บันเทิง

ศิลาในน้ำเชี่ยว - จดหมายจากหลานๆ บ้านเมตตา

ศิลาในน้ำเชี่ยว - จดหมายจากหลานๆ บ้านเมตตา

24 ก.ย. 2553

ลุงดนัยตั้งใจจะตอบจดหมายหลานๆ บ้านเมตตาตั้งแต่วันแรกที่ได้รับจดหมายมา 2 ปึกใหญ่ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้ตอบเสียที จนล่าสุดได้รับจดหมายอีกหนึ่งปึกจากหลานๆ บ้านอุเบกขา เลยทำให้รู้สึกว่า คงต้องตอบเสียก่อน ไม่งั้นจะคั่งค้างอยู่มากมาย

  ก่อนอื่นลุงดนัยขอเล่าให้ฟังว่า ช่วงนี้ยังคงเดินสายบรรยายเรื่องหัวใจสีขาว ปลุกระดมพลังความดีในหัวใจคนไทยให้กลับขึ้นมาใหม่ โดยล่าสุดไปบรรยายและเยี่ยมเด็กๆ บ้านกรุณา 700 คนแถวสมุทรปราการ นอกจากนั้น ยังได้ไปเยี่ยมนักโทษหญิงในทัณฑสถานหญิงกลาง แถวงามวงศ์วานเพื่อให้กำลังใจทุกคน วันศุกร์ที่จะถึงนี้จะบินไปขอนแก่น บรรยายทั้งเช้าและบ่าย ส่วนวันอาทิตย์ไปหาดใหญ่ บรรยายที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เสียดายที่หลานๆ ไปด้วยไม่ได้ (ดูรายละเอียดได้ที่ www.dmgbooks.com <http://www.dmgbooks.com> หรือ โทรฯ 0-2685-2255)

 เอาล่ะ มาอ่านจดหมายที่หลานๆ เขียนมาบ้าง ลุงดนัยรู้สึกดีใจที่หลานชอบกิจกรรมที่ได้ไปทำกันในปฏิบัติการดีท็อกซ์หัวใจ เปลี่ยนแปลงนิสัยเยาวชนไทย เพราะ ความสามารถที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษย์ คือ ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงตนเอง โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงนิสัยของเราเอง

 เราจะเปลี่ยนนิสัยตัวเองได้ ต้องเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงความคิด เพราะความคิดก่อให้เกิดคำพูด คำพูดทำให้เกิดการกระทำ การกระทำนำสู่ความเคยชิน และกลายเป็นอุปนิสัย ซึ่งส่งผลต่อชะตากรรมของเราในที่สุด ดังนั้น หากเราจะเปลี่ยนแปลงนิสัยและชะตากรรมของเราได้ ต้องเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงความคิด และมุมมองของเราให้ได้เสียก่อน

 ดังนั้น เมื่อลุงดนัยได้อ่านจดหมายหลานๆ แล้วจึงรู้สึกดีใจมาก เพราะเห็นได้ชัดเจนว่า หลายคนได้เปลี่ยนแปลงความคิดของตนเองจากการร่วมทำกิจกรรม และจากการอ่านหนังสือหัวใจสีขาว อย่างเช่น หลานคนหนึ่งเขียนว่า ..

 ... มนุษย์ก็เปรียบเช่นกับหนอนและผีเสื้อ มีโอกาสที่จะพัฒนาตนเองและสร้างตนเองใหม่ หากตั้งใจเรียน หันกลับมาค้นหาพัฒนาตนเอง จากหนอนตัวเดิมก็จะกลายเป็นผีเสื้อสวยงาม สร้างสีสันให้แก่โลกใบนี้

 .... มนุษย์ส่วนใหญ่ที่มีชีวิตอยู่กับความไม่รู้ มักไม่ตระหนักถึงศักยภาพอันยิ่งใหญ่ของการเกิดมา มัวใช้ชีวิตอยู่กับความเคยชิน มนุษย์บางคนเท่านั้นที่จะมีโอกาสก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง

 …  ขอบคุณลุงดนัยที่ทำให้ผมรู้สึกว่า ยังมีคุณค่า ยังมีความเป็นคนเหมือนคนอื่น ทำให้ผมไม่รู้สึกว่าเป็นคนคุก  ผมขอโทษพ่อแม่ ขอโทษสังคม ผมตั้งใจจะกลับตัวเป็นคนดี ออกไปทำประโยชน์ให้แก่สังคม ...

 ... รู้สึกเหมือนว่าเป็นคนใหม่ ผมสัญญาว่าจะเอาความรู้ที่ได้รับไปใช้ในวันข้างหน้า ...

 อ่านจดหมายทุกฉบับแล้วรู้สึกชื่นใจจริงๆ  แม้ว่าลุงดนัยจะยังไม่มีโอกาสกลับมาเยี่ยมหลานๆ ในบ้านพินิจในช่วงนี้ เพราะมีภารกิจเดินสายทั่วประเทศ แต่ขอส่งกำลังใจ ความรัก และความปรารถนาดี ให้หลานๆ ทุกคนมีความเข้มแข็ง ออกกำลังกาย รักษาศีลห้า หมั่นพัฒนาเปลี่ยนแปลงตนเองทุกวัน

 สังคมไทยยังรอหลานๆ ทุกคนมาช่วยกันสร้างให้ประเทศเราน่าอยู่ต่อไป สู้ สู้ !!

"ดนัย จันทร์เจ้าฉาย "