บันเทิง

"จุ๊น"โต้ลั่นไม่เคยโอนเงินให้"แอนนี่"

"จุ๊น"โต้ลั่นไม่เคยโอนเงินให้"แอนนี่"

30 ก.ย. 2553

"สมรักษ์" ผู้บริหารช่อง 3 ยันเฮียฮ้อพูดจริง ยันจุ๊นโอนเงืนให้แอนนี่หลายครั้ง มึนดาราหนุ่มพูดเท็จเชื่อมีกุนซือยุ ขณะที่ "จุ๊น" แถลงโต้ยันไม่เคยโกหก ประกาศอำลาช่อง 3 บอกไม่อยากตกเป็นเครื่องมือใคร ด้าน "แอนนี่" ร่ำไห้ บอกศักดิ์ศรีถูกย่ำยี ยันไม่เคยคบใครซ้อนถ

กำลังลุกลามบานปลายเกินกว่าที่คนสองคนจะเข้ามาช่วยกันแก้ไขสำหรับเรื่องราวของ "ฟิล์ม" รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ กับนักแสดงลูกครึ่ง "แอนนี่ บรู๊ค" และ ด.ช.ฑีฆายุ วัย 3 เดือนเศษ เพราะหลังจากนายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ หรือเฮียฮ้อ กรรมการบริหารบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ออกมาแถลงข่าวสับนักแสดงสาวชนิดไม่ไว้หน้า โดยเปิดฉากด้วยการกล่าวหานักแสดงสาวคบผู้ชาย 4 คน พรัอมยังออกมาระบุว่า ดาราหนุ่ม "จุ๊น" กิตติคุณ สัมฤทธิ์พันธุ์สุข เคยมีความสัมพันธ์กับแอนนี่ กระทั่งถูกรีดเงิน 2.5 แสน จนต้องเข้าไปปรึกษาผู้บริหารช่อง 3 คนหนึ่ง

ผู้บริหารช่อง 3 ยันจุ๊นโอนเงินจริง

 ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 กันยายน นายสมรักษ์ ณรงค์วิชัย ผู้จัดการฝ่ายผลิตรายการไทยทีวีสีช่อง 3 เปิดแถลงข่าวที่อาคารมาลีนนท์ พร้อมยอมรับว่า เป็นผู้บริหารช่อง 3 คนที่เฮียฮ้อระบุถึงในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา จากนั้นนายสมรักษ์กล่าวเปิดเผยว่า เรื่องที่เฮียฮ้อพาดพิงถึงนั้น ยอมรับว่าได้พูดคุยกันจริง โดยได้พูดคุยกันในเรื่องจุ๊น ส่วนเรื่องรายละเอียดไม่อยากพูดซ้ำ เพราะในแง่ของผู้ใหญ่คนหนึ่งที่สื่อลงไปก็เห็นใจเฮียฮ้อ ที่ถูกกล่าวหาว่ารังแกเด็ก รักษาผลประโยชน์อะไรก็แล้วแต่
 "จริงๆ ในแง่ที่เฮียฮ้อจะตัดสินใครสักคน เฮียฮ้อต้องหาข้อมูล และคงไม่ได้สั่งงานโดยใช้อารมณ์ เรื่องจุ๊น แง่ข้อมูลที่เราได้ก็เหมือนกับที่เฮียให้ข้อมูลไป คือช่อง 3 เพิ่งทราบว่ามีชื่อจุ๊นเกี่ยวข้องเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (24 ก.ย.) พอวันจันทร์ (27 ก.ย.) ก็ทราบข้อมูลเหมือนกับที่เฮียพูด ผมได้คุยทางโทรศัพท์กับจุ๊น ผมไม่ได้เจอตัวจุ๊น และจุ๊นก็ไม่ได้เป็นคนโทรมาปรึกษา แต่เป็นทางผมโทรไปถามเขา ตอนคุยกันทางโทรศัพท์กับจุ๊น เหมือนกับที่เฮียฮ้อให้ข่าวไป และผมก็คุยกับเฮียฮ้อจริง แต่ผมไม่ได้พูดว่ามีหลักฐานการโอนเงิน แค่พูดว่ามีการโอนเงิน แต่โอนครั้งละ 2-3 หมื่นเท่านั้น แต่ยอดรวมเป็น 2 แสนกว่า" นายสมรักษ์กล่าว

