
"แอนนี่"ครวญถูกรุมรังแกวอนสังคมเห็นใจแม่
"แอนนี่"โฟนอินรายการ"แฉแต่เช้า" ท้าดูสมุดบัญชี โชว์หลักฐานเงิน 2.5 แสนบาท ยันไม่เคยรีดเงินใคร ขณะที่"สมรักษ์"ยัน"จุ๊น"ปรึกษาแอนนี่ขอเงิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ หรือเฮียฮ้อ กรรมการบริหารบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) แถลงข่าวเมื่อวานนี้ (28ก.ย.)ในวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามเรื่องนี้ไปยัง"แอนนี่ บรู๊ค" โดยแอนนี่ กล่าวว่า คิดแล้วว่าเขาจะต้องเล่นเกมอันนี้ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีคนเตือน เห็นชัดๆเลยว่าเขากำลังรังแกเด็ก เรื่องที่เขาบอกไม่เป็นความจริง อย่างกับจุ๊น (กิตติคุณ สัมฤทธิ์พันธุ์สุข) เมื่อเช้าเพิ่งคุย เพราะเมื่อวานมีข่าวเขาเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็เลยพยายามที่จะหาเบอร์ของเขาเพื่ออยากจะถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพราะว่าตนไม่มีเบอร์ของเขา จนหามาได้ ก็คุยกัน ซึ่งเขาไม่ได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นอะไรเลย
ผู้สื่อข่าวถามว่า เฮียฮ้อให้ข้อมูลมาว่า จุ๊นมีสัมพันธ์กับแอนนี่ และแอนนี่เรียกร้องเงิน 2.5 แสน นักแสดงสาวตอบว่า เท่าที่ทราบรู้แค่ว่าผู้ใหญ่ช่อง 3 กับเฮียฮ้อสนิทกัน ไม่รู้ว่าเขาจะมีข้อตกลงเรื่องนี้อะไรกันหรือเปล่า ยืนยันว่า ไม่มีเงิน 2.5 แสนเลย เอาสมุดบัญชีมาให้ดูก็ได้ ไม่มีเงินเข้าแน่นอน พวกนี้มันมีหลักฐานอยู่ถ้าเป็นจริงก็เอาออกมาโชว์ก็เห็น ตอนนี้ฟิล์มเขาวิ่งพล่านไปหมดวิ่งหาใครต่อใครเพื่อที่จะพยายามหาคนมาเป็นแพะรับบาป
แอนนี่ กล่าวต่อว่า เรื่องที่เขาทำอยู่ในขณะนี้ เขาทำเพื่อเป็นการที่จะลดความน่าเชื่อถือของตน เพื่อที่ว่าท้ายที่สุดถ้าหากว่าอะไรก็ตามที่เขาอยากจะพิสูจน์แล้วผลมันออกมาเป็นจริงตามที่ตนบอกคือเป็นลูกของเขา เขาก็จะร้องต่อศาลเพื่อที่จะขอเข้ามาเป็นผู้ดูแลลูก เพราะแม่ที่มีพฤติกรรมแบบนี้ ไม่สมควรที่จะดูแลเด็ก เขาจึงพยายามที่จะให้ตรวจดีเอ็นเอให้ได้ เขาใช้วิธีบีบทุกอย่างให้ตนต้องตรวจให้ได้ ส่วนเรื่องจะฟ้องหรือไม่รอปรึกษาก่อน
ต่อมาแอนนี่โฟนอินเข้ารายการแฉแต่เช้า วันที่ 29 ก.ย.ใจความว่า การที่จะมามีฟิล์มเป็นแฟนคนแรกมันก็เป็นไปไม่ได้ แต่ละคนก็ต้องเลิกก่อนถึงจะคบคนอื่นได้ คนที่ทำร้ายร่างกายแอนนี่ยังทนเลย ส่วนกรณีเรื่องจุ๊น ยอมรับว่าเคยเห็นเขามานั่งเล่นที่ชลลัมพีครั้งนึง แต่ไม่เคยคบกัน และไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว ตอนนี้สงสารลูกแอนนี่เถอะ แค่นี้จะตายแล้ว จะบอกว่าคนโน่นนี้เป็นพ่อ จะหาแพะอะไรหนักหนา
แอนนี่ ยังกล่าวว่า ขอถามหน่อยคนที่ท้องแล้วเนี่ย ยังจะมีหน้าไปมีอะไรกับคนอื่น ยังจะมีอารมณ์เหรอ บ้าหรือเปล่า แอนนี่สติดี ส่วนกรณีเรื่องรับเงิน ก็ขอบอกว่าถ้าแอนนี่บอกคนโน่นคนนี่ว่าท้องแล้วเรียกรับเงินจากเขา อยากจะดูบุ๊คแบงก์กันไหม ทุกวันนี้ตังค์เหลือเท่าไหร่เอง ถ้าจะเรียกรับเงินจริง ตีค่าแค่นี้เองเหรอ(1แสน) เอาเป็นล้านไม่ดีกว่าเหรอ
