
ไตรโทน - ร้องเพลงให้คนไทยฟัง ที่ไม่ใช่ในเมืองไทย
การที่ได้ไปเล่นคอนเสิร์ตในต่างประเทศไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับผม เพราะตลอดชีวิตที่ทำงานอยู่กับวงป๊อปหวานๆ ที่ถูกใจประชาชนขนาดนี้ วงผมได้ไปเล่นให้คนไทยต่างแดนดูเป็นวงต้นๆ เลยน่าจะได้ เรียกว่าถัดจาก พรศักดิ์ ส่องแสง ได้เลยทีเดียว แต่เรื่องใหม่สำหรับผมคือรูปแบ
แต่เดี๋ยวก่อนผมมีเรื่องเล่า รับรองว่าไม่น่าเบื่อแต่ก็ไม่ได้มันอะไรมากมาย แค่พออ่านได้ขำๆ
ที่ว่ารูปแบบมันเปลี่ยนไปเนี่ย ต้องเล่าให้ฟังก่อนว่าเมื่อก่อนมันเป็นอย่างไร ผมคงจะไม่ไปพูดย้อนไปถึงพวกรุ่นดิ อิมพอสซิเบิล นะ หรือพวกพี่เอ็ดดี้ ออโตบาห์น นะครับ เพราะมันคนละอย่าง กลุ่มนั้นผมว่าเขาเป็นของจริง คือคนฝรั่งฟังล้วนๆ... เล่นแจ๊ส... เล่นฟังกี้...มีสัญญาวีซ่าถูกต้อง จ้างกันเป็นเดือนเป็นปีกันเลยทีเดียว เราจะมาว่ากันเพียงแค่รุ่นที่จับต้องได้ ในยุคลูกทุ่ง หรือไทยสากล ที่รุ่งเรือง ในยุคพี่เต๋อ เรวัต และบริษัทแกรมมี่ สร้างมาเห็นกับตา จนวงการเพลงไทยสากลมีตลาดใหญ่โตจนถึงทุกวันนี้
ซึ่งแน่นอนคนไทยในสวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษ เยอรมนี ฮอลแลนด์ เดนมาร์ค ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย หรือในอเมริกาก็อยากดูดาราหรือนักร้องที่เขาชื่นชอบ แล้วคนไทยไปทำงานอะไรกันถึงไม่มาดูเมืองไทย ก็ไม่มาไง บ้านอยู่โน่นกันหมดแล้ว โอเค… บางคนก็กลับมาไม่ได้ เพราะวีซ่าไม่มี พาสปอร์ตหมดอายุ เออ..อันนี้ก็พูดยาก แต่เท่าที่ดูรวมๆ ดูชื่อประเทศข้างบนดีๆ บางประเทศ ก็เป็นแหล่งของคำว่า ส่งลูกเรียนนอก เพื่อให้ได้ในเรื่องภาษา บางประเทศก็เป็นแหล่งไปทำงาน แบบวีซ่าถูกต้องบ้าง หรืออาจมีไม่ถูกต้องก็ปนเปกันไป บ้างก็แต่งงานกับชาวต่างชาติแล้วยกขบวนไปตั้งรกรากกันทั้งบ้านก็น่าจะมี และแน่นอน บ้างก็ขอวีซ่าแล้วหายไปกับกลีบเมฆก็เยอะ อันหลังเนี่ยทำให้คนรุ่นเราขอวีซ่ากันยากน่าดู
เอาล่ะ คิดเป็นเหมือนยุคทองที่ทุกชาติอพยพไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่ดีกว่า เช่น อเมริกา ในหนังเรื่อง ไททานิก ละกันง่ายดี ในครั้งแรกที่ผมไปหลังจากออกอัลบั้มได้ 2 ชุด ก็เป็นที่สวิสเลยครับ ที่ zurich ตอนนั้นก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมากเท่าไร เอามันอย่างเดียว นอนเบียดกันในอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ก็ไม่บ่นอะไร มีแต่คนทำร้านอาหารไทยเต็มไปหมด ผู้จ้างก็เช่าคอกม้า เช่าเวที และระบบแสงสีเสียงแบบง่ายๆ กันมาเลย แทบอ้วกเลยครับงานนั้น กลุ่มแม่บ้านเป็นผู้จัด เช่าแต่ของมา ไม่ได้เช่าคนมาด้วย ถึงเวลา ฝรั่งขนของมาทิ้งๆ ไว้ ไม่มีคนเซตอัพ พวกเราก็ต่อสายกันเอาเอง ไม่มีซาวนด์แมน เหนื่อยมากครับ แต่ก็จบลงได้ด้วยความประทับใจ พร้อมกับกำไรที่ผู้จัดแฮปปี้ เพราะค่าใช้จ่ายที่เอาพวกเราไป ในค่าเงินสวิสฟรังก์ กับเงินบาทในตอนนั้น มันเป็นเรื่องสบายมาก
