บันเทิง

'เฮียฮ้อ'สั่งระงับงาน'ฟิล์ม'ไม่มีกำหนด

'เฮียฮ้อ'สั่งระงับงาน'ฟิล์ม'ไม่มีกำหนด

21 ก.ย. 2553

"เฮียฮ้อ" เชือด "ฟิล์ม" สั่งระงับงานทั้งหมดตั้งแต่วันนี้ เผยนักร้องหนุ่มโทรขอโทษร้องไห้ฟูมฟาย แนะให้ตรวจดีเอ็นเอ พิสูจน์ความจริง หากเป็นพ่อจริงแล้วไม่รับผิดชอบคงไม่ใช่คน ขณะที่ "แอนนี่" ย้ำไม่ตรวจดีเอ็นเอ แต่เนื้อหอมงานรุม ชั่งใจเขียนแฉสัมพันธ์รัก ส่วนพ่อ

ยังคงเป็นข่าวที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างต่อเนื่องสำหรับข่าวสะท้านวงการบันเทิงของพระเอกนักร้องซูเปอร์สตาร์ชื่อดัง นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม ที่ลอบสานสัมพันธ์กับนักแสดงสาว "แอนนี่ บรู๊ค" จนถึงขนาดมีบุตรชายวัย 3 เดือนด้วยกัน โดยหลังจากข่าวดังกล่าวเปิดเผยต่อสาธารณชนทั้งสองฝ่ายต่างออกแถลงข่าวเพื่อชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยฝ่ายนักร้องหนุ่มยืนยันขอตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์ ขณะที่นักแสดงสาวออกมาตอบโต้ไม่ต้องการตรวจดีเอ็นเอ เนื่องจากเห็นว่าซูเปอร์สตาร์คนดังไม่มีความจริงใจ ล่าสุดดูเหมือนว่าข่าวที่เกิดขึ้นจะทำให้นักร้องดังงานเข้าอย่างจัง เนื่องจากบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ต้นสังกัด ประกาศแบนงานของนักแสดงคนดังทั้งหมดแล้ว

"เฮียฮ้อ" เชือดฟิล์มแบนงานทุกชิ้น

 เมื่อเวลา 11.30 น. ที่อาคาร 3 ชั้น 7 บริษัทอาร์เอส นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ออกมาแถลงข่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า เป็นรื่องส่วนตัวของคนสองคน ซึ่งทางอาร์เอสไม่ได้รับทราบและรู้เรื่องมาก่อน แต่คงปัดความรับผิดชอบไม่ได้ ในเมื่อฟิล์มเป็นเด็กในสังกัด แต่อย่างที่บอก ไม่มีใครรู้ข้อเท็จจริง ว่าเป็นยังไง ทั้งสองฝ่ายได้ออกมาชี้แจงในเรื่องนี้ไปแล้ว แต่ไม่ได้บอกว่าความจริงเป็นยังไง เพราะคนที่รู้เรื่องนี้มีเพียงแค่คนสองคนเท่านั้น ส่วนตัวรวมถึงสื่อมวลชนก็ได้รับข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายมาเท่าๆ กัน

 "แต่เฮียก็ได้ข้อมูลบางข้อมูลที่แตกต่างออกไป ไม่ใช่แค่ข้อมูลจากฝั่งฟิล์ม หรือแอนนี่เท่านั้น เรื่องราวตอนนี้มันเลยเถิดไปไกลมาก มันควรจะยุติลงได้แล้ว เพราะการปล่อยเรื่องนี้ให้ยาวออกไป ไม่เป็นผลดีกับใครทั้งนั้น โดยสุดท้ายเฮียคิดว่าความจริงยังเป็นสิ่งที่ปกป้องผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเอง โดยความเห็นของเฮียอยากให้เรื่องนี้มีการพิสูจน์ เพราะการพิสูจน์จะบ่งบอกถึงความจริง ความบริสุทธิ์ใจ และจริงใจของทุกฝ่าย เรื่องนี้มันมีทางออกเห็นๆ อยู่แล้ว แค่เพียงออกมาพิสูจน์เท่านั้น เรื่องมันก็จะจบ" เฮียฮ้อกล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า บริษัทอาร์เอสมองอนาคตของฟิล์มไว้อย่างไร ผู้บริหารค่ายเพลงชื่อดังกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า ตอนนี้ได้บทสรุปในอนาคตของนักร้องหนุ่มแล้ว คือจะระงับงานของฟิล์มทุกชิ้น นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อให้ไปจัดการเรื่องส่วนตัวของตัวเองให้เรียบร้อย โดยจะระงับจนกว่าเรื่องนี้จะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน คงต้องระงับไปโดยไม่มีกำหนด ตอนนี้งานหลักๆ ของฟิล์มมีประมาณ 3 งาน คืออัลบั้มเดี่ยวที่จะปล่อยซิงเกิ้ล เฟซ ทู เฟซ ในสัปดาห์นี้ คงต้องเลื่อนไปก่อน แล้วก็ภาพยนตร์เรื่อง บางกอกกังฟู ซึ่งต้องมีการเดินหน้าถ่ายทำในช่วงที่ผ่านมา แต่ระงับการถ่ายทำหนังในส่วนของฟิล์มออกไป และงานสุดท้าย เอเชี่ยน ซอง เฟสติวัล ได้ยกเลิกไปเช่นเดียวกัน

