บันเทิง

คิดสวนทาง - คับที่อยู่ได้...

คิดสวนทาง - คับที่อยู่ได้...

31 มี.ค. 2552

ช่วงหลังๆ นี้ผมไม่ค่อยได้ออกไปไหนตอนกลางคืน ทั้งๆ ที่เคยเป็น “ผีเสื้อราตรี” ตัวจริงมาก่อน เคยทำร้านทำผับมาเป็นเวลาสิบกว่าปี เล่นดนตรีตามไนต์คลับ บาร์ ปาร์ตี้ตามที่ต่างๆ มา ตั้งแต่เริ่มแตกเนื้อหนุ่ม เรียกได้ว่ามีชีวิตอยู่ในตอนกลางคืนมากกว่าในตอนกลางวัน

  กลางคืนเป็นช่วงเวลาที่มีเสน่ห์ ลึกลับ ส่วนตัว อิสระ ไม่มีใครสนใจใครเท่าไหร่ หลายคนมีความรู้สึกว่าพอพระอาทิตย์ตกดิน ความสนุกสนานความตื่นเต้นหลายๆ อย่างกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้แล้ว หลายคนติดแสงสีในยามราตรีจนถึงขนาดกลัวแสง ตะวันในตอนเช้า คือเข้านอนตอนเช้าแล้วไปตื่นตอนเย็น

 ตั้งแต่เป็นเด็กนักเรียนใส่กางเกงขาสั้น จำได้ว่าถ้าวันไหนรับงาน เช่น เขาจ้างไปเล่นงานแต่งงานบ้าง เล่นงานวันเกิดบ้าง วันนั้นก็จะรู้สึกตื่นเต้นตั้งแต่เช้า อยากเร่งเวลาให้เลิกเรียนเร็วๆ คิดว่า จะใส่ชุดอะไรดี จะเล่นเพลงอะไร จะเจอใครน่ารักๆ บ้างมั้ย คนนั้นคนนี้จะมางานนี้หรือเปล่า ถ้าเจอเขาแล้วจะคุยเรื่องอะไรดี ฝันเฟื่องได้ทั้งวัน วันนั้นครูสอนอะไรบ้างไม่มีทางจะรับรู้ได้เลย

 ตอนนี้จากที่อยู่ดึกๆ ทุกคืนเป็นปีๆ เปลี่ยนมาเป็นนอนหัวค่ำพร้อมลูก ตื่นตีห้าเข้าห้องทำงานเลยเพราะทำงานที่บ้าน ได้น้ำได้เนื้อกว่าแต่ก่อนเยอะ แต่ชีวิตกลางคืนก็ไม่สามารถตัดขาดได้ ลดลงเหลืออาทิตย์ละวันสองวัน เมื่อไหร่ได้ออกก็จะตระเวนคืนเดียวสามสี่ที่ ส่วนมากก็จะไปดูไปฟังเขาเล่นดนตรีกัน

 มีอยู่สองที่ที่อยากจะแนะนำ เพราะเป็นที่ฟังเพลงที่มีเอกลักษณ์ เฉพาะตัว ทั้งเจ้าของและนักดนตรีทั้งสองร้านเป็นผู้ที่รักดนตรี และทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ที่หนึ่งเป็นร้านรุ่นเดอะ อีกที่หนึ่งเป็นร้านรุ่นเด็ก

 ร้านรุ่นเดอะมีชื่อว่า "ไวน์ บิบเบอร์" (Wine Bibber) อยู่แถวทองหล่อซอย 9 ที่นี่มีวงสไตล์ต่างๆ เปลี่ยนไปทุกวัน ทั้งแจ๊ส ร็อก ป๊อป แต่ละวงเล่นตามสไตล์ที่ตัวเองอยากจะเล่น เจ้าของไม่มายุ่งด้วย แต่ละวงก็จะมีแฟนเพลงของตัวเอง ใครชอบวงไหนก็จะมาวันนั้น แขกที่มาก็รู้จักกันดี เรียกว่าถ้ามาถูกวันก็จะเจอแก๊งของตัวเองได้โดยไม่ต้องนัดหมาย บรรยากาศกันเองๆ ไม่ไหญ่โต ที่เรียกว่า "รุ่นเดอะ" ก็เพราะมีรุ่นเดอะจากหลายวงการคุ้นหน้าคุ้นตาแวะเวียนกันมาอยู่เสมอๆ แวะเข้าไปชมบรรยากาศได้ใน winebibbersangria.hi5.com

