บันเทิง

คมเคียวคมปากกา - ความรู้สึกดีๆ ที่นราธิวาส

คมเคียวคมปากกา - ความรู้สึกดีๆ ที่นราธิวาส

08 ต.ค. 2553

เขียนต้นฉบับวันอังคารที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๓ แรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๑๐

 วันศุกร์ที่ ๘ ตุลาคม ศกนี้  ตรงกับวันแรม ๑๕ ค่ำ  เดือน ๑๐  เป็น “วันสารทไทย”  แถวบ้านผมก็จะมี “วันเบ็ญธม” หรือ “แซนโดนตา”  เป็นอีกวันที่ทำให้คิดถึงบ้าน  แต่ดูจากเวลาและภาระแล้ว  คงกลับไปเยี่ยมและร่วมทำบุญกับพ่อแม่พี่น้องไม่ได้  นี่ก็เป็นภาวะที่หลายคนผู้ไกลออกจากบ้านเกิดอาจต้องได้พบ

 ครับ  ยัง “ค้างเล่า” แบบ “ขี้หาเรื่อง” และ “ขี้เล่า”  ตอน “ล่องใต้” ไปกับวงดนตรี “คันนายาว”  ในงาน “ของดีเมืองนรา”  เล่นดนตรีและอ่านบทกวีสองคืนกลางแม่น้ำบางนรา  ประเภทเวทีอยู่บนเรือโยงกลางแม่น้ำ  ผมชมผู้ฟังอยู่บนฝั่ง  จะขึ้นจะลงเวทีต้องใช้เรือข้ามไปมา  ทุลักทุเลแต่ก็สนุกสนานประทับใจ  ตอนนั้นเพิ่งวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ด้วย  บางคืนเห็นเดือนเพ็ญ  บางคืนก็มีเมฆฝนบดบัง

 ณ พื้นที่นี้  คงมิอาจเล่ารายละเอียดและขอบคุณเจ้าภาพทั้งหมดได้  งานนี้มีผู้ประสานงานหลายฝ่าย  ฝ่ายดนตรีและบทกวีก็อยู่ในความดูแลของ คุณย่อง  ชุมศักดิ์  นรารัตน์วงศ์  ผู้เขียนสารคดีดีๆ เรื่อง “สายฝนเหนือปากน้ำบางรา” และหนังสืออื่นๆ  โดยเขาดูแลเราที่ โรงแรมอิมพีเรียล  ซึ่งหน้าโรงแรมเป็น “พงศ์นราไวนิล” หรือ “สำนักหัวใจเดียวกัน” บ้านพี่น้องของเขาเอง  กลางคืนหลังเลิกงาน  ที่ตรงนั้นจึงกลายเป็นร้านอาหารย่อมๆ  ด้วยอาหารพื้นถิ่นปักษ์ใต้หลายรายการ  ที่ผมติดใจมากที่สุดก็คือ น้ำบูดู กับ สะตอเผา

 ณ ร้านอาหารเฉพาะกิจแห่งนี้  ยังทำให้ผมได้ร่วมวงกับ กิตติ  กาญจนสถิตย์ หรือ กิตติ  กีตาร์ปืน  นักดนตรีร็อครุ่นใหญ่ที่ยังดูหนุ่มและเท่  และเพิ่งรู้ว่าเขาเกิดปีเดียวกับ สถาพร  ศรีสัจจัง หรือ พนม  นันทพฤกษ์  คือทั้งสองอายุเข้าหลักหกแล้ว  อีกคนหนึ่งคุ้นชื่อมานานคือ จรูญ  ทองนวล ในฐานะช่างภาพมีฝีมือ  ปัจจุบันเขาอยู่นราธิวาส  เพราะภรรยาของเขาเป็นประชาสัมพันธ์จังหวัด คือ มุจรินทร์  ทองนวล

 อีกคนที่พบแล้วประทับใจคือ คุณโต้ง  รัฐภูมิ  อยู่พร้อม  ทั้งที่ไม่ได้สนิทกันมากนัก  แต่เราคุ้นเคยทางใจกันมาก่อน  เมื่อปีที่เขาล่องเรือคายัคอ้อมอ่าวไทยนั้น  นิตยสาร “วอลลุ่ม” ของ เอกชยา  สุขศิริ ให้เลือกบุคคลที่ผมประทับใจในรอบปี  ผมเลือกชายหนุ่มหนวดเครารุงรังคนนี้  ผู้ผจญภัยทางเรือ  และบอกว่า

 “ผมได้รับทุกสิ่งทุกอย่างมาจากแม่  ถ้าไม่มีแม่  ผมก็ไม่มีวันนี้เหมือนกัน  ขอบคุณครับแม่”
 ผมเคยบันทึกถึงเขาไว้ประมาณนี้... 

