วยเหลือแอนนี่

 ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องบวชเรียนว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด แม่นักร้องดังบอกว่ามีแนวโน้มจะให้ฟิล์มบวชหลังจากไปปฏิบัติธรรม แต่คงจะบอกหลังจากที่ปฏิบัติธรรมแล้ว ซึ่งตอนนี้ฟิล์มยังมีงานที่ค้างเล็กๆ น้อยๆ ต้องสะสางให้เสร็จ ส่วนเรื่องการตรวจดีเอ็นเอของ ด.ช.ฑีฆายุ ไม่ขอพูดอะไรแล้ว

 "เมื่อไม่มีความกระจ่างชัดเจน อย่าเอาชื่อของฟิล์มไปเกี่ยวข้องด้วยอีกเลย เพราะเรื่องนี้ยังไม่ปรากฏออกมาชัดเจน จนกว่าจะมีความชัดเจนค่อยมาว่ากันทีหลัง สำหรับการช่วยเหลือ คงต้องสิ้นสุดลง ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรแล้ว เพราะตอนนี้มีองค์กรสตรีเข้ามาช่วยเหลือแล้ว เราขอยุติการช่วยเหลือ" นางโคมมนต์กล่าว

"ฟิล์ม"ทวิตหวิดสิ้นชื่อใจยันสู้ต่อ

 ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 19.59 น. ฟิล์มได้ทวิตข้อความผ่าน @FilmRattapoom ว่า "สวัสดีครับทุกคน หลังจากที่ผมตื่นมาพร้อมกับความมึนงงและสับสน พอทราบเรื่องราวจากคนรอบข้างและได้เห็นกำลังใจที่ทุกๆ คนส่งมาให้ มันทำให้ผมรู้ว่าความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผม เกือบทำให้ผมไม่มีโอกาสตื่นขึ้นมาพบเจอกับสิ่งที่ดีๆ ที่ทุกคนมีให้ผม มันมีค่าที่สุดในชีวิตของผมจริงๆ ครับ"

 ฟิล์มยังทวิตอีกว่า "มันเป็นเหมือนยาที่ทำให้ผมแข็งแรงขึ้นทุกวัน ขอขอบคุณทุกๆ กำลังใจ ขอบคุณทุกความเข้าใจที่มีให้และขอบคุณทุกความเชื่อใจที่มีให้ผม ต่อไปนี้จะไม่มีคำว่า "ท้อ" ต่อไปนี้จะไม่มีคำว่า "ถอย" นับจากวันนี้ไป จะมีแต่คำว่า "สู้" และก้าวต่อไป ขอให้ทุกคนร่วมเดินไปกับผม เพราะคนธรรมดาอย่างผมคงเดินมาจนถึงจุดจุดนี้ไม่ได้ ถ้าไม่มีทุกๆ คน และต่อจากนี้ไปผมจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุดเพื่อคนที่ผมรัก ขอบคุณที่รักกันครับ"

 กลุ่มสตรีลำปางเตรียมชุมนุมร้อง"เฮียฮ้อ"ออกมาขอโทษ

 นางสาวศิริพร ปัญญาเสน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง และในฐานะนายกสมาคมส่งเสริมการพัฒนาสตรีและเยาวชนลำปาง เปิดเผยว่า หลังจากทางกลุ่มสตรีลำปางได้ออกมาเรียกร้องให้ นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ หรือเฮียฮ้อ บิ๊กบอสอาร์เอส ออกมาขอโทษสตรีลำปาง หลังจากออกมากล่าวหาแอนนี่ บรู๊ค ซึ่งถือว่าเป็นการหมิ่นศักดิ์ศรี ลูกผู้หญิง ซึ่งเป็นลูกหลานชาวลำปาง

 ทั้งนี้ ที่ผ่านมานายสุรชัย ยังไม่มีทีท่าที่จะออกมาขอโทษ นอกจากนี้ ยังมีตัวละครออกมากล่าวว่าพาดพิงแอนนี่อย่างต่อเนื่อง ถือว่าการกระทำดังกล่าวนั้นเป็นการกระทำกินในที่ลับแล้วนำมาเปิดเผยในที่แจ้ง ซึ่งเป็นการดูถูกผู้หญิงอย่างมาก และการกระทำดังกล่าว ลูกผู้ชายไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง เป็นการชี้ให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายผิดถือว่าเป็นการตอกย้ำเหยียดหยามคุณค่า และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของลูกผู้หญิงทั้งประเทศ

