บันเทิง

'แอนนี่'ลั่นฟ้องแน่ประเดิม"เมธี"รายแรก

'แอนนี่'ลั่นฟ้องแน่ประเดิม"เมธี"รายแรก

07 ต.ค. 2553

"แอนนี่" สุดทนโดนข่มเหง ลั่นปรึกษาทนายฟ้องทุกคนที่พาดพิงให้เสียหาย ยอมรับเคยคบ "เมธี" แต่ไม่สนิทถึงขั้นมีสัมพันธ์ลึกซึ้ง เชื่อเรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นเป็นแผนการของผู้มีอำนาจเงิน-ธุรกิจด้านต่างๆ ด้าน "ฟิล์ม" เตรียมออก รพ.7 ต.ค.นี้ ขณะ "เฮียฮ้อ" โยนเรื่องส่

แม้จะกลายเป็นข่าวใหญ่มาหลายสัปดาห์ แต่เรื่องราวระหว่างนักร้องหนุ่มซูเปอร์สตาร์ "ฟิล์ม" รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ และนักแสดงสาว "แอนนี่ บรู๊ค" ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายไปด้วยดี ยิ่งนานวันยิ่งมีตัวละครโผล่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของทั้งคู่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดอดีตนักแสดงและนายแบบชื่อดัง นายเมธี อมรวุฒิกุล ออกมากล่าวพาดพิงถึงแอนนี่ว่า เคยคบหากันเมื่อประมาณ 11 ปีก่อน พร้อมย้ำว่า นักแสดงสาวเคยบอกว่าท้อง แต่ตอนนั้นไม่เชื่อ จากนั้นได้เลิกรากันไป ขณะที่ฟากนักร้องหนุ่มยังคงนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล โดยมีแฟนคลับเดินทางมาให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด

แอนนี่เหลืออดลั่นฟ้องทุกคน

 เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม แอนนี่ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์เกี่ยวกับเรื่องที่ถูกนายเมธีพาดพิงว่า ก่อนหน้านี้เมื่อหลายปีก่อนยอมรับว่ารู้จัก และเคยคบหากับนายเมธี แต่ไม่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งตามที่กล่าวอ้าง เชื่อว่าสิ่งที่นายเมธีออกมาให้ข่าวพาดพิงน่าจะเป็นการออกมาสร้างกระแสมากกว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เตรียมปรึกษาทนายความเพื่อฟ้องผู้ที่ออกมากล่าวหาในทางเสียหายทุกราย เพราะทำให้เกิดความเสียหายอย่างมาก นอกจากนี้ส่วนตัวยังเชื่อว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นแผนการของผู้ที่มีอำนาจเงินและธุรกิจในด้านต่างๆ ออกมารุมโจมตีตนอย่างต่อเนื่อง

 "อยากให้เรื่องราวทุกอย่างจบลง เพราะแอนนี่ไม่ได้ไปเรียกร้องอะไรกับใคร ตอนนี้ขอตั้งหน้าตั้งตาทำงานหาเงินเลี้ยงลูกและครอบครัวต่อไป" นักแสดงสาวกล่าว

เพื่อนเผยแอนนี่ร้องไห้เสียใจ

 ขณะที่เพื่อนคนใกล้ชิดของแอนนี่ เปิดเผยว่า แอนนี่ยอมรับว่าเคยคบหาและรู้จักกับนายเมธีเมื่อหลายปีก่อน แต่ไม่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับอดีตนักแสดงหนุ่มเลือดร้อน ทั้งนี้แอนนี่รู้สึกไม่พอใจที่นักแสดงหนุ่มออกมาให้ข่าวในเชิงเสียหาย โดยเชื่อว่าเป็นการจัดฉากของบุคคลบางกลุ่ม อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแอนนี่ได้ปรึกษาหารือกับผู้ใหญ่ที่มูลนิธิเพื่อนหญิง เพื่อเตรียมฟ้องผู้ที่ออกมากล่าวหาทุกราย