เชื่อกุนซือยุ "จุ๊น" จึงไม่พูดความจริง

 ส่วนกรณีที่จุ๊นปฏิเสธนั้น นายสมรักษ์กล่าวว่า มองเป็นเรื่องของการสื่อสารที่ผิดพลาดอะไรบางอย่าง เพราะหลังจากที่ติดต่อกัน แรกๆ ติดต่อจุ๊นได้ แต่หลังๆ เริ่มติดต่อไม่ได้ ตอนนั้นยังบอกกันว่า เรื่องนี้มันมีคนอยู่เบื้องหลังเยอะมาก จึงไม่อยากให้คนพวกนี้ลุกขึ้นมาทำอะไรอีกแล้ว เพราะตอนนี้ทุกคนต่างมีกุนซือเยอะไปหมด คำตอบของจุ๊น หากมองจากภาพ ทำให้เฮียฮ้อโดนมองว่าผิด ทั้งนี้ไม่ได้ติดต่อกับจุ๊นอีก เพราะโทรศัพท์ไปไม่รับสายจนได้เห็นข่าวทางทีวี ตอนนี้ยังไม่ได้คิดอะไร เพราะยังไม่ได้เจอ ไม่ได้คุยกัน

 "ตอนนี้จุ๊นก็ยังเป็นนักแสดงของช่อง 3 และมีสัญญาอยู่ มีการสื่อสารกันระดับหนึ่ง หลังๆ พอมีการไถ่ถามเรื่องราวให้ชัดเจนขึ้น ติดต่อไม่ได้ โทรไปก็ให้ฝากข้อความบ้าง ไม่ได้เจอตัว ส่วนเรื่องข่าวลือ ว่าเฮียให้เงิน 10 ล้านให้หาแพะ ตรงนี้ไม่รู้สิ เพราะข่าวเขียนเรื่องแพะ เราก็จะโดนตลอด เพราะเวลาเขียนข่าว มันจะถูกแต่งเติม ขอให้นักข่าววันนี้อย่าแต่งเติมข้อความได้ไหม เพราะผมอยากให้ทุกคนหยุดแล้วออกมาพูดความจริง ในที่นี้หมายถึงทุกคนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งฟิล์มด้วย" นายสมรักษ์กล่าว

เรียกร้องให้ทุกฝ่ายพูดความจริง

 ผู้บริหารช่อง 3 กล่าวต่อว่า ไม่ทราบว่าจุ๊นพูดความจริงหรือไม่ วันนี้ทุกคนต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง และเอาความจริงมาพูดกัน เพื่อที่เรื่องทุกอย่างจะได้จบ เพราะสงสารทุกคนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งตัวเองด้วย ถามว่าเรื่องที่เฮียฮ้อพูดส่งผลกับช่อง 3 หรือไม่ อยากบอกว่า ไม่แน่ใจสังคมว่าอย่างไร แต่ยอมรับว่าคุยกับเฮียฮ้อจริง แล้วที่เฮียให้สัมภาษณ์แบบนั้น ตอนนี้ถูกตีความไปในแง่ของธุรกิจ ถึงความเสมอภาคทางเพศ รวมทั้งการคุ้มครองมนุษยชนของเด็ก ค่อนข้างไปเยอะ เป็นอะไรที่มาก