เผย "ฟิล์ม"ร้องไห้ฟูมฟายขอโทษ

 "ตอนนี้ผลกระทบในเชิงธุรกิจยังไม่ได้รับความกระทบกระเทือนมากนัก แต่ในส่วนของความรู้สึก อาจจะมีกระทบบ้าง มันเป็นเรื่องของความเข้าใจในแต่ละความคิดเห็นมากกว่า ซึ่งเมื่อวันที่ 19 ที่ผ่านมา ผมโทรศัพท์ไปแจ้งกับฟิล์ม ถึงการระงับงานไว้ก่อน โดยฟิล์มรับทราบโดยดี และเคารพการตัดสินใจของผม โดยก่อนหน้านี้ฟิล์มโทรมา พร้อมกับร้องไห้ฟูมฟายขอโทษผม และขอโทษภรรยาของผม ร้องไห้เป็นเวลานานพอสมควร ผมว่าเขาคงเครียดมาก ผมก็บอกกับเขาไปว่า ถ้าเป็นลูกผู้ชายจริงกล้าทำก็ต้องกล้ารับ เพราะความจริงจะปกป้องเขาเอง แต่ประเด็นมันคือตอนนี้มีเด็กคนหนึ่งเกิดมาซึ่งเด็กคนนี้จะใช่ลูกฟิล์มหรือเปล่า ถ้าใช่ก็ต้องแสดงความรับผิดชอบที่มีส่วนทำให้เด็กเกิดมา ถ้าไม่รับผิดชอบก็ไม่ใช่คน ต้องประณาม แต่ถ้าไม่ใช่ แล้วต้องมารับผิดชอบก็เหมือนตกนรกทั้งเป็น" นายสุรชัยกล่าว

 เฮียฮ้อยังได้บอกด้วยว่า อยากให้แต่ละฝ่ายตัดอารมณ์ความรู้สึกออก แล้วให้คิดถึงความเป็นจริง ว่าจะปล่อยให้เรื่องนี้คาใจกับเด็กคนนี้ไปตลอดชีวิตหรือไม่ ต้องพิสูจน์เพื่อให้เกิดความชัดเจน แล้วผลพิสูจน์ออกมายังไง ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินอนาคตของฟิล์มเอง ในความคิดเห็นส่วนตัวอยากให้พิสูจน์ เพื่อความบริสุทธิ์ใจและจริงใจ 

 ภายหลังการแถลงข่าวของผู้บริหารคนดังเกี่ยวกับอนาคตของนักร้องซูเปอร์สตาร์เสร็จสิ้น ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. เฮียฮ้อยังได้โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ว่า "เรื่องของฟิล์ม-แอนนี่เป็นเรื่องส่วนตัวของ 2 คน ไม่มีใครจะรู้ข้อเท็จจริงได้และจะเชื่อใครได้หรือ? ควรทำเรื่องราววันนี้ให้ดีถูกต้องเหมาะสมที่สุด ทำพลาดแล้วมีโอกาสแก้ไขต้องทำ ไม่ยากเลยเพียงแต่จะมีความจริงใจบริสุทธิ์ใจ หรือไม่อย่าทำผิดซ้ำสร้างบาปให้เด็ก อย่างน้อยเขาควรได้รู้ว่าใครเป็นพ่อ ผู้ชายคนหนึ่งหากมีส่วนทำให้เด็กคนหนึ่งเกิดมาก็ควรต้องรับผิดชอบ แต่หากผู้ชายคนหนึ่งต้องยอมรับสิ่งนี้โดยที่ยังคาใจก็น่าเห็นใจ ความจริงจะปกป้องทุกคน"