 “เห็นเขาในโทรทัศน์ครั้งแรก  ช่วงเหตุการณ์สึนามิ  รู้สึกทันทีชายหนวดเครารกรุงรังคนนี้มีหัวใจพิเศษ  อ่อนไหวแต่แกร่ง  บ้าแต่ดี  รู้สึกถูกชะตา  รู้นิดหน่อยว่าเขาล่องเรือคนเดียว  และได้ใกล้ชิดชาวบ้าน  เรียกชาวบ้านว่าเทวดา  ต่อมาเห็นเขาบ่อยครั้งขึ้น  เขาจึงโดดเด่นขึ้นมาในใจ  อยากอ่าน  อยากดู  อยากรู้จักเป็นพิเศษในรอบปีนี้...”

 ที่นราธิวาส  เขาเข้ามายกมือไหว้  และเราจับมือกัน  ต่างตื่นเต้นซึ่งกันและกัน  ประมาณห้าปีกว่าแล้วที่ความรู้สึกดังกล่าวเกิดขึ้นกับผม  โดยไม่เคยคิดว่าจะต้องมาได้พบกันจริงๆ  และพบกันแล้วจะต้องพูดคุยกันรู้เรื่อง  แต่บางคืนที่บางนรา  เราคุยกันถูกคอ  สนุกสนาน  ได้อารมณ์ความรู้สึก  กระทั่งดึกผมง่วงนอนมาก  แต่ไม่กล้าเดินกลับไปโรงแรมคนเดียว  เพราะช่วงนั้นเขาเข้มงวดการเข้าออก  ผมขออนุญาตนอนเฝ้าวงเพื่อนๆ ซึ่งยังต่อมิตรภาพกันอยู่  จำได้ว่าเมื่อจะต้องกลับเข้าโรงแรม  คนหนึ่งที่ช่วยปลุกและประคอง ทั้งถือกระเป๋าใบหนักอึ้งให้ผมคือ รัฐภูมิ  อยู่พร้อม  ก่อนที่เสร็จจากงานนั้น  เขาก็ไปผจญภัยต่อที่เกาะผ้า

 ผมเพิ่งรู้  เขาไปบางนรางานเดียวกันกับเรา  ในฐานะผู้ดูแลแสงสีเสียงของงานอันตระการตา  ยังรู้ว่า เขาเคยทำงานร่วมกับ ศุภวัฒน์  จงศิริ หรือ ศุภักษร

 ศุกร์หน้า  จะเล่าเรื่องที่ คุณสายัณห์  อินทรภักดิ์  หัวหน้าสำนักงานจังหวัดนราธิวาส  นำพาคณะไปเที่ยว “ตากใบ” ที่ขึ้นชื่อในทางข่าวสารแห่งชีวิต  ทั้งคุณชุมศักดิ์ที่ไปด้วย  ก็มีพื้นเพเป็นคน “ดุซงญอ” ที่ขึ้นชื่ออีกเช่นกัน  ขากลับยังได้ของฝากขึ้นชื่อเป็นลองกอง “ตันหยงมัส” คนละลัง  หนักมาก  แต่ทั้งผู้อาวุโสและผู้เยาว์ต่างก็พากัน “หิ้วน้ำใจ” ขึ้นเครื่อง  ขึ้นแอร์พอร์ตลิงค์  ขึ้นแท็กซี่  เคล็ดขัดยอกกันพอสมควร  ยิ่งผมยิ่งต้องต่อไปขอนแก่นอีกเที่ยว  ดีที่รีบแกะลังแจกจ่าย “ลองกองดี” ให้เพื่อนๆ ระหว่างทางไปบ้าง

 ที่ร้านอาหาร “นัดพบยูงทอง” แห่งตากใบ  “ปลากุเลาเค็มทอด”  โต๊ะเดียวสั่งได้ชิ้นเดียว (เท่านั้น)  ราคาประมาณ ๑๕๐ บาท  อร่อยมาก...จนบางคนต้องดูดเคี้ยวก้างของมัน (๕๕๕)...จะชวนไปชิมครับ...

 “โอ้บางนรา  มีวาสนาคงมาอีกที...”  เพลง “ล่องใต้” ของ ชัยชนะ  บุญนะโชติ  แว่วมาอีกครั้ง!

" ไพวรินทร์ ขาวงาม"