 "จริงๆ แค่เรื่องส่วนตัวของคนสองคน แต่แปรไปเยอะ ถ้าสื่อมองว่ากรณีนี้สามารถสอนสังคมได้ ผมอยากให้นำเสนอเพื่อสังคมจะได้ระมัดระวัง และเป็นบทเรียนให้เยาวชน มันจะช่วยสังคมให้ดีขึ้น ส่วนเรื่องที่เฮียบอก ไม่อยากให้ผู้ชายคนไหนเป็นเหยื่ออีก คงเพราะเฮียอาจจะอยากเตือนสตินักแสดงเกี่ยวกับการกระทำเรื่องนี้มั้ง บางทีอาจเป็นเพราะความสนุก มันก็ก่อให้เกิดความทุกข์ได้อย่างขณะนี้ มันไม่ทุกข์แค่คนเดียว เพราะพ่อแม่ของแต่ละคนต่างล้มเจ็บทุกคน เจ็บช้ำ รวมทั้งผู้ใหญ่เองก็เจ็บ ทั้งที่ไม่ได้ก่อ เฮียฮ้อก็ไม่ได้ก่อ แต่ก็บาดเจ็บ ผมก็ค่อนข้างสงสารเฮีย คิดแต่ว่ากระแสสังคมมันแรงได้ขนาดนี้เลยหรือ เลยทำให้เราต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ตอนนี้แอนนี่จะตรวจดีเอ็นเอหรือไม่ไม่สำคัญ เพราะเป็นสิทธิส่วนตัว เราควรเคารพการตัดสินใจการดำเนินชีวิตของเขามากกว่า" นายสมรักษ์กล่าว

 "จุ๊น"ประกาศลาออกจากช่อง 3

 วันเดียวกัน "จุ๊น" กิตติคุณ เปิดแถลงข่าวพร้อมทนายความส่วนตัวหลังจากผู้บริหารช่อง 3 ออกมาระบุพาดพิงในเรื่องโอนเงินให้แก่ดาราสาวจำนวนหลักแสนว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับคนสองคน ไม่อยากจะเข้ามายุ่ง แต่เมื่อมีชื่อเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จึงต้องออกมาชี้แจง และยังย้ำ ว่าสิ่งที่พูดไปว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นความจริงทั้งหมด ทั้งนี้คิดว่าเรื่องนี้ควรจะจบได้แล้ว อยากจะอยู่เงียบๆ แต่เมื่อมันมากระทบต่อครอบครัว วันนี้ขอบอกว่า ขอลาออกจากช่อง 3 และขอขอบคุณนายประวิทย์ ขอบคุณพี่ๆ ช่อง 3 ทุกคนที่ให้ความช่วยเหลือมาตลอด แต่ไม่อยากเป็นเครื่องมือของใคร

 "อย่างที่บอกไปตั้งแต่เมื่อวันก่อน ผมกับพี่แอนนี่ไม่ได้มีอะไรที่ลึกซึ้งต่อกัน หรือถ้าไม่เชื่อ จะให้มีการตรวจดีเอ็นเอ เพราะผมก็ยินดีที่จะไปตวรจ ผมไม่มีความลับอยู่แล้ว ผู้หญิงเป็นคนที่น่าเห็นใจที่สุดกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ผมอยากให้สังคมเห็นใจผู้หญิงคนนี้และลูก การแถลงข่าวครั้งนี้จะเป็นการแถลงข่าวครั้งสุดท้ายของผม ผมจะไม่พูดเรื่องนี้อีก" นายกิตติคุณกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ย้ำสิ่งที่พูดเป็นเรื่องจริงไม่มีเตี๊ยม

   ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าการออกมาพูดแบบนี้จะเป็นการแตกหักทางช่อง 3 เลยหรือไม่ นักแสดงหนุ่มกล่าวว่าไม่ได้คิดว่าจะแตกหัก แต่แค่รู้สึกว่าเรื่องนี้มีผลกระทบกับครอบครัวมาก

