
"แม่ฟิล์ม"วอน'แอนนี่'ตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์ลูก
แม่ฟิล์มแถลง วอนแอนนี่ตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์ ยันไม่แย่งลูกมาอย่างแน่นอน เผยฟิล์ม-ยายเครียดจนป่วย สะเทือนใจลูกถูกประณามหวั่นตกเป็นแพะเสียเอง ชี้ฟิล์ม-แอนนี่คุยกันเองคงยาก หวังพึ่งองค์กรต่างๆ เข้าช่วยเหลือ อาร์เอสเผยยังไม่มีงานให้ซูเปอร์สตาร์แม้จะให้โอกาสกลับม
เรื่องราวระหว่างซูเปอร์สตาร์ "ฟิล์ม" รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ กับนักแสดงสาว แอนนี่ บรู๊ค ที่ต่างคนต่างพูดคนละเวที จนปัญหาบานปลาย แถมยังมีกองเชียร์ออกมาร่วมผสมโรงจนกระทั่งนักแสดงสาวตัดสินใจให้มูลนิธิเพื่อนหญิงรวบรวมหลักฐานเตรียมที่จะดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ที่ออกมาทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ล่าสุดมารดาของนักร้องดังออกมาแถลงเรียกร้องให้แอนนี่ตรวจดีเอ็นเอ
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 ตุลาคม 2553 นางโคมมนต์ ทองมั่ง มารดานักร้องหนุ่ม เปิดบ้านพักเลขที่ 864/2 ซอยวิสุทธิ์นิเวศน์ ย่านห้วยขวาง ให้สัมภาษณ์ด้วยสภาพอิดโรย โดยกล่าวว่า ต้องขอขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสแม่ออกมาพูดเรื่องนี้ ก่อนอื่นต้องขอโทษ ขออภัยต่อคุณยายของฟิล์ม ครูบาอาจารย์ และผู้ใหญ่ที่เคารพ ที่ลูกชายทำให้ทุกคนเดือดร้อนทั้งกายและใจ
"ตัวแม่เองก็เป็นทุกข์ และสะเทือนใจเจ็บปวด ผู้หญิงที่เป็นแม่ เมื่อลูกมีความทุกข์ คนเป็นแม่ก็คงทนไม่ได้ ยิ่ง ณ วันนี้คุณยายวัย 90 ปีของฟิล์ม วิตกกังวลในตัวหลานชายมาก จนล้มป่วยลง แม่เองยังไม่ได้ไปเยี่ยมและอธิบายอะไรเลย สภาพจิตใจของฟิล์มตอนนี้เครียด และเจ็บปวดมากจนล้มป่วยลง ข่าวที่ออกมาบานปลายทำให้ผู้ใหญ่ต้องเดือดร้อน ทั้งที่เรื่องเกิดจากเด็กหนุ่มและเด็กสาว 2 คนผิดพลาดและพลั้งเผลอตามประสาวัยรุ่น" มารดาของฟิล์มกล่าว
นางโคมมนต์ กล่าวอีกว่า วันที่รู้เรื่อง ฟิล์มเข้ามากราบเท้าขอโทษแม่ บอกว่ามีผู้หญิงโทรมาบอกว่าท้อง ตอนนั้นตกใจบอกไม่ถูก ด้วยความเป็นลูกผู้หญิง แม่ไม่เคยกล่าวโทษผู้หญิง ฟิล์มบอกว่าชื่อแอนนี่ แม่รู้จักไหม เล่นละครด้วยกันเรื่องปีศาจแสนกล แม่นึกไม่ออกไม่ได้ดูละครเท่าไหร่ แม่ยังถามว่าเป็นใครอยู่ที่ไหน เป็นดาราหรือไม่ไม่สำคัญ แต่เป็นสุขทุกข์หรือไม่ เดือดร้อนหรือไม่ หญิงคนหนึ่งที่ตั้งท้องอยู่เดือดร้อน ทุกข์ใจแน่ แม่ไม่อยากจะฟังอะไรจากลูกขอให้แม่พบเขาได้ไหม
