บันเทิง

กวนเพลงให้น้ำใส - วงการดนตรีได้อะไรจาก... เอเอฟ

กวนเพลงให้น้ำใส - วงการดนตรีได้อะไรจาก... เอเอฟ

23 ก.ย. 2553

วันก่อน มีโอกาสพบปะสนทนากับอาจารย์สอนดนตรีในรั้วมหาวิทยาลัยท่านหนึ่ง หลังจากถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันตามประสาคนรู้จัก ในที่สุดอาจารย์ท่านนี้ก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกลัดกลุ้มเป็นที่สุดว่า

  “บอกตามตรง ช่วงนี้กำลังเซ็งสุดๆ ครับ ใกล้เปิดเทอมใหม่ ได้เจอกับผู้ปกครองเด็ก ร้อยละ 90 มักตั้งคำถามว่า พอจะมีโอกาสผลักดันลูกของตัวเองไปถึงฝั่งในรายการเอเอฟหรือไม่ ราวกับว่ารายการนี้ หรือเวทีนี้ คือที่สุดของวงการดนตรีหรือวงการร้องเพลงไปแล้ว

 “ทั้งที่อย่างเราๆ ท่านๆ รู้กันดีว่า ที่เห็นอยู่นั้นมันเป็นมายาภาพทั้งนั้น คนที่เก่งจริงๆ ไม่มีโอกาสได้ขึ้นไปถึงที่สุดของเวทีนี้หรอก มีแต่พวกลูกท่านหลานเธอทั้งสิ้น ส่วนพวกที่ได้รับโอกาสแสดงตัว ก็ค่อนข้างเปล่ากลวง ไม่มีอะไรในตัวเลยแม้แต่น้อย แม้กระทั่งเพลงหลักๆ ที่ควรรู้จัก ก็ยังร้องไม่ได้...”

 อาจารย์ท่านนี้อธิบายเพิ่มเติมว่า ไม่ได้มีสาเหตุขัดข้องอันใดกับความนิยมของรายการเหล่านี้ เพราะถือเป็นเรื่องของการทำมาหากินทั้งสิ้น แต่ไม่เข้าใจว่าสังคมไทยให้ความสำคัญ กระทั่งตระหนักว่านี่คือตัวแทนระดับขั้นสูงสุดของวงการเพลงที่จะต้องไปให้ถึงให้ได้-ได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเอเอฟ หรือจะเป็น เดอะสตาร์ ไปจนถึงเวทีประกวดร้องเพลงอื่นๆ ในรูปแบบของรายการทีวีกึ่งเรียลิตีโชว์ทั้งหลาย

 การที่สังคมไทยทึกทักยึดเอาเวทีเหล่านี้เป็น “สรณะ” ว่าสะท้อนถึงความก้าวหน้าหรือฝีมืออันฉกาจฉกรรจ์ของวงการดนตรี ย่อมพลอยทำให้คนตัวจริงเสียงจริง หรือมีความสามารถจริงๆ กลับไม่มีโอกาสหรือพื้นที่สำหรับการแสดงออกเลย

 ตัวอย่างที่เห็นชัดสุดคือ นักศึกษาคนหนึ่ง วิชาเอกขับร้อง ระดับชั้นปีหนึ่งจากดินแดนที่ราบสูงทางภาคอีสาน ซึ่งต้องพลาดหวัง เพราะหลุดจากรอบแรกๆ ของเวทีเหล่านั้น ในทัศนะความเห็นของอาจารย์ท่านนี้ กลับมองว่านักศึกษาคนนี้เสียงร้องดีกว่าหลายๆ คนในจอทีวี ที่แม่ยกตัวเมืองกำลังส่งแรงเชียร์กันอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูด้วยซ้ำ

 แน่นอน แม้ความเห็นของอาจารย์ท่านนี้จะค่อนข้างเป็นอัตวิสัยอยู่บ้าง (subjective) แต่ก็น่ารับฟังไม่น้อย เพราะเป็นการประเมินในฐานะผู้สันทัดกรณีคนหนึ่ง ที่มองเห็นว่าลำพังนักร้องเสียงดีคนหนึ่ง และน่าจะเสียงดีกว่าคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการร้อง คุณภาพของเสียงร้อง ความแม่นยำของตัวโน้ต (pitch) ไปจนถึงการตีความและเข้าใจในเนื้อหาของคำร้อง ล้วนอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่น่าจะตกตั้งแต่รอบแรกๆ เลย