 "ผมเเป็นเด็ก สังคมไทย เด็กต้องเคารพผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้นผมไม่อยากพูดพาดพิงถึงใคร เมื่อวันก่อนผมไม่ได้พูดพาดพิถึงใคร ผมพูดถึงตัวผมกับเรื่องพี่แอนนี่เท่านั้น ส่วนที่นายสัมรักษ์พูดว่ามีการพูดคุยกับเฮียฮ้อ และมีเรื่องผมอยู่ด้วย คือผมได้พูดคุยและปรึกษาจริง แต่ผมขอไม่บอกว่าเป็นเรื่องอะไร ผมแค่ยืนยันว่าสิ่งที่ผมพูดไปเมื่อวันก่อนเป็นเรื่องจริงๆ"

  นักแสดงหนุ่มเปิดเผยต่อว่า ถ้าสังคมจะมองว่าเป็นคนโกหก บอกตรงๆ ก็แคร์สังคมเหมือนกัน แต่สงสารผู้หญิง ผู้หญิงคือเพศแม่ส่วนใครที่สงสัยว่า เตี๊ยมกับแอนนี่บอกได้เลยว่า ไม่มี อย่างที่เมื่อวันก่อนได้บอกแล้วว่า ได้พูดคุยกับพี่แอนนี่แค่ช่วงเช้าวันที่ 28 กันยายน ผ่าน "เฮเลน" ปวรา ศิริสาร ส่วนที่ "เฮียฮ้อ" มีหลักฐานยืนยันนั้น ตรงนี้ก็แล้วแต่ผู้ใหญ่

ทนายยันใครพาดพิงอีกเจอฟ้อง

 "ส่วนที่มีข่าวว่าจะไปเมืองนอก เพราะต้องการหนีข่าวหรือไม่นั้น ยืนยันว่า ไม่จำเป็นต้องหนี ผมไม่เป็นคนที่ทำอะไรผิด แล้วที่ผมไปอเมริกามาก่อนหน้านี้ ผมไม่ได้หนีด้วย เพราะถ้าหนีจริงๆ ผมคงไม่กลับมาหรอก ขอให้เรื่องนี้จบลงด้วยดี อยากให้ทุกๆ ฝ่ายปรับความเข้าใจ และคุยกัน ผมไม่อยากให้เรื่องนี้ถูกนำมาเกี่ยวกับผมอีก ผมขออยู่เงียบๆ ของผมคนเดียว ในวันนี้ผมแค่อยากจะมาแจ้งให้พวกพี่นักข่าวทราบ ว่าผมได้ขอลาออกจากทางช่อง 3 แล้วเท่านั้น" นักแสดงหนุ่มกล่าว

 ส่วนทนายความส่วนตัวที่เดินทางมาด้วย กล่าวว่า หากถูกพาดพิงถึงลูกความในลักษณะเสียหาย คงต้องดูว่าการพูดพาดพิงละะเมิดสิทธิ์ของลูกความหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้จะมีการนำไปปรึกษากับทางครอบครัวของดาราหนุ่มก่อน

"แอนนี่"ครวญถูกย่ำยีศักดิ์ศรี
 
 ขณะที่แอนนี่เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า ตอนนี้คงไม่สามารถให้สัมภาษณ์อะไรได้มากในขณะนี้ แต่ยอมรับว่ากำลังขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิเพื่อนหญิงอยู่ โดยผู้ใหญ่ของมูลนิธิขอให้นิ่งไว้ก่อน จึงยังไม่อยากให้สัมภาษณ์อะไร รอให้ทางนั้นพูดไปก่อน อย่างไรก็ตามยืนยันว่าอีกสักพักจะออกมาพูดและเคลียร์เรื่องนี้อีกครั้ง เพราะต้องรอให้อะไรมันชัดเจนมากกว่านี้ก่อน