 จากนั้นเวลา 20.50 น. เฮียฮ้อยังโพสต์ข้อความในทวิตเตอร์อีกครั้งว่า "การตัดสินใจของเฮียวันนี้เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่ก็คิดอย่างถี่ถ้วนรอบคอบแล้วว่าเป็นทางเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย"

"แอนนี่" ยันไม่ตรวจดีเอ็นเอ

 ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าหลังจาก แอนนี่ บรู๊ค ทราบคำแถลงข่าวของ "เฮียฮ้อ" ปรากฏว่านักแสดงสาวยังยืนยันกระต่ายขาเดียวว่าจะไม่มีการตรวจดีเอ็นเอ พร้อมยอมรับมีหลายรายการพยายามติดต่อให้ไปออก แต่ต้องปฏิเสธ เพราะได้พูดทุกอย่างเคลียร์ชัดไปหมดแล้วในวันที่ออกรายการ "เรื่องเด่นเย็นนี้" ส่วนกระแสข่าวถูกทาบให้เขียนหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊กแฉ "ฟิล์ม" และจะได้รับค่าตอบแทน 1 แสนบาทนั้น แอนนี่ยอมรับว่า ติดต่อมาจริง และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจ

 ส่วนคนใกล้ชิดของ แอนนี่ บรู๊ค กล่าวถึงสภาพจิตใจของนักแสดงสาวภายหลังจากทราบข่าวการให้สัมภาษณ์ของเฮียฮ้อว่า เพื่อนไม่ได้รู้สึกเครียด เพราะได้คาดเดามาก่อนหน้านี้แล้วว่าเฮียฮ้อจะต้องออกมาพูดในรูปแบบนี้

 "ตอนนี้แอนนี่ชิลๆ มาก พาลูกไปทำบุญ สามารถออกจากบ้านไปไหนมาไหนได้ และเขาได้เล่าให้ฟังด้วยว่า ตอนนี้มีงานติดต่อมาเป็นจำนวนมาก รายการทีวีก็มีรายการทูไนท์โชว์ ตีสิบ วู้ดดี้เกิดมาคุย ช่อง 3 ยื่นมือมาจะป้อนงานละครให้ รายการชิงช้าสวรรค์ก็ให้กลับไปทำงาน อีเวนท์ก็ติดต่อมาเต็มไปหมด นอกจากนี้ยังมีสำนักพิมพ์ติดต่อให้เขียนพ็อกเก็ตบุ๊กเรื่องราวชีวิตรัก แต่แอนนี่เขายังไม่ได้ตัดสินใจที่จะทำอะไรในตอนนี้" เพื่อนสนิทแอนนี่ กล่าว

ทนายชี้แม่ยินยอมถึงตรวจดีเอ็นเอได้

 เกี่ยวกับข้อเท็จจริงของกฎหมายในการตรวจดีเอ็นเอนั้น วันเดียวกัน นายเสงี่ยม บุญจันทร์ อดีตเลขาธิการสภาทนายความ กล่าวถึงข่าวนักแสดงสาวลูกครึ่ง "แอนนี่ บรู๊ค" ไม่ยอมให้ลูกชายตรวจดีเอ็นเอ เพราะอ้างว่าเคยขอให้ "ฟิล์ม" ตรวจดีเอ็นเอตอนตั้งครรภ์ 4 เดือน แต่กลับปฏิเสธว่าในเมื่อฝ่ายหญิงออกมาอ้างว่าเด็กที่เกิดมาเป็นลูกของ "ฟิล์ม" ก็ควรที่จะนำลูกไปตรวจดีเอ็นเอ เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของ "ฟิล์ม" ว่าตรงกันหรือไม่ จะได้เกิดความชัดเจน สิ้นสงสัยกันไป ซึ่งจากการติดตามข่าวทราบว่าฟิล์มพร้อมที่จะตรวจดีเอ็นเอ
 
