บันเทิง

"แอนนี่"ขอจบเรื่อง"ฟิล์ม"ลั่นใครแย่งลูกไม่ได้

"แอนนี่"ขอจบเรื่อง"ฟิล์ม"ลั่นใครแย่งลูกไม่ได้

28 ก.ย. 2553

"แอนนี่"ก่อนอัดรายการตีสิบ ยังยืนยันจะไม่ตรวจดีเด็นเอ ลั่นใครจะแย่งลูกไปไม่ได้ พร้อมขอจบกับ"ฟิล์ม"แบบนี้ ปฏิเสธมีชายอื่น จะบอกกับลูกว่า"ฟิล์ม"คือพ่อในอนาคต ขณะนี้เข้มแข็งขึ้น จะไม่พูดเรื่องนี้อีก ยังอยากขอโอกาสให้"ฟิล์ม"ได้กลับมาทำงานที่รักและได้เลี้ยง

ยังคงอยู่ในความสนใจของสังคมสำหรับเรื่องราวของนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ "ฟิล์ม" กับนักแสดงสาว แอนนี่ บรู๊ค ที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ในเรื่องของ "น้องฑีฆายุ" ลูกชายวัย 3 เดือน ที่เกิดขึ้นในช่วงที่สองดาราหนุ่มสาวคบหากันในระยะสั้น  โดยดาราสาวแอนนี่หลังจากเก็บตัวเงียบเป็นเวลากว่าสัปดาห์นั้น วันที่  27 กันยายน แอนนี่ ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์แก่ผู้สื่อข่าวถึงความชัดเจนในเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับนักร้องซูเปอร์สตาร์ว่า ตอนนี้สบายดี ไม่รู้สึกเครียด ลูกงอแง อาจจะมาจากเพิ่งเปลี่ยนจุกนม ลูกกินนมไม่ทัน จึงรู้สึกหงุดหงิด เรื่องตรวจดีเอ็นเอ จะไปพูดในรายการตีสิบให้ชัดเจน ให้ทุกคนรู้พร้อมๆ กัน

 "ส่วนเรื่องแม่ที่ป่วย เพราะแม่เป็นชาวบ้านธรรมดา ไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ ไม่เคยเจอความวุ่นวาย พอมีนักข่าวถามมากๆ แม่เครียดมากกว่าคนธรรมดา เพราะไม่เคยชิน แค่ลูกสาวท้องไม่มีพ่อก็เครียดพออยู่แล้ว เรื่องฟิล์มที่โทรมา เขาโทรมาหาครั้งเดียว แล้วแอนนี่ไม่รับ แล้วเขาก็ส่งข้อความมาว่าเจอกันในรายการ ถ้าเจอกันจริงๆ ก็โอเค แอนนี่ทำตามหน้าที่ เจอกันก็ได้" แอนนี่กล่าว

 จากนั้นแอนนี่ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าบันทึกเทปรายการตีสิบว่า เรื่องการตรวจดีเอ็นเอยังยืนยันคำเดิมว่าจะไม่มีการตรวจ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาพยายามจะเลือกทางที่ถูกต้อง เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว เข้มแข็งขึ้น แอนนี่จะไม่ตรวจ ส่วนฟิล์มโทรมาแค่ครั้งเดียว นอกนั้นไม่มีการติดต่อมา

 "อย่างที่แอนนี่บอก มันยาวนานเกินไปแล้ว เกินที่จะต้องมาพูดกัน เพราะมันมีตัวแปรอะไรหลายๆ อย่างด้วย ทำให้วันนี้ เราคงต้องจบลงแบบนี้ เรื่องฟิล์มเดือดร้อน แอนนี่บอกตลอดมาว่าฟิล์มเขาเป็นคนดี อยากจะขอโอกาสให้ฟิล์มได้กลับมา ได้ทำงานที่เขารัก ได้เลี้ยงครอบครัวของเขา เหมือนกับแอนนี่ วันนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย ที่แอนนี่จะขอพูดเรื่องนี้ ต่อไปจากนี้ ถ้าทุกคนเจอแอนนี่ แอนนี่ขอจะไม่พูดเรื่องนี้อีกต่อไป สำหรับเรื่องนี้แอนนี่จบแล้ว จริงๆสำหรับความรู้สึกของแอนนี่ มันจบไปตั้งนานแล้ว" แอนนี่กล่าว

