บันเทิง

มองนอกดูใน - หายใจอย่างมีสติ คือศิลปะของมนุษย์

มองนอกดูใน - หายใจอย่างมีสติ คือศิลปะของมนุษย์

22 ก.ย. 2553

งานนิทรรศการศิลปะชุด ‘พุทธศิลป์ในจินตนาการ’ เป็นการรวมตัวของศิลปินที่มีชื่อเสียง 12 ท่าน ได้แก่ คุณดวงจันทร์ จันทรัตน์ หรือช่างจันทร์, อ.บำรุงศักดิ์ กองสุข, อ.ปัญญา เพ็ชรชู, อ.นิรันดร์ ไกรสรรัตน์, อ.วัชระ ประยูรคำ, อ.เนติกร ชินโย, ผศ.สุวัฒน์ แสนขัต

  โดยในการนี้ นายดี (คุณดุษฎี รักษ์มณี) ศิลปินหนุ่มที่มีจิตอาสา ซึ่งเคยอุทิศตัวทำงานพุทธศิลป์และฝากผลงานไว้ที่เสถียรธรรมสถานมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ได้เชิญให้ข้าพเจ้าเป็นประธานในพิธีเปิดงานนี้ และในวันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน 2553 ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าจึงตอบรับคำเชิญเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่ศิลปินที่ทำงานอย่างมีจิตอาสา โดยกล่าวเปิดงาน และลอยดอกบัวขาว เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นการเปิดงานอย่างเป็นทางการ

 “ข้าพเจ้าเชื่อว่า ศิลปะทำให้ชีวิตของเรามีความรอด ชื่อของงานในวันนี้น่าสนใจมาก ‘พุทธศิลป์ในจินตนาการ’ ทำให้ข้าพเจ้าระลึกถึงองค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าที่พระองค์ทรงจินตนาการไว้ว่า ‘มนุษย์จะพ้นทุกข์ได้ด้วยกัน’ เป็นสิ่งที่ท้าทายมาก ถ้าเรามีศิลปะในการใช้ชีวิตอย่างใช้การเกิดครั้งนี้เป็นการเกิดที่ไม่เกิดอีกแห่งทุกข์ เราใช้ชีวิตอย่างทิ้งศิลปะชั้นยอดไว้กับโลกใบนี้...

 “ทันทีที่ลงจากรถ ข้าพเจ้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเป็นอดีตของที่นี่ สถานที่แห่งนี้นับเป็นศิลปะอีกชิ้นหนึ่งที่งดงามยิ่ง ถ้าเรามองเรื่องราวในอดีตอย่างเป็นศิลปะ เพื่อทำให้ปัจจุบันไม่ประมาทอีก แล้วมีอนาคตอย่างมีจินตนาการ ไม่ว่าเราจะมามืดหรือสว่าง เราจะมีจินตนาการร่วมกันว่าเราจะไปสว่าง...

 “อดีตเป็นครู ปัจจุบันเป็นฐานอันสำคัญที่จะทำให้อนาคตไม่ต้องแก้ตัว และนี่คือสิ่งที่น่าจะเป็นที่รวมของการใช้พุทธศาสนาเพื่อแสดงความเป็นศิลปะของแต่ละบุคคลที่เริ่มต้นด้วยปัจเจก การหายใจอย่างมีสติเป็นศิลปะชั้นยอดของพวกเรา การใช้กายกรรม วจีกรรม อย่างมีมโนกรรมที่มีสติอารักขาจิตแล้วเคลื่อนชีวิตของเราที่จะไม่ทำให้ใครเจ็บปวดเป็นศิลปะของโลก ไม่มีใครควรค่าต่อการเกลียดชัง คนซึ่งมีชีวิตที่มีศิลปะเช่นนี้ จะเป็นที่รัก และไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ที่นั้นก็จะเป็นปัจจุบันขณะที่ประเสริฐที่สุด การสะสมบารมีที่มีศิลปะที่จะไม่ทำให้ใครเจ็บปวดน่าจะเป็นจินตนาการของพุทธศาสนาที่หยั่งรากมาถึงพวกเราทุกวันนี้มากกว่า 2,598 ปี คือนับ 2553 บวกกับ 45 พรรษาที่องค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงงานอย่างหนัก เราจะได้รหัสที่น่าสนใจคือ 2598 ปี ซึ่งอีก 2 ปี เราจะเฉลิมฉลองพุทธชยันตี 2600 ปี แห่งการตรัสรู้ธรรมของมหาบุรุษ...

 “ถึงแม้ว่าจะมีงานมาก แต่ข้าพเจ้ารู้สึกว่าทุกงานศักดิ์สิทธิ์เพราะจิตไม่ขุ่นมัว และงานของข้าพเจ้าก็เป็นงานที่เป็นพุทธประสงค์ทั้งสิ้น งานของทุกท่านงดงามที่หัวใจของท่าน ถ้าท่านทำงานด้วยจิตที่ไม่ขุ่นมัว งานของท่านก็จะศักดิ์สิทธิ์เพราะจิตไม่ขุ่นมัว มันจึงงดงามภายนอกและภายใน หวังว่าเราจะเดินดูงานนี้อย่างคนที่รู้ว่า ‘ถ้าธรรมะศักดิ์สิทธิ์เพราะจิตไม่ขุ่นมัว ทุก ๆ เรื่องจะเป็นปาฏิหาริย์ในการตื่นที่เป็นจินตนาการของการเกิดของเราที่เป็นมนุษย์ที่แท้ไม่เป็นแค่เหยื่อ หวังว่างานครั้งนี้จะศักดิ์สิทธิ์เพราะจิตของคนทำงาน จิตของคนดูงาน จิตของคนที่รังสรรค์โอกาสนี้ให้บุคคลที่เข้ามาดูงานมีโอกาสที่จะเรียนรู้และเข้าถึงพระพุทธศาสนาด้วยงานศิลปะที่งดงาม ไม่ว่าจะเป็นประติมากรรม ภาพเขียน และอื่น ๆ อีกมากมาย...

 “ขอให้คุณได้อิ่มเอมอยู่กับจินตนาการที่จะมีชีวิตที่เกิดมาครั้งนี้เป็นการเกิดที่ไม่สูญเปล่า เป็นการเกิดที่ทำให้โลกนี้ผาสุกและงดงาม และเป็นการเกิดที่ทำให้เราไปส่ว่าง...ไม่มีใครที่อยู่ตรงหน้าคุณที่พบกับคุณเป็นครั้งแรก เราพบกันนับชาติไม่ถ้วนทีเดียว เพียงแต่คุณระลึกชาติไม่ได้เท่านั้นเอง...

 “ขอให้การพบกันและการเปิดงานในวันนี้ ไม่มีการพบกันอย่างผูกเวรหมายมั่น นั่นคือจินตนาการของพวกเรา และขอให้งานนี้ศักดิ์สิทธิ์เพราะจิตไม่ขุ่นมัว”

 ในวันนั้นมีผู้รักและสนใจในงานศิลปะมาร่วมแสดงความยินดีและชมงานมากมาย หลังจากมีโอกาสได้เดินชมงานศิลปะนานาแล้ว กล่าวได้ว่า...

 นับเป็นงานนิทรรศการที่มีความน่าสนใจยิ่ง ทั้งด้วยผลงานตามแบบฉบับของศิลปินแต่ละท่าน และความท้าทายในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะในแนวทางอื่น
ธรรมสวัสดี

"แม่ชีศันสนีย์  เสถียรสุต"