"ในที่สุด แม่ก็ได้ไปพบ รอหลายวันกว่าจะได้ไปพบ ทางนั้นตอบว่ายังไม่พร้อมที่จะให้แม่ไปพบ เขาตอบว่าตอนนี้มีแม่มีญาติมีเพื่อนมาเยี่ยม จึงไม่พร้อมให้แม่พบ ยังไม่อยากให้คนอื่นรู้ ตอนนั้นแม่ก็โอเค จนในที่สุดก็ได้ไปพบแอนนี่ที่บ้านหลังใหญ่โต ย่านสวนหลวงร.9 แม่นั่งคุยเป็นชั่วโมงก็ไม่ได้พบแม่แอนนี่ เพราะแอนนี่บอกว่าแม่ออกมาพบไม่ได้เพราะแม่มีโรคประจำตัวและกินยานอนหลับแล้ว ครั้งที่ 2 ก็ไปเยี่ยม ขอพบคุณแม่แอนนี่อีก จนกระทั่งวันนี้ก็ยังไม่ได้พบแม่แอนนี่เลย เพิ่งมาเห็นจากสื่อ" แม่ของฟิล์ม กล่าว
นางโคมมนต์ กล่าวอีกว่า ตอนแรกเรื่องนี้น่าจะจบลงง่ายๆ เมื่อฟิล์มออกมายืดอกรับผิดต่อแอนนี่และสังคม แต่เพียงแอนนี่ไขข้อข้องใจให้ฟิล์มด้วยการยืนยันว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของฟิล์มจริงๆ ฟิล์มเองจะได้ยืดอกรับและภูมิใจที่ได้เป็นพ่อ เขาจะได้เริ่มต้นว่าเขาจะวางแผนอนาคตชีวิตของเขาและเด็กอย่างไร มันเป็นเรื่องของอนาคตที่ตอนนี้แม่ไม่อาจจะพูดได้ ส่วนเรื่องที่แอนนี่มีความกังวลว่าแม่และครอบครัวจะไปแย่งลูกมาจากแอนนี่ แม่บอกได้เลยว่า แม่ไม่มีทางทำอย่างนั้นเพราะแม่เองก็เป็นแม่ที่เลี้ยงลูกมาด้วยตัวเองเหมือนกัน เพราะฉะนั้นแม่ยืนยันจะไม่ทำร้ายแอนนี่อย่างนั้นแน่นอน แอนนี่ได้สิทธิความเป็นแม่อย่างเต็มตัว แม่ไม่เคยคิดไปหักหาญแย่งชิงอะไรเลย แต่ถ้าแอนนี่ต้องการจะให้แม่และฟิล์มช่วยเหลืออย่างไรก็ค่อยว่ากัน แม่แล้วแต่แอนนี่ทั้งหมด
"ตอนนี้เรื่องราวมันบานปลายใหญ่โต จนกระทบหลายคน โดยเฉพาะเด็กที่น่าสงสารที่โดนประทับตราบาปโดยที่เขาไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้เลย เพราะแอนนี่ไม่ได้ให้ความกระจ่างแก่แม่ แก่ฟิล์ม แก่ลูก และสังคม ไม่ต้องรอ 5-10 ปี เพื่อจะโยนคำตอบไปที่เด็กให้เป็นคนตอบคำถามนี้ต่อสังคม" นางโคมมนต์ กล่าว
มารดาของซูเปอร์สตาร์ยังกล่าวว่า ข่าวที่ว่าฟิล์มต้องการหาแพะรับบาป เป็นเรื่องที่แม่สะเทือนใจมาก เพราะครอบครัวแม่และลูกชายแม่กำลังถูกประณามจากสังคม ทั้งที่ลูกชายได้ออกมารับผิดตั้งแต่แรกแล้ว และทำไมฟิล์มต้องหาแพะด้วย เมื่อฟิล์มได้ออกมาพูดว่ามีความสัมพันธ์กับแอนนี่ นั่นคือสิ่งที่ฟิล์มออกมารับผิดชอบ
ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องการตรวจดีเอ็นเอว่าเห็นด้วยหรือไม่ นางโคมมนต์ กล่าวว่า "แม่เห็นด้วยกับการตรวจดีเอ็นเอไหม แม่บอกว่า แม่เห็นด้วยกับฟิล์ม ไม่ใช่เพราะฟิล์มเป็นลูกแม่ แต่เพราะแม่อยากให้ความกระจ่างต่อสังคมและเด็ก แม่อยากถามแอนนี่ว่า แอนนี่ไม่มั่นใจอะไร ทำไมแอนนี่ไม่ให้ความกระจ่างแก่ฟิล์ม เพื่อให้ฟิล์มได้รับสิทธิความเป็นพ่อโดยบริสุทธิ์ใจ และแอนนี่เองจะได้เป็นแม่ที่สมบูรณ์ อย่าวิ่งหนีความจริงกันอีกเลย ออกมาเผชิญหน้ากับความจริงกัน มาพูดคุยเพื่อเรื่องจะได้จบเพราะตอนนี้ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไร และการที่ฟิล์มกับแอนนี่จะหันหน้าเข้ามาคุยกันเป็นเรื่องยากมาก คงต้องพึ่งองค์กรต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือ"
มารดาของฟิล์มกล่าวว่า ตอนนี้ขอดูการตัดสินใจของแอนนี่ก่อนสัก 2-3 วัน แล้วค่อยมาตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป อยากวอนขอแอนนี่อย่าทำให้ฟิล์มและเด็กต้องตกนรกอีกต่อไปเลย เพราะตอนนี้สภาพจิตใจฟิล์มแย่มาก แม่จะต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเพราะไม่รู้ว่า ความเครียด ความกังวล จะทำให้ลูกชายของแม่คิดอะไรไม่ดีหรือเปล่า
นางโคมมนต์ กล่าวว่า เรื่องบานปลายขนาดนี้ไม่รู้จะจบอย่างไร ไม่ใช่ฟิล์มคนเดียว สองคนคือต้นเหตุ ตราบาปตกที่เด็ก และตราบาปก็ตกที่ครอบครัวแม่ด้วยเหมือนกัน ไม่ใช่ครอบครัวแอนนี่อย่างเดียว ฟิล์มยืดอกรับว่ามีสัมพันธ์กับแอนนี่ แต่ตอนนี้สังคมรุมประณามว่าฟิล์มไม่ใช่ลูกผู้ชาย ทุกคนลืมไปแล้วหรือว่าเขาออกไปรับผิดชอบตั้งแต่ต้น ทำไมเขาไม่หนีความจริง แต่เขาเคลือบแคลงใจ ทำไมให้ความกระจ่างแก่เขาไม่ได้ หรือลูกของแม่จะเป็นแพะตัวนั้นเอง แม่ก็มีสิทธิ์คิดเหมือนกัน
นางโคมมนต์ยังกล่าวถึงวันที่แอนนี่ไปคลอดว่า แอนนี่โทรมาวันที่ 17 มิถุนายน บอกว่าจะผ่าคลอด ตนมีความรู้เกี่ยวกับโหราศาสตร์มาบ้าง ก็บอกแอนนี่ว่า ปรึกษาคุณหมอให้คลอดวันอังคารได้ไหม ไม่ใช่วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน เพราะวันนี้ดูเหมือนมีปัญหาถ้าเด็กเกิด แอนนี่บอกว่าปรึกษาคุณหมอแล้วคลอดวันอังคารได้ แล้ววันอังคารแม่ก็ร้อนใจมาก หลังจากบ่ายโมงก็รีบโทรไปหา เพราะรู้ว่าคลอดตอน 10.09 น. ตามฤกษ์ที่ให้ไป
"ระยะหลังก็ไปเยี่ยมแอนนี่อยู่หลายครั้ง ก็ไม่เคยขอแอนนี่ดูใบเกิด ที่ไปเยี่ยมไปหาด้วยใจ ไปให้คำแนะนำปรึกษาการเป็นแม่ลูกอ่อน ไม่เคยคิดถึงใบเกิด เพราะรู้ว่าเป็นสิทธิของแม่เขา ไม่ใช่ตัวแม่ เลยไม่ได้มุ่งไปประเด็นอะไรอย่างนั้น" แม่ฟิล์มกล่าว