 ที่เขียนมาเล่าสู่กันฟังนี้ มิใช่เป็นการตัดพ้อต่อว่ารายการทีวีเหล่านี้ ซึ่งมีธรรมชาติในการแต่งแต้มสีสันมายาภาพให้ผู้คนหลงเคลิ้มอยู่แล้วโดยพื้นฐาน เช่น ต้องมีการคัดตัวแสดงหน้าตาดีหน่อย หรือตัวแสดงที่มีฐานะหรือครอบครัวที่พร้อม เพราะรายการจะได้รับเสียงโหวตมากขึ้น หรือต้องมีสคริปต์ที่สร้างความประทับใจ เรียกรอยยิ้มและน้ำตา เป็นต้น

 แต่ประเด็นคำถามของเรื่องนี้คือ สังคมไทย โดยเฉพาะวงการดนตรี ได้รับประโยชน์อะไรบ้างจากเวทีการแสดงในระดับสาธารณะเช่นนี้

 คำตอบของเรื่องนี้มิใช่เรื่องยากแต่อย่างใด เพราะเราไม่ได้รับอะไรเลย นอกจากความบันเทิงอย่างฉาบฉวย ผิวเผินให้ผู้คนทางบ้านได้ลุ้นกันวันต่อวันแล้ว ผลพลอยได้สำหรับวงการดนตรีโดยตรงเห็นจะไม่มีอะไรยั่งยืนไปกว่าการออกคอนเสิร์ต แสดงตัว ทำอัลบั้ม แล้วความสามารถของคนเหล่านี้ที่มีอยู่อย่างจำกัดเพียงน้อยนิดก็ย่อมจะกลืนหายไปตามกาลเวลา

 นับเป็นเรื่องน่าเศร้าตรงขณะที่คนตัวจริงเสียงจริงในวงการดนตรีต่างพยายามทำงานหนัก เพื่อสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ให้ผู้คนได้เสพและชื่นชม แต่กลับไม่มีใครมองเห็น หรือไม่มีใครสนับสนุนคนเหล่านี้ กลับปล่อยให้พวกเขาดิ้นรนกันไปตามลำพัง

 พวกเขาโดดเดี่ยวในระดับที่แม้กระทั่งหน่วยงานทางวัฒนธรรมของภาครัฐยังไม่เหลียวแล แม้กระทั่งทูตวัฒนธรรมยังเลือกแต่งตั้งจาก “เซเลบริตี้” อย่างหน้ามืดตามัว ทั้งที่มีคนเหมาะสมกว่านั้นจำนวนมหาศาล

 กระแสความนิยมที่มีต่อเอเอฟ, เดอะสตาร์ หรือรายการในลักษณะเดียวกัน ไม่มีข้อสรุปอะไรดีไปกว่า ทุกวันนี้ สังคมไทยกำลังทุ่มเททรัพยากรไปใช้ในอีกด้านหนึ่ง จะด้วยคะแนนโหวตหรืออะไรก็ตาม แต่กลับไม่มีทรัพยากร และพื้นที่ให้แก่การสร้างสรรค์งานศิลปะที่พึงมี เพื่อคุณภาพทัดเทียมเวทีโลก

 สิ่งที่น่าคิดอยู่ตรงที่อาจารย์ท่านนี้จะผลิตบุคลากรป้อนสังคมไทยได้อย่างไรต่อไป ในเมื่อไม่มีใครสนใจ “อะไร” มากไปกว่ารายการทีวีที่อยู่ตรงหน้า เพราะเมื่อไปไกลกว่าจอทีวีแล้ว คนฟังเพลงบ้านเราไม่ได้ฟังดนตรีอย่างแสวงหา แต่เลือกจะถูก “ฟีด” หรือ “ป้อน” เป็นหลัก

 หากเป็นเช่นนั้น เราคงหลงระเริงอยู่กับถ้อยคำโฆษณาสวยหรูต่อไป ส่วนโลกของความเป็นจริงนั้นคงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งไม่ต่างจากการหลอกตัวเองไปวันๆ เท่าใดนัก

 ***หมายเหตุ : สืบเนื่องจากบทความเรื่อง "ศิลปินภายใต้อาณัติใหม่ จากค่ายเพลงสู่ค่ายเบียร์" มีการระบุอัลบั้ม “สบายดี” ของเมลโลว์ โมทีฟ ว่าอยู่กับค่ายวอร์นเนอร์ มิวสิค ประเทศไทย ทางต้นสังกัดแจ้งมาว่า ทางบริษัททำหน้าที่เพียงจัดจำหน่ายให้เท่านั้น มิได้มีส่วนรับผิดชอบกิจกรรมสนับสนุนการตลาดของอัลบั้มนี้แต่อย่างใด

"อนันต์ ลือประดิษฐ์"