
เขตสั่งปิดร้านHeapไม่มีกำหนดเหตุนิหน่าเจ็บ
"นิหน่า" ควง"แบงค์"แจ้งความตรวจสอบร้าน Heap หลังแฟนบอลคู่แมนฯยูไนเต็ดกับลิเวอร์พูลหล่นกระแทกหัวแตก ชี้ร้านควรนำป้ายตั้งเตือนไม่ให้เดินผ่าน ด้าน"แบงค์"เผยเจ้าของร้านยอมรับมีการดัดแปลงร้านไม่ผ่านวิศวกรรับรอง ขณะที่ตำรวจเตรียมประสานเขตราชเทวีตรวจสอบส่วนที่ต
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 20 ก.ย.2553 น.ส.สุฐิตา เรืองรองหิรัญญา หรือนิหน่า นักร้อง นักแสดงและพิธีกรสาวชื่อดัง พร้อมด้วยแฟนหนุ่มนายพชร ปัญญายงค์ หรือแบงค์ ผู้ประกาศข่าวมันนี่ แชนแนล ได้นำหลักฐานเป็นใบรับรองแพทย์ และภาพถ่ายขณะเกิดเหตุ เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.อำนาจ ศรีคง ร้อยเวร สน.พญาไท กรณีที่ถูกลูกค้าร้าน Heap ย่านราชเทวี ทะลุเพดานล่วงจากชั้น 2 ของร้านลงมาทับจนได้รับบาดเจ็บ ระหว่างเชียร์ฟุตบอลแมทช์แดงเดือดระหว่างแมนฯ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล เมื่อคืนที่ผ่านมา
น.ส.สุฐิตา กล่าวว่า ตนกับแฟนหนุ่มและเพื่อนอีกประมาณ 15 คน ได้เข้าไปดูการแข่งขันฟุตบอลระหว่าง ทีมแมนฯยูไนเต็ดกับลิเวอร์พูล ที่ชั้น 1 ของร้านดังกล่าว โดยช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงที่มีจังหวะลุ้นการทำประตู แต่ด้วยความตื่นเต้นไม่กล้าดู ตนจึงหันหลังและเดินออกไปจากโต๊ะ แต่หลังจากนั้นปรากฎว่า ฝั่งลิเวอร์พูลที่ตนเชียร์สามารถยิงประตูได้ ตนจึงรีบวิ่งกลับเข้ามาดู ระหว่างนั้นเหมือนมีอะไรหล่นลงมากระแทกจากข้างบน จนตนมึนงงเห็นเพียงคนกับกระเบื้องที่ร่วงลงมา เมื่อจับศีรษะปรากฏว่ามีเลือดไหล เพื่อนๆ จึงช่วยพากันส่งโรงพยาบาลพญาไท1 เมื่อมาสอบถามกลุ่มเพื่อนที่ไปด้วยทีหลัง จึงทราบว่าจังหวะที่มีการยิงประตู คนที่อยู่ชั้น 2 ได้มีการกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ประกอบกับพื้นบริเวณนั้นไม่ดี จึงทะลุล่วงลงมา สอบถามทางร้านก็บอกว่า ปกติจุดนั้นไม่ได้เป็นโต๊ะที่นั่ง แต่คาดว่าคืนนั้นมีคนมาดูการแข่งขันฟุตบอลจำนวนมากจึงล้นออกมา
น.ส.สุฐิตา ยังกล่าวถึงอาการบาดเจ็บด้วยว่า ศีรษะแตกคาดว่า จะถูกเศษกระเบื้องที่ล่วงลงมาบาด แพทย์ได้เย็บแผลให้จำนวน 3 เข็ม ส่วนบริเวณอื่นๆ เช่นแขน ขา มีอาการฟกช้ำ และที่คอยังเคล็ดอยู่เคลื่อนไหวไม่ได้มาก แต่ไม่กระทบกระเทือนมาก เพราะทำการเอ็กซเรย์แล้ว ไม่พบอาการผิดปกติอะไร แต่ที่เข้ามาแจ้งความ เพราะหลังเกิดเหตุแม่ทราบเรื่องแล้วโมโหมาก ประกอบกับเพื่อนๆ ที่เป็นวิศวกรให้คำปรึกษาว่า ทางร้านอาจมีการปรับโครงสร้าง เห็นว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง จึงไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับคนอื่นอีก ส่วนทางร้านหลังเกิดเหตุ เจ้าของก็ตามมาที่โรงพยาบาลมาขอโทษ และบอกว่ายินดีที่จะรับผิดชอบทุกอย่าง
“ถ้าส่วนนั้นไม่อยากให้คนเดินผ่าน ทางร้านก็ควรนำป้ายไปวางเตือนไว้ แต่กลับไม่มีการเตือน อยากให้เรื่องที่เกิดขึ้นกับนิหน่า เป็นบทเรียนกับทุกฝ่าย เพราะหากเรื่องนี้เกิดขึ้นกับคนอื่นก็คงไม่เป็นข่าว แล้วคนที่เสียหายจะไปเรียกร้องกับใคร ทางนิหน่าไม่ได้ต้องการเรียกร้องค่าเสียหาย แต่ปรึกษากับแบงค์ซึ่งเรียนวิศวะมา ก็พบว่าโครงสร้างร้านไม่ถูกจึงมาแจ้งความเพื่อต้องการให้มีการตรวจสอบ และปรับปรุง” ดาราสาว กล่าว