 เพื่อนคนสนิทของดาราสาวยังกล่าวต่ออีกว่า หลังจากแอนนี่ได้ฟังการแถลงข่าวของผู้กำกับดัง พจน์ อานนท์ นายปณต ชัยจินดา หรือ "นต" ผู้จัดการส่วนตัวของ "ฟิล์ม" และนายภูริทัต โตคงทรัพย์ หรือ "แอร์" พี่ชายของนักร้องหนุ่ม ในรายการบอก 9 เล่าสิบ ถึงกับร้องไห้ แต่ไม่ได้พูดถึงหรือแสดงความคิดเห็นเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด

 ด้าน นางจันทร์คำ มีเลข อายุ 54 ปี แม่ของแอนนี่กล่าว่า ทราบข่าวที่ออกมาโดยตลอด ส่วนตัวอยากขอร้องให้ทุกฝ่ายสงสารลูกสาวและคนในครอบครัวทุกคน เพราะขณะนี้กินข้าวไม่ค่อยได้ เวลานอนก็นอนไม่หลับ เพราะล้มป่วยมานานหลายวัน ความดันกำเริบขึ้นจนน้ำหนักลดลงกว่า 5 กิโลกรัม

 นางจันทร์คำกล่าวว่า ในฐานะแม่ของแอนนี่ อยากจะฝากบอกไปถึงเฮียฮ้อ (นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์) พจน์ อานนท์ และนายเมธี ให้หยุด และยุติออกมาให้ข่าวพาดพิงลูกสาวตน ในฐานะเพื่อนมนุษย์ อย่างน้อยขอให้เห็นแก่ตน และหลานชายบ้าง ที่สำคัญอยากจะบอกแอนนี่ให้ยุติการฟ้องร้องทุกเรื่องเช่นกัน

 บรรยากาศภายในโรงพยาบาลบีเอ็นเอช บริเวณชั้น 6 ที่ฟิล์มเข้าพักรักษาตัวหลังกินยานอนหลับเกินขนาด เนื่องจากเกิดอาการเครียดนั้น วันเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 12.45 น. แฟนคลับฟิล์มประมาณ 10 คน ได้นำน้ำผลไม้และกระเช้าดอกไม้มาเยี่ยม พร้อมเซ็นสมุดเยี่ยมไข้ กลุ่มแฟนคลับถามผู้สื่อข่าวถึงการนำเสนอข่าวที่ผ่านมาว่า ได้ดูข่าวทางเว็บไซต์แห่งหนึ่งที่ระบุว่า การมาเยี่ยมไข้ฟิล์มของเหล่าแฟนคลับเป็นการถูกจ้างมาเพื่อสร้างภาพ หลังจากอ่านข้อความดังกล่าวทำให้กลุ่มแฟนคลับรู้สึกเสียความรู้สึก และอยากบอกให้ทราบว่า การมาของพวกเขาเพื่อต้องการให้กำลังใจฟิล์มจริงๆ ไม่ได้มีการจ้างวานหรือมาเพื่อสร้างภาพใดๆ

 จากนั้นช่วงเวลา 13.45 น. ฝ่ายประชาสัมพันธ์อาร์เอสได้นำความคืบหน้าอาการของฟิล์มมาติดให้ผู้สื่อข่าวรับทราบ โดยระบุว่า นายภูริทัต โตคงทรัพย์ หรือ "แอร์" พี่ชายของนักร้องหนุ่ม ซึ่งเฝ้าดูอาการอย่างต่อเนื่องบอกว่า เมื่อเวลา 09.00 น. แพทย์ได้มาตรวจอาการโดยวัดความดัน ตรวจวัดไข้ และถอดสายน้ำเกลือออกแล้ว คาดว่าจะให้ฟิล์มออกจากโรงพยาบาลได้ในวันที่ 7 ตุลาคม และฟิล์มอยากกลับไปพักผ่อนที่บ้านเช่นกัน ส่วนอาการก็ดีขึ้นเป็นลำดับ มีสติมากขึ้นกว่าเมื่อวาน แต่ยังมีอาการเบลอๆ และมึนงงอยู่เล็กน้อย รับประทานอาหารได้มากขึ้น โดยแพทย์เจ้ายังให้รัปประทานอาหารอ่อนๆ ไปก่อน และต้องการให้พักผ่อนมากๆ