 ต่อมาแอนนี่ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการแฉแต่เช้า คลื่นวิทยุ 94 เมกะเฮิรตซ์อีกครั้งถึงความรู้สึกในประเด็นที่เฮียฮ้อระบุว่า คบผู้ชายพร้อมกันทีเดียวถึง 4 คน จริงๆ นึกว่ายุคนี้จะหมดเรื่องย่ำยีสตรีเพศแล้ว ตอนนี้ศักดิ์ศรีคงไม่เหลืออะไรแล้ว ส่วนประเด็นที่แอนนี่ฟังทุกคนพูดมาถึงเรื่องนี้ถ้าไปถามใคร ทุกคนจะรู้ว่าแอนนี่คบใครคบนานนะ

ยันไม่เคยคบใครซ้อน 4 คน

 "แอนนี่คบใครคบจริงจัง รักคนเดียว ถ้าเลิกแล้วถึงจะคบคนใหม่ ถ้าไปเจอคนใหม่ ไปรักคนใหม่ ถึงจะคบกันอีกที ไม่มีการคบคาบเกี่ยว แต่นี่แปลกมากนะ แอนนี่มีเวรมีกรรมกับความรักจริงๆ คือรักใคร เป็นแฟนกับใคร โดนเขาทำร้ายหมดเลย ไม่เข้าใจเหมือนกัน อาจจะเป็นเวรกรรมของแอนนี่หรือเปล่าไม่รู้ แอนนี่ไม่เคยคบใครในเวลาเดียวกัน 4-5 คน แอนนี่ไม่มีความสามารถขนาดนั้น แล้วแอนนี่ก็ท้องแล้ว คนท้องเนี่ยนะ จะมีอะไรกับใครหลายๆ คน ไม่ห่วงลูกเหรอ ถ้าติดโรค ติดอะไรล่ะ ไม่ห่วงลูกเหรอ คนเป็นแม่นะ แต่ถามหน่อยว่าเรามีหนึ่งชีวิตอยู่ในท้องแล้ว มีหัวใจเต้นตุ้บๆ อยู่ในท้อง ยังจะมีหน้าไปมีอะไรกับใครอีกเหรอ" แอนนี่กล่าว

 นอกจากนี้ นักแสดงสาวยังบอกด้วยว่า "ก่อนหน้าฟิล์ม ยอมรับว่าต้องมีแฟนอยู่แล้วแน่นอน อายุ 30 ปีแล้ว จะมาบอกว่าเวอร์จิ้นอยู่ แล้วมีฟิล์มเป็นแฟนคนแรกคงเป็นไปไม่ได้ แต่คบทีละคน ไม่มีการคาบเกี่ยว ต้องเลิกก่อนถึงจะคบคนอื่นได้ ถามหน่อยใจคนจะทำได้ยังไง มาคบคนโน้นคนนี้ แล้วแฟนคนเดิมไม่รักเหรอ ขอพูดตรงๆ ว่าแม้แต่ผู้ชายที่แอนนี่รักเคยทำร้ายร่างกาย แอนนี่ยังยอมทนเลย เพราะรัก"

วอนอย่ายัดเยียดจุ๊นให้เป็นพ่อ

 เมื่อถามก่อนหน้านี้แอนนี่บอกไม่เคยรู้จักกับจุ๊นมาก่อนทั้งที่เป็นนักแสดงร่วมช่อง แอนนี่กล่าวว่า ไม่ค่อยดูละคร จะดูซีรีส์เกาหลี ก่อนหน้านี้รู้ว่าเป็นดารา แต่ไม่เคยเห็นหน้าในจอทีวีแล้ว เคยเห็นมานั่งเล่นที่บริษัทชลลัมพีครั้งหนึ่ง แต่ยืนยันไม่เคยคบกับจุ๊น ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว

 "เพราะวันนั้นแอนนี่ไปลองชุดหรือไปคุยงานละครอะไรนี่แหละ จำรายละเอียดไม่ได้ แต่รู้ว่าต้องไปร่วมงานกับชลลัมพีครั้งนั้นครั้งแรก แล้วเห็นน้องจุ๊นคุยกับแม่หนู (นางสรวงสุดา ชลลัมพี) แต่แอนนี่ไม่ได้สนใจอะไร เห็นแม่หนูเรียกจุ๊นๆ แค่นั้นเอง ยืนยันเคยเจอที่ชลลัมพีแค่ครั้งเดียว ไม่เคยอยู่สองต่อสอง ที่ถามเรื่องจุ๊นเป็นหนึ่งในพ่อของเด็ก คือสงสารลูกแอนนี่เถอะนะ ตอนนี้แค่นี้ก็แย่จะตายอยู่แล้ว แล้วก็มาคนนั้นคนนี้เป็นพ่อ แค่นี้ก็เหยียบย่ำตัวแอนนี่จนจมดิน จนเงยหน้าไม่ได้อยู่แล้ว แค่นี้ก็แย่จะตายอยู่แล้ว ยังจะหาแพะรับบาปอะไรกันนักกันหนา"

ยันไม่เคยรีดเงิน 2.5 แสน

 ส่วนประเด็นที่นายสมรักษ์ ผู้บริหารช่อง 3 ออกมาแถลงข่าวเรื่องจุ๊นโดนไถเงิน 2.5 แสนบาทนั้น แอนนี่กล่าวว่า มันจะคืออะไรล่ะ แอนนี่บอกไว้ได้เลยว่า ถ้าแอนนี่บอกคนโน้นคนนี้ว่าท้อง แล้วเรียกเงินจากเขา อยากจะดูสมุดบัญชีไหม อยากจะดูกันไหม ทุกวันนี้เงินเหลืออยู่เท่าไหร่เอง ถ้าแอนนี่รับเงินจากคน 4 คน คนละ 2.5 แสนบาท คงรวยแล้ว ไม่ต้องทำมาหากินอะไรแล้ว

 ผู้ดำเนินรายการถามต่อว่า มีแหล่งข่าวบอกเรียกเงินจุ๊นครั้งแรก 1 แสนบาท แต่จุ๊นให้ 5 หมื่นบาท แอนนี่ร้อง โห พร้อมบอกว่า ถ้าเกิดตีค่าของชีวิตคน เด็กคนหนึ่งแค่แสนเดียวเองเหรอ ถ้าแอนนี่จะรีดรับเงินจากคนโน้นคนนี้ ตีค่าแค่นี้เองหรือไง ถ้าจะเอา เอาเป็นล้านไม่ดีกว่าเหรอ แอนนี่อยากจะบอกว่าไม่ว่าใครอะไรก็ตามที่พยายามจะแฉ ออกมาโน่นนี่ ขอให้หยุดซะเถอะ

ครวญอย่าย่ำยีให้สงสารลูก

 "แอนนี่ก็เหนื่อยมากพอแล้ว ถ้าไม่สงสารแอนนี่ ไม่สงสารลูก ไม่สงสารใคร ไม่แคร์แอนนี่เลย แอนนี่ก็ไม่ว่าอะไร แต่ตอนนี้กลายเป็นเหมือนเรื่องสนุกปากไปแล้ว เป็นเรื่องทุกคนไม่เห็นค่าของผู้หญิงเลย ตอนนี้ผู้หญิงถูกเหยียบย่ำก็เหยียบย่ำไป สนุกสนานมากเลย แอนนี่มีแค่สองมือเปล่านะ ไม่มีกำลังเงิน ไม่มีกำลังคน ส่วนเรื่องตรวจดีเอ็นเอ แอนนี่พูดไปแล้วในรายการว่าตรวจไม่ยาก แต่ถามว่าผลข้างเคียงของการตรวจตามมามันมีเยอะ ลูกแอนนี่อุ้มท้องมา 9 เดือน ไม่มีใครมาใส่ใจดูแล มาวันนี้มีคนอยากจะมาเป็นพ่อมากมายซะเหลือเกิน จะมาเอาลูกเราไปหรือเปล่าล่ะ รู้ได้ไงว่าจะไม่เอาไป

