
มองผ่านเลนส์คม - ฟิล์ม-แอนนี่ (อีกครั้ง)
ว่าจะไม่เขียนถึงเรื่อง "ส่วนตัว" ของ ฟิล์ม รัฐภูมิ และ แอนนี่ บรู๊ค แล้วเชียว แต่อดไม่ได้ ขออีกสักครั้ง
เพราะหากมองในภาพกว้าง ต่อคำถามที่ว่าเรื่องนี้ให้ประโยชน์อันใดแก่สังคม?
ก็ยังยืนยันว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาหนึ่งของสังคม เรามีผู้หญิงท้องไม่มีพ่อมากมายในประเทศนี้
เพียงแต่พวกเขาและเธอไม่ได้เป็นข่าว เหมือน 2 ดาราดัง
ข่าวดาราหรือคนดังที่เราเห็นบทเรียน และสามารถหยิบฉวยมาเป็นประโยชน์ได้บ้าง อย่างที่เคยเขียนไปคือ การระวังตัว การป้องกัน และจัดการกับตัวเอง อ้อ รวมถึงความรับผิดชอบด้วย
เราได้ความรู้ทั้งในเชิงวิชาการและกฎหมายไปพร้อมๆ กัน แต่ที่สำคัญกว่านั้น ยังได้เห็นกระแสสังคมที่มีต่างๆ นานากันไป
สิ่งที่ทำให้ได้คิดอีกอย่างคือ เราสามารถมึนงงได้กับเรื่อง "จริง" ที่(กลาย)เป็น "มายา"!
เราเคยเข้าใจว่าละคร หรือภาพยนตร์ สร้างสรรค์เป็นมายาภาพ ที่ทำให้สนุก ตื่นเต้น ร้องไห้ หรือหัวเราะได้
ทว่าเรื่องของฟิล์มและแอนนี่ เราไม่รู้เลยว่า เรากำลังจับต้องชีวิตจริงๆ หรือเป็นบทที่เขาเขียนขึ้นเองกันแน่!
ต้องบอกว่า "ดราม่า" สุดๆ
ความจริง-ลวงที่ดูเหมือนปะปนมากับถ้อยคำ และการกระทำผ่านสื่อ ที่ไล่ล่าทุกย่างก้าวของพวกเขา
เด็ก แม่ และต้นสังกัด ล้วนตกเป็นเครื่องมือของแต่ละฝ่าย ในแต่ละวาระกัน
สรุปแล้ว "สื่อ" นั่นแหละที่เป็นเครื่องมือของทุกคน
แต่ท้ายที่สุดแล้ว... ใช่หรือไม่ว่าคนไทยล้วนถูกหลอก
คนเสพสื่ออาจแยกแยะออกว่าอะไรจริงอะไรเท็จ แต่ก็ยังอยากตามกระแส และคงหยุดไม่ง่ายจริงๆ
ทั้งผู้บริหารค่ายเพลง การปรากฏตัวของแม่ ตัวแทนของกลุ่มหรือสมาคมต่างๆ เรื่อยไปถึงหมอดู ฯลฯ ล้วนมีแต่คนช่วยโหนกระแสทั้งสิ้น
เหมือนขนมจีนผสมน้ำยา พวกเขาซอกซอนแม้แต่เรื่องบนเตียง เรื่องดวง เรื่องอนาคต หลายเรื่องถือเป็นการหมิ่นประมาท
วันที่เขียนต้นฉบับ แอนนี่ กำลังอัดเทปรายการ "ตีสิบ" ของคุณวิทวัส สุนทรวิเนตร์ ทั้งที่เคยบอกว่าจะไม่ให้สัมภาษณ์ใครอีก
ที่ตลกร้ายกว่านั้น มีข่าวว่าฟิล์มจะมาปรากฏตัวกลางรายการด้วย ข่าวหนาหูจนคุณวิทวัสต้องรับปากแอนนี่ว่าจะไม่มีการทำเซอร์ไพรส์แบบนี้เด็ดขาด
ทำไมไม่โทรหากันหรือไปหาที่บ้าน เพราะเขาเคยบอกว่าจะรับผิดชอบ และรักเด็ก
ทำไมไม่คุยกัน ทั้งที่ฟิล์มเคยบอกว่าแม่อยากอุ้มหลาน
ทำไมแม่ถึงบอกว่าเสียใจที่ลูกไม่ได้ทำงาน แต่ไม่ได้บอกว่าเสียใจที่คนทำคนอื่นเสียใจ และหรือ(อาจ)ตั้งท้อง
คนสองคนพลาดเพราะมีเซ็กส์ โดยไม่ได้ป้องกัน พลาดเพราะตกเป็นข่าว แต่ไม่อยากให้ทั้งคู่พลาดกับการหา "มูลค่า" จากความสงสารของคนอื่น
เห็นข่าวว่ามีคนจะให้แอนนี่เขียนหนังสือ หรือเอาพลอตชีวิตไปทำหนัง
ก็ขอส่งเสียงเล็กๆ ว่าอย่าเลย คิดว่าสงสารลูกเถอะ หากเด็กเติบโตพร้อมกับข่าวแบบนี้ เขาจะเป็นอย่างไร
สังคมบ้านเราส่วนใหญ่ไม่สนใจข้อเท็จจริง แต่เป็นนักแสดงความคิดเห็น
เราจึงควรอยู่อย่างทันเกม และอย่าตกเป็นเหยื่อ...
แม้ว่าจะชอบข่าวแบบนี้จนถึงขั้นเสพติดก็ตามที!
"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"