 ร้านรุ่นเด็กมีชื่อว่า “แจ๊ส แฮพเพนส์ บาร์” (jazz happens bar) อยู่แถวถนนพระอาทิตย์ ต้องขึ้นไปชั้นบนเป็นบาร์เล็กๆ อาจารย์นุ จากคณะดุริยางคศาสตร์มหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นตัวยืน เล่นเปียโนกับลูกศิษย์ลูกหาสาขาดนตรีแจ๊ส เพลงที่เล่นจึงเป็นเพลง แจ๊สเป็นส่วนใหญ่ ใครที่ชอบแนวนี้ก็ควรจะไปลองสัมผัสดู ที่น่าทึ่งก็คือ เป็นเวทีให้เด็กๆ ได้ขึ้นมาแสดงความสามารถ และก็มีความสามารถจริงๆ ด้วย เด็กปีหนึ่งร้องเพลงได้ดีกันหลายคน ส่วนพี่ๆ ปีสามปีสี่ก็เล่นได้ดีทีเดียว เห็นแล้วน่าปลื้มใจแทน 

 อ่านมาตั้งนานไม่เห็นจะเกี่ยวกับเรื่องที่จั่วหัวเอาไว้เลย... ก็ต้องไปเห็นสถานที่จริง ทั้งสองที่เป็นร้านเล็กๆ จริงๆ โดยเฉพาะเวทีของนักดนตรี ผมก็ต้องเล่าว่าผมก็เล่นอยู่ที่ร้านไวน์บิบเบอร์ด้วย เดือนละสองครั้ง ทุกวันพฤหัสบดีที่หนึ่งกับที่สาม หันขวาก็ติดมือเปียโน หันซ้ายก็ติดกลอง จะขยับไปข้างหน้าก็ติดนักร้อง ไม่มีที่ให้ผมเต้นได้เลย เป็นเวทีที่เล็กที่สุดเท่าที่ผมเคยเล่นดนตรีมา

 แต่ทุกเช้าวันพฤหัสบดี ที่ผมต้องไปเล่นดนตรีที่ร้านนี้ อารมณ์ของเด็กนักเรียนใส่ขาสั้นของผมก็จะกลับมา และผมก็จะคิดเหมือนเดิมอย่างที่เขียนไว้ในย่อหน้าก่อนนี้ทุกอย่าง 

 เด็กๆ ที่อยู่อีกร้านหนึ่งก็คงมีความรู้สึกอย่างเดียวกัน ร้านมันจะเล็กจะแคบสักแค่ไหน คงไม่ไช่เรื่องสำคัญถ้าอยู่แล้วสบายใจ มีอิสระ ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำ ดีกว่าไปเป็นส่วนประกอบฉาก (props) ในงานไหญ่โตที่ไม่มีใครฟังเพลงที่เราเล่น 

 เมื่อเวลาแห่งค่ำคืนมาถึง ผมก็หิ้วกีตาร์โดดขึ้นรถ ขับมุ่งตรงดิ่งเข้าไปในแสงสี ไปเล่นดนตรีที่ผมอยากจะเล่น พูดคุยทักทายกับผู้คนที่มาที่ร้าน เป็นค่ำคืนที่น่าตื่นเต้นอีกคืนหนึ่ง อะไรสนุกๆ ก็เกิดขึ้นได้บนเวทีเล็กๆ แห่งนี้ ถึงบอกว่า "คับที่ก็อยู่ได้"

"จิรพรรณ อังศวานนท์"