นางโคมมนต์กล่าวว่า วันที่แอนนี่คลอดอยากไปเยี่ยมมาก แต่แอนนี่บอกว่า อย่ามาเลย ไม่เหมาะแน่ เพราะมีญาติมีเพื่อน มีคนหลายคนอยู่ที่โรงพยาบาลกับแอนนี่ เดี๋ยวเขาเห็นแม่ แอนนี่ไม่อยากมีข่าว ความร้อนรนของแม่ที่อยากจะเห็นเด็ก ตรงนี้ก็ไม่อาจจะไปหักหาญน้ำใจเขาได้ เพราะเป็นสิทธิของเขาที่ไม่ต้องการให้ใครทราบ ก็รอเวลาวันนั้นด้วยความร้อนใจมาหลายวัน ฟิล์มก็ไปเยี่ยมไม่ได้ ผู้จัดการก็ไปไม่ได้ จนกว่าแอนนี่จะโทรมาบอกว่าให้ไปแล้ว กระทั่งเขากลับไปบ้านก็ไปเยี่ยม แต่วันไหนจำไม่ได้แล้ว
"ตอนนี้ฟิล์มกับแม่กินไม่ได้นอนไม่หลับกับเรื่องราวใหญ่โตบานปลายขนาดนี้ ไม่อาจจะหน้าชื่นอยู่ได้หรอก ชีวิตแม่ในเวลานี้เหมือนถูกคุมขังทั้งกายและใจ แม่ต้องคอยดูแลลูกที่มีสภาพย่ำแย่ลงไปทุกวันๆ ในเรื่องของจิตใจและร่างกาย แม่ไม่อาจทิ้งเขาไปไหนได้เลย เรื่องนี้ไม่มีใครหรอกไม่ทุกข์ ทางฝ่ายหนูแอนนี่เองก็คงทุกข์ทรมานพอสมควรเช่นกัน”
ด้าน “เฮียฮ้อ” นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ผู้บริหารอาร์เอส ได้ระบายความรู้สึกผ่านทวิตเตอร์เมื่อเวลา 21.00 น. ว่า “เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่วันหนึ่งทุกคนจะเข้าใจเจตนาเฮีย ขอบคุณทุกกำลังใจ"
หลังจาก นางโคมมนต์ แถลงข่าว ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อไปยังแอนนี่ บรู๊ค ซึ่งยังยืนยันว่าไม่ตรวจดีเอ็นเอ ไม่ขอพูดถึงเรื่องแม่ฟิล์ม รวมไปถึงเรื่องฟ้องร้องต่างๆ
"แอนนี่ยังยืนยันว่าไม่ตรวจ และไม่ขอตอบเรื่องอะไรใดๆ ทั้งสิ้น เพราะผู้ใหญ่ขอไว้ ตอนนี้รู้สึกเครียดมาก เพราะไม่สามารถไปไหนได้เลย เรื่องที่เกิดขึ้นขอให้เป็นวิบากกรรมของแต่ละคน ที่ต้องรับชะตากรรมของใครของมัน ส่วนเรื่องฟ้องเฮียฮ้อปล่อยให้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ดำเนินการกันเอง" แอนนี่กล่าวเสียงเครียดก่อนตัดสายทิ้ง
ด้าน น.ส.สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิสตรี มูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าวว่าช่วงเช้าได้ไปพบกับแอนนี่ที่คอนโด เป็นเพื่อนกินข้าวและพูดคุยให้กำลังใจ รวมทั้งพูดคุยถึงแนวทางการดำเนินคดีฟ้องร้อง แอนนี่ไม่ได้บอกให้ยกเลิกหรือยุติการดำเนินการทางกฎหมายใดๆ ดังนั้นการฟ้องร้องถือว่ายังดำเนินการต่อไป ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการ โดยจัดทนายไว้ 2 ชุด ชุดแรกเป็นชุดรวบรวมข้อมูลหลักฐาน ชุดที่สองเป็นเรื่องของการว่าความ ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากทนายระดับประธานสภาทนายความจังหวัดและเป็นอดีตผู้พิพากษาสมทบที่จะช่วยว่าความให้ คาดว่าจะใช้เวลาในการรวบรวมข้อมูลและฟ้องร้องไม่นาน
