
คมเคียวคมปากกา - เชียร์อาร์สยาม!
"รวยก็รวยด้วยกัน ไม่ใช่รวยเฉพาะนักร้อง นักแต่งก็มีสิทธิ์รวยได้ ถ้าเขาแต่งเพลงแล้วดัง"
ประโยคนี้ของ ศุภชัย นิลวรรณ ผู้บริหารค่ายอาร์สยาม โดนใจผมเป็นที่สุด!
ก่อนหน้านี้ ผมเคยเขียนประเด็น "นักร้อง" กับ "นักแต่งเพลง" หรือ "คนทำงานเบื้องหลัง" ในยุคดิจิทัล ที่ค่ายเพลงโกยเงินจาก "ดาวน์โหลด"
นักร้องคนไหนดังสักเพลงสองเพลง ก็มีคิวทอง วิ่งรอกโชว์ตัวร้องเพลง ได้งานหนึ่งประมาณ 4-5 หมื่น บางคนร้องแค่ 3 เพลง เฉลี่ยร้องเพลงละหมื่น เรียกว่าเป็นยุคทองนักร้องดังจริงๆ
เดี๋ยวนี้ไม่ต้องรอไปร้องงานวัด มันมีอีเวนท์ของภาครัฐและภาคเอกชนเพียบ และบริษัทรับจัดงานพวกนี้ก็ต้องการนักร้องแม่เหล็กไป "เรียกราคา" จากเจ้าของงานอีกที
สถานการณ์วงการเพลงนาทีนี้ นักร้องดังรวยไม่รู้เรื่อง แต่คนทำงานเบื้องหลังกำลังจะตาย! ไม่เชื่อให้ไปถามพวกคนทำเพลงสตริง
สมัยหนึ่งค่ายเพลงขายเทปขายซีดี ได้แบ่งเปอร์เซ็นต์จากยอดขายแผ่นขายเทปให้นักร้อง ส่วนนักแต่งเพลง นักเรียบเรียง ก็ได้รับส่วนแบ่งค่อนข้างคุ้มค่าเหนื่อย
ในวันที่ตลาดซีดีตายเกือบสนิท ธุรกิจดาวน์โหลดกำลังรุ่ง แต่การจำแนกแยกแยะรายรับ ทำได้ลำบากไม่เหมือนขายแผ่น ส่วนใหญ่จะดาวน์โหลดแบบเหมาค่าย
ยิ่งค่ายเพลงก็ปรับตัวตามกระแสเทคโนโลยี และพฤติกรรมของคนฟัง จากที่เคยทำเพลงให้นักร้องแต่ละคนแบบเต็มอัลบั้ม 10-12 เพลง ก็เปลี่ยนมาเป็นซิงเกิ้ล
นักแต่งเพลงที่เคยมีรายได้แบบเหมาโหล ก็ตายหยังเขียด หรือถ้าเพลงดังเพลงเดียว เขาก็ได้ค่าเพลงครั้งเดียว ไม่เกินหมื่นบาท
ค่ายอาร์สยาม จึงปรับนโยบายใหม่ กระจายรายได้ให้สู่คนทำงานเบื้องหลัง โดยจะมีการหักค่าจ้างโชว์ตัวนักร้องในค่าย 5% มอบคืนให้นักแต่งเพลง
ผมยกมือสาธุท่วมหัว! อยากเห็นนโยบายแบบนี้มานานแล้ว ยิ่งอาร์สยามในตอนหลังมีนโยบาย "เปิดกว้าง" สำหรับนักเพลงอิสระ เพื่อจะสามารถคัดเลือกผลงานดีๆ ได้มากขึ้น
ก่อนหน้านั้น อาร์สยามใช้นโยบายหักค่าโชว์จากนักร้องเข้าบริษัท 5% แต่จะขอเพิ่มอีก 5% รวมเป็น 10% เพื่อนำมาเติมให้นักแต่งเพลง
"เสี่ยเณร ศุภชัย" บอกว่าพูดคุยกับนักร้องทุกคนในค่ายแล้ว ไม่มีใครค้าน และจะนำเรื่องนี้เสนอต่อบอร์ดบริหารต่อไป
หากนักร้องยังเป็นคนที่กตัญญูรู้คุณ ไม่ควรค้านนโยบายนี้ เพราะพวกเขาดังได้ด้วยแรงงานสมองของนักแต่งเพลง และบอร์ดอาร์เอสก็ไม่น่าจะปัดข้อเสนอของเสี่ยเณร
อันที่จริง กติกานี้มันควรทำกันทุกค่ายเพลง ยิ่งค่ายเพลงที่ยึด "ระบบนายห้าง" ที่ซื้อขาดลิขสิทธิ์เพลง ยังทำมาหากินกับการ "ทำซ้ำ" เพลงดังครั้งแล้วครั้งเล่า โดยที่ผู้ประพันธ์มิได้ผลประโยชน์อันใดเลย
อีกเรื่องที่อยากฝากถึงทุกค่ายเพลง อีกไม่นานเทคโนโลยี "3G" จะมาเปลี่ยนโฉมหน้า "ดิจิทัลคอนเทนท์" ผ่านนิวมีเดีย มือถือ และเว็บไซต์
ค่ายเพลงกำลังจะรวยไม่รู้เรื่องจากดิจิทัลคอนเทนท์ แต่คนที่มีส่วนร่วมในการผลิต "คอนเทนท์" อย่างนักแต่งเพลง จะได้ผลประโยชน์ตอบแทนอย่างไร? ช่วยกันคิดหน่อยครับ
"ผมว่าน่าจะรวยก็รวยด้วยกัน ไม่ใช่รวยเฉพาะนักร้อง นักแต่งก็มีสิทธิ์รวยได้"
เห็นด้วยอย่างยิ่งกับเสี่ยเณร ควร "รวยด้วยกัน" ไม่ว่าอากู๋ หรือเฮียฮ้อต้องรวยด้วยกันกับนักร้อง และคนเบื้องหลัง!
"บรรณวัชร"



