
มองผ่านเลนส์คม - คนไม่ใช่หิน
เข้าใจว่าย่างเข้าสู่สัปดาห์แรกของเดือนตุลาคม ข่าวฉาวกรณีนักร้องหนุ่มกับดาราสาว จะค่อยๆ หายไปจากหน้าจอทีวี และหน้าหนังสือพิมพ์
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ซีอีโออาร์เอส ใช้โซเชียลมีเดียสื่อความในใจถึงทุกคน ด้วยการทวิตข้อความว่า
"เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่วันหนึ่งทุกคนจะเข้าใจเจตนาเฮีย ขอบคุณทุกกำลังใจ และรับฟังทุกคำวิพากษ์วิจารณ์ครับ ขอบคุณจริงๆ"
มันปฏิเสธไม่ได้หรอกว่า บริษัทอาร์เอสย่อมได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งครั้งนี้พอสมควร โดยเฉพาะภาพลักษณ์ขององค์กร เมื่อเจอกระแสต้านจากหลายกลุ่ม
แต่เชื่อเถอะว่ากระแสดังกล่าวเป็นเรื่องชั่วคราว สักพักมันก็เงียบหายไป เหมือนการปลุกกระแสต่อต้านสินค้าบางบริษัท
นี่คือบทเรียนครั้งสำคัญของ "นักบริหาร" ที่ต้องเรียนรู้การแก้ไขในภาวะวิกฤติ
ยิ่งกว่านั้น อาร์เอสต้องตระหนักถึงการดูแลนักร้องในสังกัดให้มากขึ้น เพราะในแง่ธุรกิจบันเทิง นักร้องเป็น "สินทรัพย์" ที่สำคัญยิ่งของบริษัท
ตอนที่ค่ายแกรมมี่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ ก็แอบคิดว่าจะเอาอะไรไปเข้าตลาด เมื่อฟัง "อากู๋" ชี้แจงว่า "ศิลปิน" และ "บทเพลง" ล้วนเป็นสินทรัพย์อันมากมูลค่าของบริษัท เลยเข้าใจว่าเหตุใดแกรมมี่จึงต้องมีการบริหารจัดการศิลปินอย่างเป็นระบบ
คำว่าเป็นระบบ ไม่ใช่แค่มีพีอาร์บริษัทคอยแจกข่าวตามคิวศิลปิน หรือมอบความไว้วางใจให้แก่ "ผู้จัดการส่วนตัว" อย่างเดียว
สมัยหนึ่งวิธีพ่อปกครองลูกแบบเฮียฮ้อ อาจได้รับคำชมเชยว่าใกล้ชิดสนิทกับเฮีย แต่อาร์เอสวันนี้ ไม่ใช่ "บริษัทครอบครัว" เหมือนในอดีต
อย่าลืมว่า เฮียไม่ได้ขายเทปขายซีดีอย่างเดียว มันมีธุรกิจที่ต้องดูแลอีกมากมาย จะมีเวลาไปรับฟังปัญหาลูกๆ อย่างเมื่อก่อนได้อย่างไร?
ขณะนี้อาร์เอสเป็น "บริษัทมหาชน" ต้องมีการทำงานเป็นระบบ ต้องมีฝ่ายบริหารจัดการศิลปินโดยเฉพาะ
ถ้ามีการบริหารจัดการที่ดี มันจะไม่ปล่อยให้นักร้องสาวไปถูกแอบถ่ายในโรงแรมระดับสองดาวในต่างจังหวัดหรอก
พฤติกรรมส่วนตัวของศิลปินดีหรือเลว ย่อมส่งผลต่อบริษัทอย่างแน่นอน ถ้านักร้องทำตัวเหลวแหลก ชื่อเสียงตกต่ำ ก็จะฉุดให้ "มูลค่าหุ้น" ของบริษัทลดลง
แต่การบริหารชีวิต "ส่วนตัว" ของศิลปิน ก็ต้องเริ่มจากทัศนคติที่เชื่อว่า เขาและเธอคือมนุษย์ ไม่ใช่สินค้า!
"คนเป็นวัตถุที่มีจิตใจ ไม่ใช่หินที่ไร้วิญญาณ ธรรมชาติสร้างคนให้มีอารมณ์รัก โกรธ เกลียด ชัง มีความอดกลั้นและมีที่สุดของความอดกลั้น ทะเลยังมีฝั่ง ท้องฟ้ายังมีขอบ คนก็มีขีดสูงต่ำของอารมณ์ที่แน่นอน"
นักเขียนคนหนึ่งเคยเปรียบเทียบภาวะจิตใจของคนกับหิน ไว้ในเรื่องสั้นชื่อ "คนไม่ใช่หิน" เมื่อ 30 ปีที่แล้ว อ่านซ้ำก็ยังดูไม่เชย
จึงได้แต่หวังว่า บทเรียนครั้งนี้คงจะทำให้เฮียฮ้อได้ตระหนักรู้ถึง "ค่าของคน" และใช้สติในการแก้ไขปัญหา
ถ้าเริ่มต้นจากความเป็นคน มันก็ต้องแก้ปัญหาแบบยึดหลักมนุษยธรรม ไม่ใช่มองเห็นอีกฝ่ายเป็นศัตรูคู่แข่งทางธุรกิจ!
"แคน สาริกา"



