
อีเวนท์ของหนังสำคัญกว่าแอดฯ
ตอนที่ก้าวขึ้นจากบันไดเลื่อนใน CTW และเห็น พรมแดง ปูลาดเป็นทางยาว รับงานหนังรอบสื่อของ อินทรีแดง เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมานั้น ทำให้ผมนึกถึงงาน แฟชั่นโชว์ ของ sex and the city และงาน แฟชั่นรองเท้า ในนิวยอร์กตอนหนัง In Her shoes ออกฉาย
ลองวิเคราะห์สิ่งเหล่านี้ดูนะครับในช่วงเวลาไม่กี่วัน เราเห็นงานเปิดตัวหนังทั้งกาล่าและพรีเมียมจาก “ชั่วฟ้าดินสลาย” และ “อินทรีแดง” (ซึ่งบังเอิญว่ามีคุณ อนันดา เอเวอริงแฮม แสดงทั้งสองเรื่อง) คนฉลาดเขาไม่ได้สนใจหรอกว่า จะต้องรอบกาล่าหรือไม่ เพราะที่สุดแล้ว มันก็คือการดูหนังเรื่องหนึ่ง
อยู่ที่ว่าใครจะเอาหนัง หรือเอางานเปิดตัว ทว่า สิ่งที่น่ามองหาและหยิบจับเอามาวิเคราะห์มากก็คือ ทุกวันนี้ หนังไทยได้กลับมาให้ความสำคัญกับงานเปิดตัวอย่างมาก โดยเฉพาะการเซตอีเวนท์ ที่มีบุคลิกงานให้แก่สินค้า เทียบกับสมัยก่อนแล้ว
หนังไทยหลายเรื่องแค่จัดเวทีให้พูดวัฒนธรรมของอีเวนท์ในงานเปิดตัวหนังนั้น
ผมเชื่อของผมว่า มันเป็นเอฟเฟกท์มาจากการจัดอีเวนท์ที่เปิดตัวสินค้ารายวัน (และทุกวัน) ซึ่งประสบความสำเร็จมาก จนก่อให้เกิดออแกไนเซอร์ มากมายมหาศาล และเดินชนกันมั่วไปหมด
สิ่งนี้บอกอะไรกับเรา ?
มันได้ตะโกน message สำคัญอย่างหนึ่งมาบอกว่า บางทีหรืออาจจะพักใหญ่มาแล้ว วงการหนังก็มีภาพของวงการสินค้าคือ เน้นไปที่อีเวนท์จัดงานเปิดตัว มากกว่าการไล่บี้ซื้อแอดตามสิ่งพิมพ์ทั่วไปคนในวงการเอเจนซี่และโฆษณาเขารู้กันมาตั้งนานแล้วว่า การจัดงานอีเวนท์ให้แก่สินค้าตามห้างนั้น หรือตามที่ต่างๆ นั้น ได้ผลมากกว่าเอาเงินมหาศาลไปทุ่มลงบนแอดโฆษณา
และจากสิ่งที่เป็นมาจนถึงตอนนี้ อีเวนท์ที่มีคาแรกเตอร์นั้น ช่วยหนังได้จริงๆค่ายหนึ่งที่เก่งเรื่องนี้มากก็คือ GTH
อีเวนท์นั้นไม่ได้วัดแค่เวทีใหญ่ มีคนมากรี๊ดเยอะๆ แต่ประเมินจากภาพรวมและ function ของตัว event ที่จะรองรับ และรับใช้สินค้าคือ “หนัง”
สำคัญไปกว่านี้อีกก็คือ โจทย์แบบนี้ ไม่ใช้คิดแค่จะเปิดตัวโครมๆ ทำลำโพงใหญ่ๆ ให้มันดังๆ อีเวนท์ที่มีสมอง จะต้องตีโจทย์ได้ว่า ตัวงานควรจะมีทิศทางอย่างไร โดยดูจากแนวทางของหนังนั่นเองไม่ใช่เปิดตัว “อินทรีแดง” และขายขนมไทย
หรือเปิดตัว “ชั่วฟ้าดินสลาย” แล้วประกวดรถมอเตอร์ไซค์แรงผมคิดว่าตัวหนังเป็นตัวกำหนดคาแรกเตอร์ของงาน เหมือนที่หนังอย่าง sex and the city กับ in her shoes สร้างอีเวนท์ประกวดแฟชั่นได้ หรือ fast and the furious สร้างงานเปิดตัวที่มีรถแข่งได้เต็มที่
หนังที่มีบุคลิกเด่นชัดอย่าง tranformers, fast and the furious, Godzilla, sex and the city, gladiator หรือ inception สามารถเล่นได้กับอีเวนท์อย่างชัดเจนและง่ายซึ่งที่สุดแล้ว อีเวนท์กลับมาตอบโจทย์ หรือทำหน้าที่ get to the point ให้แก่หนัง ในการพาคนดูคืนมาสู่ message สำคัญที่หนังต้องการนี่เป็นเหตุว่าทำไมเม็ดเงินราวๆ 3-4 แสนบาทในการจัดอีเวนท์งานเปิดตัวหนังสักเรื่อง
สามารถทำประโยชน์ให้แก่ภาพยนตร์ที่มีราคาและต้นทุนอยู่ มากกว่าเอาเงิน 15-20 ล้านบาทไปทุ่มลงหน้ากระดาษแบบกว้านสื่อ
แต่ต้อง “แยกให้ออก” นะครับ งานเปิดตัวที่มีอีเวนท์ ก็งานเปิดตัวมันไม่ได้เกี่ยวกับสินค้าจริงๆ ตรงไหน เพราะถ้าหนังเลวร้ายเสียแล้ว จะมีงานเปิดตัวดีโคตรๆ หรืออีเวนท์หรู เซเลบมาตึมหนังก็ยังคงไม่มี value เหมือนเดิมขอให้สนุกกับการติดตามดูอีเวนท์เปิดตัวหนังต่อไป
"นันทขว้าง สิรสุนทร"



