
พรมแดนของโลกมายา - ดนตรีที่มีอิทธิพลต่อ บ๊อบ ดิลแลน
อัลบั้มดีวีดี Down The Tracks: The Music That Influenced Bob Dylan หนังสารคดี ดนตรีที่มีอิทธิพลต่อบ๊อบ ดิลแลน เปิดเผยเบื้องหลังฟังเรื่องเล่าจากผู้รู้ในวงการ นักเขียนวงในและศิลปินรุ่นเก่า มาเล่าวิเคราะห์ถึงรากทางดนตรีของบ๊อบ ดิลแลน แม้เนื้อหาจะค่อนข้างหนัก
ผู้เล่าหลายต่อหลายคนผลัดเปลี่ยนกันออกมาเล่า เริ่มต้นด้วยบทกล่าวนำที่ใช้ภาษาเขียนผ่านคำพูด กล่าวถึงสถานะของบ๊อบในโลกดนตรี วรรณกรรม และเป็นผู้จุดประกายทางวัฒนธรรมสังคมอเมริกันคนสำคัญ ประวัติชีวิตช่วงต้นกล่าวถึงพอสังเขป ในช่วงปี 1959 อายุ 18 ปี ออกจากบ้านเกิดเข้ามหาวิทยาลัย เล่นดนตรีช่วงแรกเขาเคยใฝ่ฝันที่จะเป็นเหมือนลิตเติล ริชาร์ด เมื่อได้ฟังเพลงจากแผ่นของวู้ดดี้ กัตทรี่ เขาก็หันมาจับกีตาร์อะคูสติก เขาเดินทางไปนิวยอร์กช่วงเวลาที่ดนตรีโฟล์กและดนตรีบลูส์กำลังคืนชีพ มีโอกาสได้ชมยอดฝีมือ อาทิ Son House, Skip James, Sleepy John Hurt ได้คบหา Dave Van Ronk นักร้องนักดนตรีฝ่ายซ้ายนิยมทร็อตสกี้ ผู้วิเคราะห์เล่าย้อนความขัดแย้งของสังคมอเมริกันช่วงต้นทศวรรษ 60 ภาพประชาชนเดินขบวนถือป้าย “We shall overcome.” ภาพของ ดร. มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ บ๊อบ ดิลแลนไม่เพียงได้รับอิทธิพลจากศิลปินบลูส์ผิวดำเท่านั้น หลังจากค้นพบประวัติและผลงานของวู้ดดี้ กัตทรี่ Bound For Glory มีภาพคัตเอาท์สีน้ำมัน รูปนั้นเท่าตัวจริง
ทอม เปลีย์ นักดนตรีวัยชรามาร่วมเล่าอีกคน เขาเล่าถึงวู้ดดี้ ในฐานะนักแต่งเพลงและนักร้องอย่างน่าสนใจ
ศิลปินดนตรีคนสำคัญอีกคนคือ พีท ซีเกอร์ ตำนานที่มีชีวิตทำหน้าที่วิทยากร วิจารณ์บ๊อบ เกี่ยวกับอิทธพลที่ได้รับจากวู้ดดี้ ในอดีตนั้นพีทเคยถูกทางการสหรัฐฯ กล่าวหาว่าเป็นนักร้องฝ่ายซ้าย นิยมลัทธิคอมมิวนิสต์ ในหนังมีภาพย้อนอดีต การแถลงข่าวกล่าวหา และมีการแถลงโต้ตอบจากพีทด้วย
ตัวจริงของแท้อีกคนคือ Leadbelly จะเห็นภาพของเขาในหนังสวมชุดลายนักโทษ เล่นเพลง Good Night Irene อีกคนก็คือ Blind Willie McTell แฟนเพลงตัวจริงของบ๊อบ ดิลแลนคงเคยได้ยินชื่อนี้จากเพลงชื่อเดียวกัน มีอยู่ท่อนหนึ่งที่เขาร้องว่า “ไม่มีใครร้องบลูส์ได้เหมือน Blind Willie McTell.”
ผู้วิเคราะห์ยังกล่าวถึงเพลงพื้นบ้านที่มีรากมาจากอังกฤษ ไอริช และสกอต จากการเดินทางของผู้อพยพทางเรือ พวกเขาเข้ามาพร้อมกับวัฒนธรรม เครื่องดนตรีขนาดหิ้วติดมือมาได้ อาทิ ฟิดเดิล แบนโจ และแมนโดลิน เข้ามาตั้งหลักแหล่ง ณ ภูเขาแอปปาเลเชีย ที่รู้จักกันในชื่อ The Appalachians แหล่งดนตรีพื้นบ้านขึ้นชื่อ Mississippi John Hurt ศิลปินดนตรีจากทศวรรษ 20 ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้บ๊อบ ดิลแลน มีภาพการแสดงดนตรีของเขาตัดเอามาจากหนัง “Festival” ยังมี Reverend Gary Davis ศิลปินนักกีตาร์ยอดฝีมือก็มีอิทธิพลทางดนตรีต่อบ๊อบเช่นกัน Blind Lemon Jefferson เพลงของเขาถูกศิลปินคันทรี่หลายคนเอาไปทำ ทำนองเพลงเก่าบ๊อบเคยเอามาทำในงานช่วงแรกๆ Martin Carthy บ๊อบเรียนรู้เพลงโฟล์กอังกฤษจากเขาอย่างน้อย 2 เพลง เอามาใช้ใน Girl From The North Country
ปี 1964 จากอัลบั้ม Another Side of Bob Dylan เขาแถลงเปิดอกว่าจะแยกห่างจากการเมือง เพลงโฟล์ก และแนวดนตรีแบบเดิมๆ เพลง Like A Rolling Stone ถูกวิจารณ์ว่าเอาใจตลาด ยังมีพูดถึงศิลปินคันทรี่อีกหลายคน และอิทธิพลด้านวรรณกรรมจาก “The Beats” หามาดูเองดีกว่าครับ
"วีระศักดิ์ สุนทรศรี"