 ต่อมาเวลา 14.00 น. น.ส.ณปภัช วัฒนากมลวุฒิ หรือ มด (วงโฟร์-มด) นำกระเช้าดอกไม้และข้าวเหนียวหมูทอดมาเยี่ยมฟิล์ม พร้อมกับคุณแม่ภารดี วัฒนากมลวุฒิ ก่อนจะออกมาให้สัมภาษณ์ถึงอาการของนักร้องหนุ่มว่า "ฟิล์มผอมไปเยอะ น้ำหนักลดไป 10 กิโล เข้าใจว่าเจอเรื่องหนักๆ มาคงเครียดอยู่ ซึ่งมดได้ให้กำลังใจ บอกให้เขาสู้ๆ" นอกจากนี้ยังมี อ.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ เดินทางมาเยี่ยมฟิล์มด้วย

เฮียโยนครอบครัวฟิล์มแก้ปัญหา

 นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ หรือ "เฮียฮ้อ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับกรณีของฟิล์มในส่วนของการทำงานกับอาร์เอสว่า ปัจจุบันอาร์เอสมีเจตนาที่จะป้อนงานให้แก่ฟิล์มอยู่แล้ว แต่เนื่องจากสภาพร่างกายและจิตใจของฟิล์มที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการทำงาน ถ้าฝืนทำไปก็จะได้งานที่ไม่มีคุณภาพ แต่ในอนาคตเมื่อฟิล์มมีความพร้อมเมื่อไรค่อยมาพูดคุยวางแผนเรื่องงานกันใหม่ได้ทันที

 "ความเห็นส่วนตัวคิดว่า ขณะนี้ฟิล์มควรจะพักผ่อนให้ร่างกายและจิตใจเข้มแข็งขึ้น และเชื่อมั่นว่าในไม่ช้าฟิล์มคงจะกลับมาตั้งใจทำงานเหมือนเดิม เพราะเขารักในวงการบันเทิง ส่วนปัญหาส่วนตัวที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ต่อจากนี้ไปทางอาร์เอสจะปล่อยให้ครอบครัวพิจารณา ดำเนินการไปตามความเหมาะสม ซึ่งเรายินดีจะให้คำปรึกษาในบางกรณี" เฮียฮ้อกล่าว

องค์กรสตรียันฟ้อง "เฮียฮ้อ"

 เกี่ยวกับปัญหาเรื่องที่ดาราสาวแอนนี่ถูกละเมิดสิทธิเนื่องจากถูกคนหลายกลุ่มออกมากล่าวหาในเรื่องพฤติการณ์ต่างๆ นั้น วันเดียวกัน น.ส.สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิสตรี มูลนิธิเพื่อนหญิง แสดงความคิดเห็นหลังเฮียฮ้อออกมาแสดงความเสียใจ พร้อมยืนยันไม่เคยดูหมิ่นแอนนี่ว่า มูลนิธิได้ปรึกษาแอนนี่แล้ว และยืนยันว่าจะฟ้องร้องและดำเนินคดีกับเฮียฮ้อแน่นอน

 "ทางมูลนิธิมีการปรึกษาและพูดคุยกับเจ้าของสิทธิเรียบร้อยแล้ว และยืนยันว่ายังจะมีการดำเนินคดีกับทางผู้พาดพิงอย่างแน่นอน ถึงแม้คู่กรณีจะออกมาแถลงแสดงความเสียใจ ส่วนกรณีของนายเมธียังไม่ได้พูดคุยถึงเรื่องดังกล่าว เพราะตอนนี้แอนนี่ได้กลับไปทำงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางมูลนิธิเลยยังไม่ได้พูดคุยในเรื่องราวตรงนี้" น.ส.สุเพ็ญศรี

 ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า พจน์ อานนท์ และครอบครัวของทาง"ฟิล์มออกมาแถลงว่าจะมีการฟ้องร้องหากมีการพาดพิงว่านักร้องหนุ่มเป็นพ่อของลูกแอนนี่ หัวหน้ามูลนิธิเพื่อนหญิงเปิดเผยว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมามูลนิธิไม่เคยพาดพิงในเรื่องดังกล่าว โดยใช้คำว่าบุคคลมาโดยตลอด ส่วนเรื่องที่จะฟ้องร้องตามกฎหมาย ถ้าผู้นั้นถูกละเมิดสิทธิ สามารถฟ้องร้องได้ ส่วนที่ว่าเป็นผู้ปกครองแล้วจะฟ้องร้องนั้น ตามกฎหมายแล้วคนที่บรรุลนิติภาวะไม่จำเป็นต้องมีผู้ปกครอง นอกเสียจากว่าบุคคลนั้นจะไร้ความสามารถ

สภาทนายยื่นมือช่วยฟ้องเมธี

 วันเดียวกัน ที่สภาทนายความ ถนนราชดำเนิน นายวันชัย สอนศิริ เลขาธิการสภาทนายความ กล่าวถึงกรณี นายเมธีกล่าวพาดพิงแอนนี่ในทางเสียหายว่า เรื่องนี้มองได้สองมุม คือ ในทางสังคมถือว่านายเมธีเสียมารยาท เพราะการที่ชายมีเพศสัมพันธ์กับหญิงในทางลับแล้วนำมาเปิดเผยต่อสาธารณะถือว่าเสียมารยาท ส่วนในมุมของกฎหมายต่อให้เป็นเรื่องจริงนายเมธีไม่มีสิทธิ์ออกมาพูด เพราะไม่มีส่วนได้เสียในเรื่องนี้ คนที่ได้เสียคือคู่กรณี คือ ฟิล์ม และแอนนี่ ดังนั้นสิ่งที่นายเมธีพูดออกไปจะกลายเป็นการใส่ความผู้อื่นด้วยข้อความอันเป็นเท็จต่อบุคคลที่สาม ทำให้เขาถูกดูหมิ่นเกลียดชังเป็นหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา ส่วนคดีในทางแพ่ง นายเมธีเข้าข่ายทำให้แอนนี่เสียหายต่อชื่อเสียงเกียรติยศในทางทำมาหาได้ ซึ่งเป็นการละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 

 “นายเมธีมาขึ้นศาลในฐานะจำเลยในคดีหนึ่ง และยังมีคดีติดพันมากมายอีกหลายคดี กลับออกมาพูดเรื่องส่วนตัวของแอนนี่อย่างนี้ ผมเห็นว่าเขาต้องการสร้างกระแสให้กลับมาในวงการบันเทิงมากกว่าจะไปเล่นการเมือง สภาทนายความพร้อมให้คำแนะนำช่วยเหลือหาทางออก ทั้งนี้ หากแอนนี่ไม่ได้รับความเป็นธรรมก็สามารถมาพบผม หรือเจ้าหน้าที่ในสภาทนายความได้ จะได้ช่วยเหลือกันทั้งในคดีแพ่งและคดีอาญาในทุกชั้นศาล” นายวันชัย กล่าว

"เมธี" ขอเปิดแถลงข่าวโต้

 เกี่ยวกับคำให้สัมภาษณ์ของนายเมธีที่ออกมาระบุถึงความสัมพันธ์กับแอนนี่ในช่วงที่คบกันในลักษณะเสียหายกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก โดยเฉพาะกลุ่มองค์กรสตรี และสภาทนายความพร้อมที่จะยื่นมือช่วยเหลือในการฟ้องร้องอดีตนักแสดงหนุ่มเลือดร้อนที่ออกมากล่าวหาทั้งที่ไม่ได้เป็นผู้มีส่วนได้เสียต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น

 ล่าสุดนายเมธีเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในวันที่ 7 ตุลาคม เวลา 14.00 น. จะขอแถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดที่โรงแรมตวันนา แขวงและเขตบางรัก กทม.