บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - ขอพื้นที่ให้กลอนเปล่าบ้าง

มองผ่านเลนส์คม - ขอพื้นที่ให้กลอนเปล่าบ้าง

05 ต.ค. 2553

ต้องปรบมือชื่นชมคณะกรรมการตัดสินรางวัลซีไรต์ ประจำปี 2553 ที่พิจารณาตัดสินให้ "ไม่มีหญิงสาวในบทกวี" ของ ซะการีย์ยา อมตยา ให้เป็นหนังสือกวีนิพนธ์สมควรได้รับรางวัล

  ปรบมือดังๆ อีกครั้งกับการเปิดพื้นที่และทิศทางให้ “กลอนเปล่า” อย่างเห็นความสำคัญ ซึ่งเพื่อนนักกลอนฉันทลักษณ์บางคนอาจเจ็บปวดหัวใจบ้าง แต่ลองนึกดูดีๆ ถ้ากลอนเปล่าหรือกลอนฉันทลักษณ์ชีวิตชีวาไปพร้อมๆ กัน กวีนิพนธ์ในแวดวงวรรณกรรมไทยคงขยายตัวออกไปได้อีก   

 ใครรักกลอนฉันทลักษณ์จงยืนยันเขียน ใครรักกลอนเปล่าจงสร้างสรรค์ กวีอาจพูดเรื่องเดียวกันแต่ต่างกลวิธี ถือเป็นความมั่งคั่งอย่างหนึ่ง ความหลากหลายทำให้กวีนิพนธ์ไม่อับจน 

 ผมลงมือเขียนกลอนเปล่าเพียงต้องการสื่อความรู้สึกและสะท้อนโลกภายใน ขณะที่เพื่อนเลือกเขียนกลอนแปด หรือกาพย์ฉบัง แต่เราไม่เคยสูญเสียความเป็นเพื่อน    

 ปี 2518 ผมฝึกเขียนกลอนเปล่าอย่างเอาจริงเอาจัง ผลงานชิ้นแรกตีพิมพ์ในนิตยสารโลกหนังสือ ปีที่ 6 ฉบับที่ 1 เดือนตุลาคม ปี 2525 ชื่อ “ขอเวลาให้ผมกับเมียบ้าง” ในนามปากกา ประกายมุก งามแต่งแต้ม เนื้อหาดังนี้
  "ได้ยินเสียงครางกระเส่าของเมียผมไหม
 ผมเคล้าเคลียเรือนร่างของเธออยู่
 นมของเธอกำลังชูชัน
 โปรดอย่าได้เคาะประตูห้อง
 เราจะร่วมรักกัน
  ปล่อยให้โลกธรรมชาติอยู่กับเรา
 อย่าส่งเสียงรบกวนขึ้นมากลางคัน
 วางปืนของคุณสักครู่ ผมกำลังทำการผลิต
 อสุจิฝูงหนึ่งกำลังเดินทางไกล...
 เชื่อผมสักครั้ง
  คุณอย่าคิดมาก ผมไม่รั้งคุณไว้เนิ่นนาน
 เวลาร่วมรัก ผมต้องการความสุข
 ระวังอยู่ให้กระสุนปืนของคุณประทุ
 ถนอมกระสุนของคุณไว้ให้ดี...
 ด้วยการรอคอย
  ผมกับเมียร่วมกันสร้างชีวิตใหม่ขึ้นอีกครั้ง
 เพื่อต่ออายุสงครามให้ยืนยาว
 กระสุนของคุณจะมีความหมาย
 ขอเวลาให้ผมกับเมียบ้าง...
 เมื่อคุณไม่มีคนฆ่า
 สันติภาพจะมาเร็วกว่าที่ควร”
 ทารกเกิดปี 2525-2526 ทันใช้ในสงครามชายแดนภาคใต้พอดีเป๊ะเลย

" จำลอง ฝั่งชลจิตร"