 นางสาวศิริพร กล่าวอีกว่า ในวันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2553 ที่จะถึงนี้ ทางกลุ่มสตรีลำปางจะยกระดับการชุมนุมครั้งใหญ่ โดยการรวมตัวเรียกร้องให้เฮียฮ้อออกมาขอโทษกลุ่มสตรีลำปางและขอโทษแอนนี่ บรู๊ค ทางสื่อมวลชน หากยังไม่มีท่าทีจะออกมา ขอโทษทางกลุ่มสตรีลำปาง จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อเดินทางไปเรียกร้อง ที่บริษัทอาร์เอสฯ ต่อไป

 สำหรับการเรียกร้องในครั้งนี้ เป็นการเรียกร้องของผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่เห็นว่าการกระทำดังกล่าว เป็นการย่ำยีและลดคุณค่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้หญิง เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนผู้หญิงและเป็นการกระทำความรุนแรงต่อผู้หญิง และเด็ก อีกรูปแบบหนึ่งที่สังคมโดยรวมต้องตระหนักและพึงระวังไม่ให้เกิดขึ้นอีกในสังคม

"เมธี"แถลงข่าวแฉแอนนี่อีก

 วันเดียวกัน เมื่อเวลา 14.00 น. ที่โรงแรมตวันนา สุรวงศ์ นายเมธี อมรวุฒิกุล เปิดแถลงหลังจากแอนนี่ยืนยันจะฟ้องร้องที่ก่อนหน้านี้ออกมาพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ของคนทั้งสองว่า ที่มาแถลงข่าวเนื่องจากแอนนี่บอกว่าจะฟ้องร้อง และกล่าวหาว่าเป็นคนเลว เป็นคนโกหก อีกทั้งบอกว่าไม่เคยคบหากันมาก่อน จึงอยากมาชี้แจงข้อเท็จจริง และครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่อกมาแถลงข่าว โดยจะพูดแต่ความจริงเท่านั้น เพราะถ้าพูดโกหกต้องไปติดคุกแน่นอน

 "ผมขอย้อนไป ผมได้คบหาผู้หญิงคนนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ในขณะนั้นเป็นข่าวใหญ่โต แล้วมีเหตุการณ์หนึ่ง ผมกำลังไปส่งแอนนี่ รถเกิดอุบัติเหตุที่รัชโยธิน หลังจากนั้นไม่นานก็เลิกกัน แอนนี่ก็ออกมาด่าผม หนังสือพิมพ์ลงเกือบทุกฉบับ ผมไม่เคยตอบโต้ใดๆ ทั้งสิ้น ผมปิดปากเงียบมาตลอด 10 ปี กระทั่งผมเห็นข่าวที่เกิดขึ้นกับน้องฟิล์ม ผมยังชมว่าผู้ชายคนนี้รับผิดชอบ แต่ปรากฏว่ามันไม่เป็นอย่างนั้น ผู้หญิงคนนี้มีแผนการโดยอ้างว่าท้อง ซึ่งเคยเกิดขึ้นกับผม เมื่อตอนที่คบหากันอยู่ ในช่วง 3 อาทิตย์แรก เขาบอกว่า อยากมีลูก ผมตกใจ พอเข้าเดือนที่ 4 มาบอกผมว่า ท้อง ผมป้องกันอย่างเต็มที่จึงสงสัยว่าท้องได้อย่างไร เขาก็เงียบๆ ไม่ตอบอะไร หลังจากนั้นหนึ่งเดือนก็มีเหตุที่ต้องเลิกรากัน" นายเมธีกล่าว

แฉช่วงคบหาแอนนี่คบอีก2คน

 นายเมธี กล่าวต่อว่า ระหว่างที่คบกันแอบสืบว่า แอนนี่คบกับผู้ชายอีก 2 คน จึงได้โทรศัพท์เคลียร์กับผู้ชายคนนั้นที่เป็นนักแสดง ซึ่งนักแสดงคนดังกล่าวได้เล่าทุกอย่างให้ฟังทั้งหมด และตนก็ได้เล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังทั้งหมดเช่นกันต่อหน้าแอนนี่ ทำให้ทุกอย่างกระจ่าง กลายเป็นเรื่องโกหก ปั้นเรื่อง หลอกลวงทุกคน เช่น แอนนี่บอกอายุ 18 แต่ไม่ใช่ เพราะอายุ 22 โกหกว่า จบเมืองนอกจากซานฟรานซิสโกมาอยู่เมืองไทยได้ปีกว่าๆ อ่านภาษาไทยไม่ได้ พูดภาษาอังกฤษ