หลังจากนั้นก็ดีมาเรื่อยๆ ครับ ตลอดเวลา 20 ปี พวกเราได้ไปเยี่ยมเยียนพี่น้องชาวไทยมาหลายแห่ง ด้วยความที่เราไม่เรื่องมาก เราได้ไปสวิสถึง 3 ครั้ง เยอรมนี ที่มิวนิค 1 ครั้ง เรื่อยๆ มาจนถึง ลอนดอน ซิดนีย์
เพิร์ท เมลเบิร์น ญี่ปุ่น พวกเราไม่เคยไปในนามของชาวไทยในเทศกาลใหญ่ๆ เลยนะครับ ประเภทแบบองค์กรที่มีระบบ คอร์ปอเรท อะไรต่างๆ เนี่ยไม่เคยเลย ที่ไปเนี่ยเรียกกันภาษาชาวบ้านว่า เจ้าภาพท้องถิ่นล้วนๆ
จากที่ที่เคยเล่นเป็นคอกม้า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทุกอย่างมันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เป็นเธคหรูๆ เป็นคอนเสิร์ตฮอลล์เท่ๆ สาเหตุเป็นเพราะอะไร อันนี้ฟังดูแล้วน่าภูมิใจนะครับ เช่น
คนไทยที่โน่นเริ่มมีชีวิตที่ดีกันถ้วนหน้า เป็นสังคมไทยที่เป็นปึกแผ่น เป็นชุมชนคนไทยขนาดใหญ่ ไม่แพ้ชาวจีน อิตาลี หรือชาติใดเลย แล้วมีนิสัยรักเสียงเพลง รักความร่าเริง
การสื่อสารที่ทันสมัย เรียกว่ารู้เรื่องของดาราได้ดีไม่แพ้คนในเมืองไทย โดยผ่านทางอินเทอร์เน็ต และพวกหัวใสที่ทำเคเบิล ดูทีวีรีรันกันหน้าตาเฉย
สินค้าไทยที่โกอินเตอร์ เช่น เบียร์ น้ำดื่มชูกำลัง ตรงนี้สำคัญมาก ที่ทำให้มีเงินมาสนับสนุนในการจัดซึ่งทำให้มีความมาตรฐานมากขึ้น
และเมื่อมีกำลังซื้อบัตรของคนที่โน่นบวกกับเงินสนับสนุนจากที่นี่ ทุกอย่างก็เริ่มเข้าสู่ระบบมาตรฐาน ก็จะไม่มีการไปแบบกองโจรเหมือนเมื่อก่อน การนอนเบียดกันก็จะไม่มีให้เห็น มีโรงแรมให้อยู่คนละห้องกันเลย โรงแรมสองดาว สามดาว เราก็แฮปปี้แล้ว พวกห้าดาวก็ให้พวกเลดี้ ก้าก้า เขานอนกันไปเถอะ อย่างล่าสุดที่ผมไปเล่นมา สถานที่เล่นอย่างที่นิวยอร์กกับแอลเอเป็นที่ที่โก้หรูมาก วงใหญ่ๆ ของฝรั่งเขาก็เล่นที่นี่กัน ถามว่าดีใจไหม ดีใจครับ แต่ความภูมิใจ ผมยกให้คนไทยในต่างแดนและสินค้าไทยที่ไปขยายตลาดที่โน่น ผมให้ตรงนั้นมากกว่าครับ สำหรับผมจากคอกม้ามาตรงนี้ผมก็ดีใจแล้ว ผมเคยเล่นที่ที่รู้สึกตกต่ำมากในบาร์สเนกในโตเกียวที่มีแต่สาวไทยทำงานกลางคืนเลิกงานมาดู ก็เคยมาแล้ว พอถูกใจก็เอาตะเกียบหนีบแบงก์ (2,000 เยน) ยื่นมาให้เราเดินไปหยิบ ตอนแรกก็เขินๆ ตอนหลังหยิบหมดทุกใบเลยครับ ถามว่าแล้วไปทำไม ก็มันมันดีครับ ถึงผมร้องเพลงป๊อป แต่ใช้ชีวิตแบบร็อกแอนด์โรลล์สุดขั้วครับ อีโก้มีไว้ทำไม นี่แหละชีวิตนักดนครี ไม่ลองแล้วจะเกิดมาทำไม