อยากจะฝากถึงใครที่พยายามแฉขอให้หยุดเถอะ ตอนนี้กลายเป็นเรื่องสนุปปากไปแล้ว ไม่ได้เห็นค่าของผู้หญิงเลยหรือ หรือว่าสนุกสนานที่ได้เหยียบย่ำลูกผู้หญิง และที่ไม่ตรวจ DNA เพราะผลข้างเคียงการการตรวจมีเยอะแยะ และถ้าตรวจแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าจะไม่เอาลูกไป จากนี้ไปจะไม่เชื่อคำสัญญาใครแล้ว
ต่อมา แอนนี่ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการ 9 Entertain ทางช่อง 9 วันนี้หลังจากที่เฮียฮ้อออกมาแถลงวานนี้ว่า "แอนนี่ไม่ใช่18มงกุฏนะ ตอนนี้อากาศจะหายใจ ไม่รู้ว่าได้หายใจเข้าหรือยัง ที่จะยืนยังไม่มีเลย ตอนนี้พูดได้คำเดียวว่าใจสู้แต่ก็ท้อ หนึ่งสมองสองมือเลี้ยงลูกทุกวัน ไม่เคยคิดแผนการไปนั่งปั่นหัวใคร ทุกคนเป็นผู้ใหญ่หมดเลย เรื่องลุกลามใหญ่โตกลายเป็นอะไรไม่รู้ ถ้าถามว่าหนูมีอะไรกับหลายคนในเวลาเดียว แค่พูดก็รู้สึกแย่แล้ว"
ส่วนที่เฮียฮ้อออกมาแฉนั้น แอนนี่ยืนยันว่าไม่โกรธ ผู้ใหญ่ก็คือผู้ใหญ่ ให้ความเคารพผู้ใหญ่ทุกท่าน ส่วนจะฟ้องไหม อันนี้ไม่รู้ แต่ไม่อยากมีเรื่องกับใคร "หนูจะตายไม่เป็นไร แต่ลูกหนูหิวไม่ได้ ให้หนูไปทำงานเหอะ ให้ได้เลี้ยงลูก อย่าให้หนูต้องติดคุกในบ้านอีกเลย ไม่มีใครห้ามออกจากบ้านก็จริง แต่นักข่าวเฝ้าหน้าบ้านทุกวัน รู้ว่าเรื่องนี้ไม่จบ แฮปปี้เอนดิ้งไม่ได้ไม่เป็นไร เชื่อเวลาจะบอกเอง"
แอนนี่ กล่าวอีกว่า "ตอนนี้เพื่อนหนูไม่อยากจะคบหนูแล้ว เพราะเอาชื่อเพื่อนไปบอกว่าเป็นพ่อของลูกหนู ขอร้องผ่านรายการตรงนี้ว่า อย่าเอาชื่อเพื่อนรอบๆตัวมาพัวพันเลย สงสารเขาเถอะ หนูขอโทษทุกๆคน ที่เรื่องลุกลามใหญ่โต แต่หนูมีจุดยืนแบบนี้ แบบแม่คนนึงที่อยากจะปกป้องลูก
ส่วนเรื่องตรวจไม่ตรวจ DNA นั้น แอนนี่กล่าวว่า "เรื่องไม่ตรวจ DNA พูดไปหลายครั้งแล้ว ไม่ต้องการอะไรจากใคร จะตรวจทำไม ถ้าคิดว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่ก็ได้ แต่ทุกอย่างเวลาจะบอกเอง ไม่ต้องการความรับผิดชอบจากฝ่ายไหนทั้งสิ้น ขอแค่ให้หนูได้ทำงานพาลูกไปเที่ยวได้บ้าง จะว่าหนูฝังใจก็ได้ ผู้หญิงทุกมันเจ็บแล้วจำ ถ้าตรวจเพื่ออะไร เพื่อความสะใจ สบายใจของใครบางคน แต่ผลข้างเคียงเรื่องกฏหมายมันมากมายเหลือเกิน แต่ไม่มีใครพูด"
กรณีที่เฮียฮ้อ แฉว่า แอนนี่คบผู้ชายถึง 4 คนในช่วงเวลาเดียวกันนั้น เจ้าตัวกล่าวว่า "4-5 ปีนี้ไม่เคยทำอะไรเสียหาย หรือไปทำเจ้าชู้กับใคร คบใครคบจริง เป็นคนรักใครรักนาน ตอนนี้อายุ 30 ปี ไม่ใช่ผู้หญิงเวอร์จิ้นแล้ว จะมาตีหน้าใสซื่อมันไม่ใช่ ก่อนหน้าฟิล์มก็เคยมี แต่เลิกกันไปแล้ว คบที่ละคน"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเกิดของแอนนี่ ตำบล บ้านสา อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง นางจันทร์คำ มีเลข แม่ของนักแสดงสาว เปิดเผย กับผู้สื่อข่าว ด้วยน้ำเสียงที่อิดโรยว่า ช่วงนี้ตนทรุดโทรมและซูบผอมลงอย่างหนัก หลังจากไม่ได้ทานข้าวมาหลายวัน เพราะทานข้าวไม่ลง เพราะหลังจากได้รับรู้ข่าวสารของบุตรสาวตน ในทางที่ไม่ค่อยดี จากบุคคลหลายฝ่าย