 ส่วนข่าวที่ออกมาว่าสนิทสนมกับผู้ชายเยอะ โดยเฉพาะล่าสุดมีข่าวกับ "จุ๊น" กิตติคุณ พระเอกวัยรุ่นนั้น แอนนี่ กล่าวว่า รู้จักในฐานะที่เป็นดารา แต่ไม่เคยรู้สึกสนิทสนมเป็นพิเศษ ทั้งนี้ยืนยันว่า ตลอด 4 ปี ถ้าใครตามติดชีวิตแอนนี่จะรู้ว่าไม่มีใคร ยิ่งช่วงที่คบกับฟิล์ม แอนนี่ไม่มีใคร เพราะฉะนั้นเรื่องมีคนอื่นไม่ใช่แน่นอน ส่วนข่าวออกมามีผู้ชายหลายคน ส่งผลกระทบหรือไม่ อดีตคืออดีต คงเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เมื่อก่อนคนอาจจะเห็นภาพเป็นแบบนั้น แต่ตอนนี้เป็นแม่คนแล้ว จึงอยากขอโอกาสให้ได้กลับมาทำงานอีกครั้ง เพื่อจะได้มีเงินมาดูแลครอบครัว

 "ตอนนี้ยังไม่ได้รับงาน ทั้งพ็อกเก็ตบุ๊ก ทั้งงานละคร แต่มีการติดต่อเข้ามา ทางเวิร์คพอยท์ช่วยเหลือมาโดยตลอด ทุกคนที่นั่นดีกับแอนนี่มาก ส่วนที่ถามว่า ถ้ามีโอกาสเจอกับฟิล์มจะรู้สึกอย่างไร แอนนี่คงไม่มีโอกาสนั้น เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาแอนนี่อยากเจอเขา 1 ปีเต็ม ที่แอนนี่เหมือนติดคุก ไม่ได้ออกไปไหนเลย แอนนี่ไม่ได้ต้องการเงิน แค่อยากได้คนให้กำลังใจ หรือคนมาดูแลบ้าง ต้องการเท่านั้น แต่ไม่เคยได้รับ" ดาราแม่ลูกอ่อน กล่าว

 แอนนี่ กล่าวต่อว่า เรื่องของตนคงไม่เหมือนในละครที่จะจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้ง แต่เชื่อว่าจะดีกับทุกฝ่าย ส่วนถ้าไม่ตรวจดีเอ็นเอลูกโตขึ้นจะทำอย่างไรนั้น เรื่องนี้แอนนี่คงต้องบอกลูกให้เข้าใจได้ ส่วนที่ถามว่าจะบอกหรือไม่ว่าพ่อคือฟิล์ม แน่นอนอยู่แล้ว ลูกต้องรับรู้ว่าพ่อของเขาเป็นใคร แอนนี่พูดความจริง เพราะถึงจะไม่ตรวจดีเอ็นเอ เชื่อว่าดีเอ็นเอของลูกอยู่บนหน้าของเขาอยู่แล้ว เพราะหน้าของคนเราไม่ได้โหลเหมือนกันทุกคน อีก 10 ปีค่อยมารอดูกันได้

 ส่วนถามว่าฟิล์มพูดอะไรถึงได้รอมาถึง 1 ปี แอนนี่ตอบว่า "ฟิล์มบอกว่าให้อดทนนะ ในฐานะแม่ของลูกของเขา แค่คำพูดนี้ก็ถวายหัวแล้ว เพราะโดยส่วนตัวเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนหากได้ยินคำนี้ต้องรู้สึกเหมือนแอนนี่กันทั้งนั้น"

 เมื่อถามย้ำว่า หากฟิล์มจะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ตรวจดีเอ็นเอจะทำอย่างไร ดาราสาวยืนยันว่า หากฟิล์มทำเช่นนั้นคงต้องพึ่งมูลนิธิเกี่ยวกับสตรี เบื้องต้นมีการพูดคุยปรึกษาเพื่อหาทางออกบ้างแล้ว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังแอนนี่ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่จะปรึกษามูลนิธิสตรีเพื่อขอความช่วยเหลือหากฟิล์มจะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอตรวจดีเอ็นเอนั้น ล่าสุดมีรายงานว่า ทางต้นสังกัดอาร์เอส และฟิล์ม จะหยิบยกเรื่องการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอตรวจดีเอ็นเอมาพูดคุยในการแถลงข่าวในวันที่ 28 กันยายนนี้ด้วย