
ศิลป์แห่งแผ่นดิน - เขียนบ้านอ่านเมือง
ผมได้รับเชิญมาเป็นวิทยากร โครงการ "เขียนบ้านอ่านเมือง ที่โรงเรียนอุทัยวิทยาคม จัดโดยกลุ่มสาระฯ ภาษาไทย คุณครูจิตรลดา คุณครูลาวรรณ และคุณครูทุกท่าน รวมทั้งวิทยากรท้องถิ่นเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง
นักเรียนวัยหนุ่มสาว 120 คน ได้มาฝึกเขียนเรียนรู้ มาฟัง มาดู มาดม มาชิม เดินทอดน่อง ท่องเที่ยว ตระเวนชมอุทัยธานี ย้อนเวลาสู่อดีตด้วยปีกแห่งจินตนาการ สัมผัสปัจจุบันด้วยสติ สมาธิ ปัญญา แล้วตั้งหน้าตั้งตาบันทึกความรู้ ความรู้สึกไว้ด้วยการเขียนความเรียงบ้าง บทกวีบ้าง ด้วยจะยกมานำเสนอไว้ ณ เนื้อที่แห่งคอลัมน์ “ศิลปะแห่งแผ่นดิน” ในวาระนี้ขอรับกระผม
+ + + + +
บ้านของฉันอยู่ริมแม่น้ำสะแกกรัง แม่บอกฉันบ่อยๆ ว่า แถวนี้เรียกว่าท่าต้นจันทน์ ฉันไม่เคยรู้หรอกว่า ต้นจันทน์หน้าตาเป็นแบบไหน ท่าต้นจันทน์มีความสำคัญอย่างไร จนกระทั่งตาเล่าให้ฉันฟังว่า ท่าต้นจันทน์แต่ก่อนมีความเจริญในการขายข้าว มีช้าง มีม้า มีเกวียน มีชาวบ้าน มีแม่ค้า ถ้าให้ฉันลองจินตนาการ ภาพในสมัยนั้น ฉันก็คงคิดว่าทุกคนต้องมีความสุข ทุกคนมีความเป็นมิตร มีน้ำใจไมตรี การค้าขายเป็นไปด้วยความสุจริต ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น ตาของฉันจะเล่าไปพร้อมกับใบหน้าที่มีแต่รอยยิ้มได้อย่างไร แต่แล้วสีหน้าของตาก็เปลี่ยนไปเมื่อพูดถึงท่าต้นจันทน์สมัยนี้ ถ้าไปที่ท่าต้นจันทน์ในตอนนี้ ก็คงไม่มีรอยยิ้มของชาวบ้าน ไม่มีเสียงม้า เสียงช้าง ภาพต่างๆ เหล่านี้คงเป็นเพียงรอยทรงจำที่ไม่ใช่เพียงคุณตาของฉันที่อยากจะเรียกกลับมา
ด.ญ.กรศรา ศรีศรากร ม.2 โรงเรียนอุทัยวิทยาคม
วิหารวัดโบสถ์โบราณ ภายนอกดูเรียบๆ ด้วยภาพวาดสีฝุ่นที่ไม่ได้ลงสีสันเข้มนัก มองไปด้านบนวิหาร มีภาพช้างเอราวัณแบกเทวดา และมีเหล่าเทวดาอยู่รายรอบ เปรียบได้ดั่งสรวงสวรรค์ น่าแปลกดีแท้ เป็นเพียงแค่ช้างธรรมดา แต่กลับได้เป็นพาหนะเทวดาบนสรวงสวรรค์ อาจเพราะแต่ก่อน ช้างนั้นทำความดีไว้มาก ขนาดช้างยังขึ้นสวรรค์ได้ ฉันก็อาจจะขึ้นสวรรค์ได้บ้าง แต่ฉันควรทำอย่างไรล่ะจึงจะได้ขึ้นสวรรค์
ด.ญ.อังคณา แก้ววรสูตร ม.2/1 โรงเรียนอุทัยวิทยาคม
วันนี้ฉันมีโอกาสได้มาวัดโบสถ์ ซึ่งเป็นวัดที่มีความสวยงามมาก ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสะแกกรัง บางคนเวลามาที่วัดแห่งนี้ ก็จะสะดุดตากับเจดีย์ที่สวยสดงดงามทั้ง 3 องค์ แต่สำหรับฉันนั้น กลับไปสะดุดตากับสระน้ำเล็กๆ รูปหัวใจ ที่อยู่ทางด้านหน้าของวิหาร น้ำในสระหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหวใดๆ ทั้งยังถูกปกคลุมด้วยแหน ทำให้เราไม่สามารถมองเห็นผิวน้ำได้เลย มันก็เปรียบเสมือนความรัก ที่ในความจริงแล้ว มันมีอยู่รอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นความรักจากพ่อแม่ จากเพื่อน หรือจากทุกคน ทุกสิ่งที่เรามีโอกาสได้รู้จัก ได้สัมผัสกับมัน แต่บางคนกลับไม่เคยมองเห็นมันเลย เพราะไม่เคยเปิดใจรับรู้มันอย่างแท้จริง แค่เพียงเราเปิดใจของเราให้กว้าง เราจะรู้สึกว่าความรักเป็นสิ่งสวยงามมากเพียงใด