นางจันทร์คำ กล่าวอีกว่า ไม่อยากจะรับรู้อะไรมากไปกว่านี้ แต่อดใจไม่ได้ที่จะต้องออกมาต่อว่าบ้าง และในบางครั้ง ตนไม่อยากจะดูโทรทัศน์เพื่อทราบข่าวสารเลย เพราะเห็นบุตรสาวออกข่าวทีไรอดสงสารไม่ได้ แต่เชื่อว่าอีกไม่นาน ฟิลม์คงได้กลับเข้าไปทำงานกับค่ายอาร์เอสเหมือนเดิม เพราะตนเชื่อว่าเป็นธุรกิจของบริษัท และเป็นเกมส์ที่วางไว้
ส่วนตนก็พูดคุยกับแอนนี่ แล้ว และยังยืนยันว่าบุตรสาวจะไม่มีการตรวจดีเอ็นเอเด็ดขาด เพราะมั่นใจว่าบุตรสาวมีนิสัยอย่างไร ตนเลี้ยงดูกันมา 2 ชีวิต และเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กส่วนแอนนี่ นั้นเป็นคนที่ชอบเก็บตัวและไม่ไปมั่วกับใครอย่างที่มีคนออกมากล่าวอย่างแน่นอน
สมรักษ์ยัน"จุ๊น"ปรึกษาเรื่อง"แอนนี่"จริง
ทางด้านนายสมรักษ์ ณรงค์วิชัย ผู้จัดการฝ่ายผลิตรายการช่อง 3 ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับกรณีที่หลังเฮียฮ้อ ออกมาพาดพิงว่าได้พูดคุยกับคนในช่อง 3 เรื่อง"จุ๊น"กิตติคุณ สัมฤทธิ์พันธ์สุข โดยนายสมรักษ์ได้ขอให้ทุกฝ่ายมาพูดความจริง ถ้าหากไม่ออกมาพูดก็จะโต้ไปโต้มาไม่จบ
"จุดประสงค์ที่ออกมาแถลง เพราะถูกพาดพิงและนักข่าวอยากสัมภาษณ์ พี่ไม่ได้มองเรื่องปกป้องใคร เพราะอยากให้พูดความจริง"
ส่วนกรณีจุ๊น นายสมรักษ์ ยืนยันว่า ได้มาปรึกษาเรื่องที่แอนนี่ขอเงิน และมีการโอนเงินจริง ซึ่งตอนนี้ตนเองยังไม่ได้เจอกับจุ๊น และขณะนี้จุ๊นก็ยังมีสัญญากับช่อง 3 อยู่
แอนนี่ครวญถูกรังแกวอนสังคมเห็นใจแม่
ช่วงเย็น"แอนนี่"ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวภูมิภาคประจำจังหวัดลำปาง ทางโทรศัพท์ว่าขณะนี้ตนเองถือว่าบอบช้ำอย่างมาก หลังมีกลุ่มบุคคลมากล่าวหาตนอย่างต่อเนื่องและถือว่ากำลังถูกรังแกและเหมือนเป็นแพะรับบาปอย่างไม่เป็นธรรม
แอนนี่ยังบอกกล่าวฝากไปถึงนางจันทร์คำ มีเลข ผู้เป็นแม่ ว่า แม่ไปอย่าคิดมาก และที่สำคัญอย่าดูข่าวทางสื่อมาก และตอนนี้อยากกลับลำปาง เพื่อพาแม่ไปรักษาที่รพ.แต่ยังกลับไม่ได้ เนื่องจากเรื้องยังคาราคาซังและยังไม่จบง่ายๆ
แอนนี่กล่าวอีกว่า ตนสงสารแม่มาก หลังดูจากภาพข่าวแม่ดูโทรมาหาหลังโรคประจำตัวคือโรคความดันกำเริบอีก และได้รับความบอบช้ำทางร่างกายและจิตใจอย่างมาก แม่ตนเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งไม่น่าจะมารับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับตนเองเลย และที่สำคัญแม่ไม่เกี่ยวอะไรเลยกับเรื่องนี้ จึงขอวอนสังคมให้เห็นใจแม่กับตัวเอง ซึ่งเหมือนเป็นแพะรับบาปไปแล้ว อยากจะจบและยุติเรื่องทุกอย่างลง และจะไม่เรียกร้องอะไรกับใครสักอย่าง อยากจะเลี้ยงและดูน้องฑีฆายุ อย่างสบายใจและไม่อยากรับรู้ปัญหาอะไรอีกแล้ว