 "แต่เวลาพูดภาษาอังกฤษ ได้งูๆ ปลาๆ ผมเลยสงสัยผู้หญิงคนนี้มากๆ เลยสืบ แล้วบังเอิญไปเจอแม่เขา ผมไปรับแม่เขาที่ บขส. ทุกอย่างเลยเฉลยหมด ว่าเขาไม่เคยเจอหน้าพ่อ ไม่เคยไปเมืองนอก เกิดเมืองไทย แล้วที่บอกว่าเรียนจบพยาบาลก็ไม่จริง จบผู้ช่วยพยาบาล ผมเปิดโรงเรียนเมธารักษ์การบริบาล เขาเคยมาสมัครกับผม ล่าสุดออกรายการคุณวิทวัส ก็บอกว่าจบพยาบาล คุณวิทวัสถามถึง 3 ครั้ง ก็ยังตอบว่าจริงค่ะ" นายเมธีกล่าว

วอนทุกฝ่ายอย่าเป็นเครื่องมือ

 นายเมธี กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาเคยตกเป็นเหยื่อมาแล้ว แต่เป็นเพราะแก่กว่าฟิล์ม มีประสบการณ์มากกว่า จึงรอดตัวมาได้ ส่วนที่ออกมาพูดนั้นเพราะเห็นว่า "ฟิล์ม" รับผิดชอบมาพอสมควรแล้ว แต่แอนนี่ไม่หยุด การตรวจดีเอ็นเอ ไม่ยาก เอาเส้นผม ตรวจน้ำลายกระพุ้งแก้มได้ ทุกอย่างมันจะได้กระจ่าง 

 "ผมวิงวอนพวกสตรี มูลนิธีเพื่อนสตรี ทนายต่างๆ ขอร้องอย่าเป็นเครื่องมือเขา วันนี้มหากาพย์ของฟิล์ม และผู้หญิงคนนี้ ผมขอร้องให้จบภายในวันนี้ จบแบบไม่ตรวจดีเอ็นเอก็ได้ เพราะผู้หญิงคนนี้ตั้งธงไว้ว่าไม่ตรวจแน่นอน เพราะตอนนี้เขายังทำมาหากินได้ ถ้าสังคมเห็นว่าผู้หญิงคนนี้ดีเลิศ ไม่มีอะไรเสีย สนับสนุนเขาไป ถ้าเห็นว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ดี ก็ไม่ต้องสนับสนุน ธรรมชาติจะลงโทษเขาเอง" นายเมธีกล่าว

อ้างแฉหลักฐานเด็ดหากถูกฟ้อง

 ผู้สื่อข่าวถามต่อว่ากลัวจะมีการฟ้องร้องเกิดขึ้นหรือไม่ อดีตนักแสดงชื่อดังกล่าวว่า อาจจะมีการฟ้องร้องขึ้น แต่สิ่งที่พูดออกมาเป็นความจริงทั้งนั้น หากถามว่า ถ้าฟ้อง มีหลักฐานอะไรไว้หรือยัง ขอตอบว่ามีหลักฐาน เป็นพยานบุคคลหลายคน นอกจากนี้ยังมีหลักฐานถ่ายรูปไว้ ส่วนที่แอนนี่พูดว่าไม่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้มองที่ตาของตน จะรู้ว่าเป็นคนพูดจริงไม่โกหก หากแอนนี่จะยื่นฟ้องก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ายื่นหลักฐานเท็จต้องติดคุก เพราะส่วนตัวก็จะเอาจริงเช่นกัน โดยจะให้อีกฝ่ายติดคุกแน่ อีกทั้งยังคนอื่นอีกเป็นแผงที่เตรียมฟ้องแอนนี่

 นอกจากนี้ นายเมธียังกล่าวอีกว่า การที่ออกมาไม่ใช่เพราะต้องการสร้างกระแสให้แก่ตัวเองเพื่อจะลงเล่นการเมือง และไม่ได้ต้องการเกาะกระแส เพราะตนดังกว่า "ฟิล์ม" รัฐภูมิเยอะ อีกทั้งอยากบอกบางคนที่มือถือสากปากถือศีล อะไรก็เพศแม่ ขอให้ดูให้ลึก ดูให้ถึงเนื้อแท้ มองให้ลึกว่านี่คือเกมอะไร และอยากแนะนำ "ฟิล์ม" รัฐภูมิ ให้ก้าวผ่านตรงนี้ไปให้ได้ ฟิล์มอ่อนแอมาก อ่อนแอกว่าที่คิด