ด.ญ.พีรดา ขันติวงษ์ ม.3/1 (แพ็ท)
ใต้ร่มเงาของต้นโพธิ์ บริเวณศาลาการเปรียญ ฉันมองเหม่อไปยังลำน้ำ ที่มีชื่อว่า “สะแกกรัง” ทัศนียภาพดูเปลี่ยนแปลงไปมาก ฉันก็จำไม่ได้เหมือนกันว่า นานเท่าไรแล้วไม่ได้มาที่นี่ หลังจากที่ทบทวนอยู่นาน ความทรงจำที่ลืมเลือนก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาในความคิด ภาพที่เห็นนั้นเป็นตลาดเก่าๆ แต่เป็นไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุข รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะของแม่ค้า ที่ดูแล้วเป็นเสน่ห์ในการดึงดูดลูกค้าให้มาสนใจ แต่แล้วภาพนั้นก็หายไปอีกครั้ง เพราะความเจ็บจากเจ้ามดตัวจิ๋ว ฉันมองตามมันไปยังจุดหมายของเจ้ามดน้อย นั่นก็คือขนมที่ตกพื้น ซึ่งสายตาของฉันมองดูไร้ค่า แต่เมื่อมองไปยังเจ้ามดน้อย ความสุขที่ได้เจออาหารอันโอชะ มันเปี่ยมล้น แล้วมันก็วิ่งกลับไปหาฝูง จากนั้นขบวนมดก็ได้ก่อตัวขึ้น พวกมันค่อยๆ แบ่งและยกอาหารกลับรังไปด้วยความสามัคคี และแล้วสายตาที่จดจ่ออยู่กับฝูงมดก็ต้องละไป เพราะเสียงของเรือหางยาวที่แล่นผ่านผิวน้ำ เมื่อน้ำสงบลงกลับสู่ปกติ สายน้ำค่อยๆ ไหลช้าๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าจุดจบนั้นจะอยู่ที่ใด ซึ่งยากกับการคาดเดา
น.ส.นัฐกานต์ มาเกิด ม.4/7
วันนี้ฉันได้ไปเที่ยวชมวัดธรรมโฆษก ที่อยู่ใจกลางเมืองอุทัยธานี ซึ่งวัดธรรมโฆษกนี้ ได้สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เมื่อฉันได้เดินเข้าไปในวัด ฉันก็ได้สัมผัสกับความสงบร่มรื่นภายในวัดนี้ และได้เห็นความสวยงามของโบราณสถานและโบราณวัตถุ แล้วเมื่อเดินไปถึงหน้าวิหาร ก็ได้เห็นถึงความงดงามของประตูวิหาร ซึ่งเขาสร้างเป็นรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว มีทั้งหมด 5 ชั้น แล้วแต่ละชั้นจะมีรูปดอกไม้สีชมพูอยู่ตรงกลาง เมื่อเดินเข้าไปในวิหาร ก็ได้เห็นพระพุทธรูปปูนปั้นที่สวย งดงาม แล้ววัดนี้ก็มีพระพุทธรูปกินคน ที่เด็กๆกลัวกันนัก ไม่กล้าเข้ามาวิ่งเล่นส่งเสียงดัง มีต้นไม้ประจำวัด คือต้นกรรณิการ์ เมื่อฉันได้เดินดูรอบๆ วัด ฉันก็ได้รู้สึกถึงบรรยากาศที่เย็นสบาย จนทำให้ฉันไม่อยากกลับ
ด.ญ.ขวัญพิทักษ์ กล้าการมา ม.3/1 (ขวัญ)
หลังเสร็จกิจกรรมเขียนบ้านอ่านเมือง เด็กๆ ทุกคนได้ไปรวมตัวกัน ณ ถนนคนเดินกลางเมือง (จัดทุกวันเสาร์) เพื่อนำเสนอผลงาน (ทั้งศิลปะและวรรณกรรม)
"ศักดิ์สิริ มีสมสืบ"