 แอนนี่กล่าวต่อว่า วันนี้ยอมรับว่า ไม่เชื่อคำสัญญาของใครแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะวันที่สัญญากัน จึงทำให้ต้องมากล้ำกลืนฝืนทนทุกวันนี้ ถึงต้องมานั่งร้องห่มร้องไห้ เรียกความเห็นใจของทุกคนจนถึงวันนี้ ไม่ใช่เพราะคำสัญญาหรอกหรือ

ยันไม่ใช่พวก18มงกุฎ

 ต่อมา แอนนี่ บรู๊ค ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการ 9 เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี   อีกครั้งพร้อมยืนยันว่า "ไม่ใช่ 18 มงกุฎนะตอนนี้อากาศจะหายใจ ไม่รู้ว่าได้หายใจเข้าหรือยัง วันนี้ที่จะยืนยังไม่มีเลย ตอนนี้พูดได้คำเดียวว่า ใจสู้แต่ท้อ หนึ่งสมองสองมือเลี้ยงลูกทุกวัน ไม่เคยคิดแผนการไปนั่งปั่นหัวใคร ทุกคนเป็นผู้ใหญ่หมดเลย เรื่องลุกลามใหญ่โตกลายเป็นอะไรไม่รู้ ถ้าถามว่าหนูมีอะไรกับหลายคนในเวลาเดียว แค่พูดก็รู้สึกแย่แล้ว"

 ส่วนที่เฮียฮ้อออกมาแฉนั้น แอนนี่ยืนยันว่า ไม่โกรธ ผู้ใหญ่ก็คือผู้ใหญ่ ให้ความเคารพผู้ใหญ่ทุกคน ส่วนจะฟ้องไหม ไม่รู้ แต่ไม่อยากมีเรื่องกับใคร "หนูจะตายไม่เป็นไร แต่ลูกหนูหิวไม่ได้ ให้หนูไปทำงานเหอะ ให้ได้เลี้ยงลูก อย่าให้หนูต้องติดคุกในบ้านอีกเลย ไม่มีใครห้ามออกจากบ้านก็จริง แต่นักข่าวเฝ้าหน้าบ้านทุกวัน รู้ว่าเรื่องนี้จบแฮปปี้เอนดิ้งไม่ได้ ไม่เป็นไร เชื่อเวลาจะบอกเอง"

ครวญถูกรังแกเหมือนแพะรับบาป

 ต่อมา แอนนี่ บรู๊ค กล่าวด้วยน้ำเสียงสะอื้นก่อนจะร้องไห้ว่า ขณะนี้ถือว่าบอบช้ำอย่างมาก หลังมีกลุ่มบุคคลมากล่าวหาอย่างต่อเนื่องเหมือนเป็นแพะรับบาปอย่างไม่เป็นธรรม อย่างไรก็ตามอยากฝากไปถึงแม่ว่า อย่าคิดมาก ตอนนี้อยากกลับลำปาง เพื่อพาแม่ไปรักษาที่โรงพยาบาล แต่ยังกลับไม่ได้ เนื่องจากเรื่องยังคาราคาซังและยังไม่จบง่ายๆ

 "อยากบอกแม่ว่า ไม่ต้องคิดมาก และที่สำคัญอย่าดูข่าวทางสื่อมาก แม่เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งไม่น่าจะมารับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับแอนนี่เลย และที่สำคัญแม่ไม่เกี่ยวอะไรเลยกับเรื่องนี้"  ก่อนที่แอนนี่จะกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ โดยขอวอนสังคมให้เห็นใจแม่กับตนเอง ซึ่งเหมือนเป็นแพะรับบาปไปแล้ว อยากจะจบและยุติเรื่องทุกอย่างลง และจะไม่เรียกร้องอะไรกับใครสักอย่าง อยากจะเลี้ยงและดูน้องฑีฆายุ อย่างสบายใจและไม่อยากรับรู้ปัญหาอะไรอีกแล้ว