เผยชายอีก2คนที่เฮียฮ้อแฉ

 "เขาอาจจะเป็นพระเอกนอกจอและในจอ อยากให้ก้าวข้ามไปเลย ส่วนเรื่องที่พี่พจน์ อานนท์ บอกว่าเมื่อ 2 ปีที่แล้วผู้หญิงคนนั้นบอกกับพี่พจน์ว่ายังคบกันอยู่ และมีทะเลาะกันนั้น อาจจะเป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นไปเล่าให้พี่พจน์ฟังว่า เมธีซ้อม เตะอีกแล้ว ซึ่งไม่จริง คือเมื่อ 2-3 ปีก่อน ผู้หญิงคนนั้นได้เล่นหนังของพี่พจน์ ผู้หญิงคนนี้ป่วยต้องไปหาหมอ คือถ้าผมไปตบตีเขา เขาไม่ฟ้องตำรวจตายเหรอ วันนี้ขอให้เอาความจริงมาแบให้ประชาชนได้เห็น แล้วตัดสินใจเอาเอง ผมคิดว่ามีคนอยู่เบื้องหลัง ส่วนผมไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง ผมแค่เคยเป็นเหยื่อเท่านั้นเอง" นายเมธีกล่าว

 ภายหลังแถลงข่าวเสร็จสิ้น นายเมธีให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวอีกครั้งถึงรายชื่อหนุ่ม 4 คนที่แอนนี่เคยคบหาช่วงเดียวกับ "ฟิล์ม" รัฐภูมิว่า ผู้ชายทั้ง 4 คนได้แก่ "จุ๊น" กิตติคุณ นักร้องเกาหลี ผู้ช่วยผู้กำกับ และ "ฟิล์ม" รัฐภูมิ ส่วนระหว่างที่แอนนี่คบกับตนมีหนุ่มอีก 2 คน เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เป็นนักแสดง มีตัวอักษรย่อว่า น. อีกทั้งเป็นน้องชายนักแสดงหนุ่มไม่โด่งดังมาก และอีกหนึ่งคน มีอักษรย่อ ต. เป็นนักแสดงชื่อดังรุ่นเดียวกับตน

เกาหลีคัดเลือก"บี้"แทน"ฟิล์ม"

ด้านความคืบหน้าเกี่ยวกับบุคคลที่จะเป็นตัวแทนประเทศไทยไปโชว์ในงาน เอเชี่ยนซอง 2010 ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลี ภายหลังบริษัทอาร์เอส จำกัด (มหาชน) ถอนตัวฟิล์มออกจากการเป็นตัวแทน โดยอ้างถึงปัญหาสุขภาพของฟิล์มนั้น ล่าสุดมีรายงานว่า ทางประเทศเกาลีได้คัดเลือก นายสุกฤษฏิ์ วิเศษแก้ว หรือ "บี้" เป็นตัวแทนประเทศไทยไปโชว์ในงาน เอเชี่ยนซอง 2010 บี้กล่าวว่า เพิ่งทราบเมื่อสองวันก่อนว่าได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปโชว์ในงานเอเชี่ยนซองที่ประเทศเกาหลี รู้สึกภูมิใจ และพร้อมที่จะเอาความเป็นไทยไปโชว์ให้ทุกคนได้ชมกัน เพราะงานนี้ถือว่าเป็นงานใหญ่ระดับเอเชีย

"เพลงที่ไปโชว์ จะมีเพลง ฮัก และมากมาย โดยอาจจะมีการใส่ความเป็นไทยเพิ่มเติมเข้าไป แม้กะทันหัน ก็ต้องพยายาม แต่ก็ยังดีที่ทั้งสองเพลงเรามีท่าเต้นที่ใช้เป็นประจำอยู่แล้ว อาจจะต้องเพิ่มนิดหน่อย ซึ่งก็คิดว่าน่าจะทัน แม้จะแทนฟิล์ม แต่ไม่ได้กดดัน รู้สึกดีมากกว่า เพราะเราก็พยายามทำให้เต็มที่ ส่วนเรื่องฟิล์มผมเห็นใจทั้งสองฝ่าย เพราะเราเป็นคนนอก อาจจะไม่รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร ขอให้กำลังใจทั้งสองคนแล้วกัน" บี้กล่าว

ทางด้าน นายถกลเกียรติ วีรวรรณ หรือ "บอย" ผู้บริหารเอ็กแซ็กท์ต้นสังกัดของบี้ กล่าวว่า ทางผู้จัดงานนี้ได้ติดต่อมาหาโดยตรง ตอนนั้นอยู่ที่ต่างประเทศ พยายามเช็กคิวของบี้ โดยทางผู้จัดงานบอกว่าอยากให้บี้ไปโชว์ในงานนี้มาก พอเช็กคิวแล้วเห็นว่าบี้ว่างพอดี เพราะละครที่ต้องถ่าย เลื่อนไปเปิดกล้องเดือนหน้า จึงลงตัวพอดี