เดี๋ยวนี้คนไทยในต่างแดนมีองค์กรที่จะจัดโชว์ได้สมบูรณ์แบบมีเยอะมาก โดยเฉพาะในอเมริกา มีหลายเจ้าเลยทีเดียว บวกกับสินค้าประเภทเบียร์ที่ไปขยายตลาดในต่างแดน เงินตรงนี้เริ่มมีมหาศาล มากพอที่ค่ายเพลงเริ่มอยากจะมีเอี่ยวด้วยซะแล้ว มันมากพอที่จะจ้างวงหรือนักร้องที่บารมีใหญ่ๆ ได้สบาย แล้วปัญหาอะไรตามมาครับ ค่ายเพลงก็จะเริ่มขอมีเอี่ยว ตามระเบียบ แล้วเป็นไงครับ จากที่เคยชิวๆ ก็กลายเป็นเรื่องเยอะ เช่น เงื่อนไขมากขึ้นไม่ว่าครับ แต่มันเกินกว่าที่เจ้าภาพทางโน้นเขาจะรับไหว คือถ้าเงินจากสปอนเซอร์สินค้าไทยไม่จ่ายตรงไปยังผู้จัดที่โน่น แต่ดันจ่ายผ่านคนกลาง ซึ่งก็คือค่ายเพลง สิ่งที่เกิดขึ้นคือต้นทุนจะสูงมากครับ เพราะอะไร ผมจะเล่าแบบเร็วๆ เพราะเดี๋ยวผมเดือดร้อนอีก ที่ต้นทุนสูงก็เพราะเงื่อนไขแบบไม่มีเหตุผล เช่น ร้องคนเดียว รวมแบ็กอัพและซาวนด์แมนและผู้ติดตาม ให้เต็มที่ 15 คน ก็น่าจะโอเค สำหรับศิลปินเดี่ยวให้ห้องพักสัก 15 ห้อง ก็น่าจะมีเหตุผล แต่นี่ไปกัน 80 คน ไหวไหม โอ๊ย..เขียนไปก็ใจหาย ก็ถือเงินจากสปอนเซอร์เอง ก็อย่างเงี้ยแหละครับ แล้วเป็นไง เละ!! ทางผู้จัดฝั่งโน้นพอค่าใช้จ่ายเยอะ ก็ต้องขายบัตรราคาดีดไปโน่นเลย 500 เหรียญสหรัถ อุ๊ยโทษครับ สหรัฐ แล้วเป็นไง ซื้อกันไม่ไหวครับ แพงกว่าดู จอห์น เมเยอร์ เล่นกีตาร์อีก สุดท้ายคนน้อยครับ ทราบข่าวมาว่าก่อนเพลงแรกจะเริ่ม จาก 500 เหลือ 30 เหรียญ คือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียคิดแบบกำบางอย่างดีกว่ากำตด สุดท้ายเป็นไง คนซื้อบัตร ตอนแรกๆ ด่าเละ
เป็นตัวอย่างให้เห็นภาพชัดๆ ในการฝืนธรรมชาติที่มันเป็นของมันอยู่ จากยุคคอกม้ามันมาไกลเหลือเกิน คนไทยกันทั้งน้านนน.... ไม่มีฝาหรั่งดูสักกะคน ก็มีแม่ครัว พ่อครัว แม่บ้าน นักศึกษาไม่ยอมกลับ อาซิ้ม อาซ้อ เจ้าของร้านไทย พูดอีกทีคนไทยทั้งน้านนน... จะไปขาย 500 เหรียญ โอ๊ยตาย...
มีบางเจ้าผมชอบมาก วางระบบแบบไม่ให้เงินผ่านคนกลาง ผู้จัดเขาจึงนำเงินมหาศาล เช่าที่ใหญ่โต เปิดให้ชมฟรี โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง เปิดให้ชมฟรี !! กันไปเลยยย....แบบนี้ก็มีให้เห็น แหม...อันนี้ขอชม นายแน่มาก แล้วเป็นไง คนก็ไม่ด่า สินค้าก็ได้หน้าไปด้วย
อย่างวงผมในบางครั้งเจอลูก ประเพณีเขี้ยวธรรมชาติ คืออะไรครับ คือการขายตั๋วไว้ถ่ายรูป หลังการแสดงจบ แบบไม่บอกกล่าว สรุปก็คือพอเล่นเสร็จแทนที่จะมีเวลาส่วนตัว กลับกลายเป็นต้องใช้ลูกตาดำโต้กับแฟลชอีกประมาณเกือบชั่วโมงพร้อมหน้าที่ยิ้มแย้มตลอดดด.... เป็นเรื่องธรรมชาติครับ พวกเราไม่หวงตัวหรอกครับ อยากถ่ายก็ถ่ายไปเลย จนบางครั้งช่วงหลัง ดวงตาเริ่มมีปัญหากับจุดตรงกลางดำๆ
การเล่นดนตรีที่ต่างแดนทุกวันนี้ สิ่งที่เราได้คือใบหน้าของคนดูครับ เขาดูมีความสุขและยินดีที่เราไปยืนตรงนั้นเป็นอย่างมาก เรียกว่าบางคนไม่เคยกลับเมืองไทยถึง 20 ปี เห็นเราตัวเป็นๆ ครั้งแรก แววตาดูออกเลยว่าส่งกระแสความรักมาอย่างเต็มที่ ตรงนี้ประทับใจมากเลยทีเดียว ตลอดระยะเวลาที่ผ่ามมา ผันเปลี่ยนไปได้ทุกทางทุกอย่างอยู่ที่เธอ ว่าจะเจอท้องฟ้างามหรือเจอเมฆฝน
ผมติดอยู่อย่างครับ การที่ไปร้องเพลงที่ต่างแดนเนี่ย โปรดอย่าเรียกกันว่าโกอินเตอร์เลย เพราะคนดูเป็นคนไทยทั้งน้านน...
"จิรายุส วรรธนะสิน"