ส่วนความคืบหน้าเรื่องการทำงานของฟิล์มนั้น น.ส.สุคนธ์ธีร์ สมบุญธรรม ผู้จัดการแผนกประชาสัมพันธ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์องค์กร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทตัดสินใจให้โอกาสฟิล์มกลับมาทำงาน แบบมีเงื่อนไข ปัจจุบันทีมงานได้ลงไปดูรายละเอียดในการทำงานแล้ว คาดว่างานทั้งหมดดำเนินการไม่ทันแล้ว อาทิ งานภาพยนตร์ งานคอนเสิร์ต เอเชีย ซอง เฟสติวัล ครั้งที่ 7 และงานพรีเซ็นเตอร์ จึงต้องมองไปที่อนาคตข้างหน้า เพราะปัจจุบันยังไม่มีงานที่ชัดเจนให้ฟิล์ม
มีรายงานว่า วันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม แอนนี่ บรู๊ค จะเดินทางไปถ่ายแบบให้แก่หนังสือกอซซิปสตาร์ ที่อาคารจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ทาวเวอร์ โดยนายศิริ เหลืองสวัสดิ์ หรือ แก้ว พรีเมียร์ บรรณาธิการนิตยสารกอซซิปสตาร์ ในเครือโมโนกรุ๊ป กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ตอนแรกแอนนี่คอนเฟิร์มแล้ว แต่ล่าสุดเริ่มไม่มั่นใจ ต้องคุยกับแอนนี่อีกครั้ง
"แอนนี่รับปากแล้วว่าจะมาถ่ายแฟชั่นทั้งเล่มให้เราวันจันทร์ที่จะถึงนี้ คือเราจะทำเฉพาะกิจเป็นเรื่องราวของแอนนี่ทั้งเล่ม โดยจะถ่าย 3 เซต เป็นเซตเซ็กซี่ของแอนนี่ มีเซตถ่ายทำลูก และรวมภาพเก่าของแอนนี่ด้วย จะมีการถ่ายขึ้นปก ในส่วนของเซตเซ็กซี่จะไม่โป๊ ไม่หวือหวา เพราะแอนนี่เขาบอกว่าเขาไม่อยากโป๊แล้ว เขาไม่ถ่ายแบบนั้นแล้ว แต่รายละเอียดเรายังไม่ได้ลงไปลึก คือรู้จักเขาตั้งแต่เขาเขียนพ็อกเก็ตบุ๊กกับเราคือ "ผู้ชายเซ็กส์ห่วย" เท่าที่รู้จักเขาทำงานดีมาตลอด ไม่ใช่คนเกเร หรือก้าวร้าว พอเกิดเรื่องก็คุยกับเขาทุกวัน แอนนี่ก็ระบายให้ฟังเรื่องของเขา มา 2 วันนี้ติดต่อไม่ได้ เลยยังไม่รู้ว่าจะอย่างไร เราตกลงเรื่องค่าตัวเรียบร้อย เสื้อผ้า ทีมงานเตรียมไว้หมดแล้ว เช็คเงินก็ออกให้เป็นชื่อของแอนนี่แล้ว ยังไงต้องลองคุยอีกครั้งหนึ่งว่าจะยังเหมือนเดิมหรือเปล่า ตอนนี้ก็ยังมึนอยู่ไม่รู้ว่าจะอย่างไร" แก้ว พรีเมียร์ กล่าว