 "เรื่องที่ฝ่ายผู้หญิงออกมาพูดว่าไม่ยอมตรวจดีเอ็นเอ เป็นเพราะฟิล์มทำตามกระแสสังคมไม่ได้เกิดจากการตั้งใจจะรับเด็กเป็นลูกนั้น เป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้น แต่สำหรับตามข้อกฎหมายนั้น เมื่อฝ่ายผู้หญิงไม่ยอมนำลูกไปตรวจดีเอ็นเอ ก็ไม่สามารถที่จะไปฟ้องศาลบังคับได้ เนื่องจากเรื่องการตรวจดีเอ็นเอเป็นสิทธิส่วนตัวของบุคคลในร่างกาย ถ้าเจ้าตัวไม่ยินยอมให้ตรวจทำไม่ได้ ในกรณีที่เป็นเด็กหรือทารก ลูกที่เกิดนอกสมรส ถือว่าเป็นลูกของแม่คนเดียวเท่านั้น ดังนั้นแม่ต้องให้ความยินยอมจึงจะตรวจดีเอ็นเอเด็กได้ ถ้าแม่ไม่ยินยอมก็ไม่สามารถตรวจดีเอ็นเอลูกได้" นายเสงี่ยม กล่าว

ค่ายหนังรอสรุปตัดฟิล์มออกหรือไม่

 ภายหลังคำสั่งแบนนักร้องซูเปอร์สตาร์จากต้นสังกัดอาร์เอสนั้น วันเดียวกัน นายองอาจ สิงห์ลำพอง หรือโด่ง ผู้บริหารค่าย ฟิล์ม อาร์ อัส จำกัด ผู้ผลิตภาพยนตร์เรื่อง บางกอกกังฟู กล่าวว่า เพิ่งรู้นโยบายของเฮียฮ้อเกี่ยวกับเรื่องหนังเรื่องดังกล่าว พร้อมๆ กับนักข่าว โดยส่วนตัวไม่โกรธฟิล์มเพราะเป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ หากถามว่าจะตัดฟิล์มออกจากภาพยนตร์บางกองกังฟูไปเลยหรือไม่ คงต้องรอดูผลพิสูจน์ก่อนและต้องดูด้วยว่าสังคมจะยังยอมรับหรือไม่

 "ถ้ารับได้หนังเรื่องนี้ก็จะยังเหมือนเดิม แต่ถ้าสังคมรับไม่ได้เราก็คิดไว้ว่าอาจต้องตัดบทของฟิล์มออกไปเลย หรือไม่ก็หาคนมาแทน แต่บทภาพยนตร์ก็ต้องเปลี่ยนใหม่ด้วย ตอนนี้คิวนักแสดงก็รวนเล็กน้อย เราก็พยายามถ่ายเจาะคนอื่นๆ ไปก่อน โดยเว้นบทของฟิล์มไว้ ผมว่าน่าจะสรุปได้อีกทีอาทิตย์หน้า ว่าจะตัดฟิล์มออกจากภาพยนตร์หรือเปล่า" นายองอาจ กล่าว

ส่อหลุดทูตวัฒนธรรมเกาหลี

 ขณะที่ ฮงจีฮี หรือตุ๊กตา กรรมการผู้จัดการ บริษัท แฮปปี้ โคเรีย บาย เคทีซีซี จำกัด ที่ปรึกษาประธานาธิบดีเกาหลีใต้ประจำประเทศไทย ด้านวัฒนธรรม และเป็นรองประธานหอการค้าเกาหลี-ไทย กล่าวเกี่ยวกับตำแหน่งทูตวัฒนธรรมไทย-เกาหลีของฟิล์มว่า โดยปกติประเทศเกาหลีค่อนข้างอ่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้มากๆ โดยเฉพาะเรื่องสิ่งเสพติด หรือความประพฤติที่ไม่เหมาะสมของดาราวัยรุ่น

 "และเนื่องจากปีนี้ คุณฟิล์ม เป็นทูตวัฒนธรรมไทย-เกาหลี แต่เนื่องจากทูตวัฒนธรรมนั้นจะเป็นปีต่อปี ตอนนี้คงต้องรอผลสรุปจากรัฐบาลเกาหลีก่อนว่าจะปลดนักแสดงหนุ่มหรือไม่ ทางรัฐบาลจะออกเป็นลายลักษณ์อักษรอีกทีหนึ่ง" ตุ๊กตากล่าว