ด้านนายพชร กล่าวว่า วันนั้นเพื่อนที่ไปด้วยเรียนจบวิศวะมาด้วยกันหลายคน จึงมีความรู้เรื่องโครงสร้าง อยากให้ทางรับรับผิดชอบ โดยรวบรวมแบบแปลนร้านมาให้ดูว่า มีการเซ็นรับรองถูกต้องหรือไม่ เพราะเท่าที่ดูพบว่ามีการดัดแปลงร้านซึ่งเจ้าของร้านเองก็ออกมายอมรับว่ามีการต่อเติมเองไม่มีวิศวกรเซ็นต์รับรอง อยากให้ทำให้ถูกต้องรวมทั้งทางเขตเองที่ปล่อยให้มีการดัดแปลงโดยไม่ดูแล ซึ่งมีหลายแห่งที่เป็นเช่นนี้ก็ไม่อยากให้เกิดเหตุซ้ำกับคนอื่น
ร.ต.ท.อำนาจ กล่าวว่า ในส่วนของตำรวจได้รับเรื่องและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานก่อน พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานทั้งในส่วนของน.ส.สุฐิตา และหลักฐานในที่เกิดเหตุ จากนั้นจะได้ประสานเขตราชเทวี ที่รับผิดชอบในพื้นที่เข้าตรวจสอบส่วนที่ต่อเติมของร้าน หากพบว่ามีการกระทำผิดก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ผอ.เขตสั่งปิดร้าน“Heap"ไม่มีกำหนด
นางสุวัฒนี ไชยนันทน์ ผู้อำนวยการเขตราชเทวี เปิดเผยว่า ล่าสุดนายทศพร เชาว์พาณิชย์ เจ้าของร้าน ฮีพ (HEAP) ซึ่งเป็นร้านที่เกิดเหตุ ตั้งอยู่บนถนนพญาไท เขตราชเทวี (ตรงข้ามโรงแรมเอเชีย)เดินทางมาให้ข้อมูลกับตนที่สำนักงานเขตเมื่อเวลา 14.00 น. ภายหลังพูดคุยกว่า 30 นาที เขตได้ข้อสรุปว่าจะออกหนังสือสั่งปิดร้าน “ฮีพ” เป็นอย่างไม่มีกำหนด เพื่อให้ปรับปรุงร้านให้มีความปลอดภัย อย่างไรก็ตามอาคารดังกล่าวเป็นของ บริษัทคาร์บูติก พญาไท จำกัด ซึ่งขอจดทะเบียนก่อสร้างเป็นอาคารพาณิชย์พักอาศัยเมื่อปี 2550 ที่ผ่านมา ความสูงราว 1 ชั้นครึ่ง โดยด้านบนเป็นชั้นลอยหลังคาสูงเริ่มแรกเปิดเป็นร้านประดับยนต์ หลังจากนั้นได้เลิกกิจการและเปิดให้เช่าอาคาร จากนั้นนายทศพร ได้เช่าอาคารดังกล่าวและเปิดเป็นร้านอาหาร กระทั่งเกิดเหตุดังกล่าว ทั้งนี้นายทศพรยืนยันว่าคืนที่เกิดเหตุชายที่ตกลงมานั้นมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยโดยหลังจากตกลงมาแล้วก็นั่งอยู่ที่ร้านกับเพื่อนๆตามปกติและไม่ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลแต่อย่างใด
ด้านนายเชิดพงษ์ แววงาม หัวหน้าฝ่ายโยธา เขตราชเทวี กล่าวว่า เบื้องต้นร้านดังกล่าวถือว่ามีความผิดคดีอาญา เนื่องจากการเช่าอาคารพาณิชย์ดังกล่าวมาเปิดเป็นร้านอาหารนั้น ผู้เช่าไม่ได้แจ้งเปลี่ยนการใช้งานอาคาร มาที่ฝ่ายโยธาเขต ซึ่งมีโทษปรับตั้งแต่ 10,000-100,000 บาท โดยเป็นขั้นตอนของศาลในการตัดสินเปรียบเทียบปรับ อย่างไรก็ตามนายทศพร ยืนยันจะเช่าร้านดังกล่าวเปิดเป็นร้านอาหารเหมือนเดิม เขตจึงสั่งให้มีการแจ้งเปลี่ยนการใช้งาน และระหว่างนี้ให้หยุดการให้บริการจนกว่าเปลี่ยนการใช้งานให้ถูกประเภทและถูกต้อง โดยจะต้องมีการตรวจสอบน้ำหนักให้มีความมั่นคงแข็งแรง เช่น การวางโต๊ะเก้าอี้ให้สามารถรับน้ำหนักได้ประมาณ 300 กิโลกรัม/ตารางเมตร(ตร.ม.) เป็นต้น ซึ่งหากนายทศพรยื่นการเปลี่ยนแปลงมาที่เขตแล้วไม่ผ่านมาตรฐานก็จะไม่อนุญาตให้เปิดใช้ร้านจนกว่าจะถูกต้อง