"เฮียฮ้อ"ทวิตอย่าเป็นเหยื่อคนโกหก
 
 วันเดียวกัน เฮียฮ้อได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ว่า สังคมข้อมูลข่าวสารสื่อมวลชนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา และอย่าตกเป็นเครื่องมือให้ใครใช้ในการโกหกหลอกลวงพูดเรื่องเท็จกับสาธารณะ บางครั้งการจะค้นหาความจริงจากบางเรื่องในบางสถานการณ์ก็ยากหนักหนาแต่ต้องพยายามอดทนรอคอยเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ สังคมไทยต้องอยู่ด้วยความจริง

 ขณะที่แม่ของแอนนี่ที่อยู่ที่ต่างจังหวัดกล่าวว่า "ใครจะดีไม่ดีสังคมจะรู้เอง เป็นห่วงลูกแต่ก็ห่วงหลานมากกว่า ถ้าฟิล์มปัดความรับผิดชอบก็ปล่อยไป ไม่ต้องมายุ่ง ที่ผ่านมายังเลี้ยงลูกคนเดียวได้  ทำไมแอนนี่จะเลี้ยงลูกเองไม่ได้

กก.สิทธิแนะให้ยุติเห็นแก่เด็ก

 วันเดียวกัน นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวแนะทางออกกรณีฟิล์ม-แอนนี่ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นผู้ปกครองหรือผู้ใหญ่ที่ทั้ง 2 ฝ่ายให้ความเคารพ ต้องตั้งสติและเป็นหลักในการช่วยกันแก้ปัญหา เจรจาด้วยเหตุผล อย่าไปซ้ำเติมให้สถานการณ์บานปลายเลวร้ายมากยิ่งขึ้น แต่จากการติดตามเห็นว่า ผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่ายไม่เป็นหลักในการแก้ปัญหา กลายเป็นเข้าไปขุดคุ้ยเบื้องหน้าเบื้องหลังของบุคคลเหล่านี้ให้บานปลายมากขึ้น ซึ่งไม่เกิดประโยชน์ในการแก้ปัญหาเลย โดยเฉพาะมีการมองว่าดาราคือธุรกิจตัวสินค้า ทำให้มีบุคคลไม่เกี่ยวข้องเข้ามาจำนวนมากมาย

 เช่นเดียวกับ รองศาสตราจารย์ ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน และการตลาด กล่าวว่า เฮียฮ้อกระทำเพื่อตัวเองเพื่อธุรกิจของตัวเอง ซึ่งผิดกับครั้งแรกที่เฮียฮ้อออกมาแถลงลงโทษฟิล์ม ทั้งนี้ขอเตือนให้ประชาชนทั้งหลายที่กำลังติดตามข่าวของฟิล์มกับแอนนี่ควรพิจารณาให้รอบด้านและให้เอาเป็นบทเรียนนำมาศึกษาพร้อมกับสอนบุตรหลาน อย่าได้ไปสนใจว่าใครจะไปมีอะไรกับใคร ไม่ดีอย่างไร รวมทั้งอยากให้แฟนคลับของฟิล์มอย่านำคำกล่าวหาว่าแอนนี่มั่วผู้ชายมาเป็นประเด็นเกลียดชังแอนนี่

 ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด้านสิทธิเด็กและสตรีได้ขอให้ทุกฝ่ายยุติแสดงความเห็นกรณีฟิล์ม-แอนนี่ ให้คำนึงถึงเด็กผู้บริสุทธิ์ ส่วนบุคคลอื่นให้ความเห็นพาดพิงนั้นสามารถฟ้องหมิ่นประมาทได้