บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - มนต์รักปรองดอง

มองผ่านเลนส์คม - มนต์รักปรองดอง

20 ก.ย. 2553

พักนี้ข่าวใหญ่ในบ้านเรา นอกจากกรณี "พระปราโมทย์-ฆราวาส" หรือ "ฟิล์ม-แอนนี่" ก็มีข่าวนักการเมืองเสนอแผนปรองดอง ด้วยการออกกฎหมายนิรโทษกรรมผู้ชุมนุมทางการเมือง

 ประเด็นดังกล่าว ต่างฝ่ายต่างมีความเห็นแตกต่างกันไป คนส่วนหนึ่งอยากเห็นคนไทยปรองดองกันในเร็ววัน แต่ประสบการณ์ในอดีตบอกว่า ต้องใช้ "เวลา" และ "เงื่อนไข" ทางการเมืองที่เหมาะสม

 จำได้ว่าเมื่อสองเดือนที่แล้ว เคยเขียนถึง "บทเรียนการปรองดองของลาว" ซึ่งจากวันที่ "ลาวฝ่ายซ้าย" ได้รับชัยชนะ จนถึงวันนี้ 35 ปีผ่านไปแล้ว

 ความไม่ไว้วางใจกัน ความหวาดระแวงกันของ "ลาวฝ่ายขวา" ก็ยังดำรงอยู่ แม้ฝ่ายผู้ชนะจะปรับเปลี่ยนนโยบาย ด้วยการ "เปิดประเทศ" อ้าแขนรับคนลาวในต่างแดนมาหลายปีแล้ว

 แต่ "บาดแผล" ของสงครามฝ่ายขวา-ฝ่ายซ้าย ยังบาดลึกอยู่ในใจของผู้คนรุ่นก่อน
 งานเฉลิมฉลองการสถาปนา "เวียงจันทน์" เป็นเมืองหลวงของลาวครบรอบ 450 ปี ที่จะมีขึ้นวันที่ 15-21 พฤศจิกายน 2553 จึงหมายถึงการมุ่งไปสู่การปรองดองชาติอย่างไม่ต้องสงสัย

 นี่คือ "ยุทธศาสตร์ลาวในดึงลาวนอก" ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่การเป็นเจ้าภาพซีเกมส์เมื่อปลายปีที่แล้ว
 ฉะนั้น ทีวีลาว 2 ช่องที่รับชมได้ทางจานดำ ไม่ว่าจะเป็นลาวสตาร์ หรือโทรทัศน์แห่งชาติช่อง 3 ต่างแข่งกันโหมโฆษณางาน 450 ปี เวียงจันทน์กันเต็มที่

 อย่างเช่นรายการเพลงช่วงเช้าทางช่องลาวสตาร์ ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็น "ลาวนอก" ในสหรัฐอเมริกา และแคนาดา ก็มีโฆษณาชิ้นหนึ่งของ "บริษัทท่องเที่ยว" ที่เปิดบริการ "จัดหาคู่" ให้ลาวในและลาวนอก

 โดยรับประกันหมั้นหมายกันได้ภายใน 6 เดือน และการันตีว่าจะแต่งงานได้ภายใน 1 ปี
 ตอนแรกดูโฆษณาชิ้นนี้รู้สึกแปลกๆ แต่เมื่ออ่านคอลัมน์ของ ทรงฤทธิ์ โพนเงิน เรื่อง "ลาวในเริ่มปฏิบัติการปรองดองลาวนอก" ในเนชั่นสุดสัปดาห์เล่มล่าสุด จึงเข้าใจว่ามันเป็นนโยบายระดับชาติ

 ผู้เขียนคอลัมน์ดังกล่าวอ้างคำแถลงของ เหียม พมมะจัน รัฐมนตรีช่วยว่าการต่างประเทศ (อดีตเอกอัครราชทูตลาวประจำประเทศไทย) ว่า ทางการลาวจะให้การสนับสนุนส่งเสริมและอำนวยความสะดวกในทุกๆ ด้านแก่คนลาวในต่างประเทศที่ต้องการจะเดินทางกลับคืนมาลาว

 "ในเบื้องต้นนี้พวกเฮาจะอำนวยความสะดวกในการไปการมา การเยี่ยมการยาม การแต่งดอง (แต่งงาน) ระหว่างคนลาวในกับคนลาวที่อยู่นอก หรือว่าการมาอยู่ในลาวอย่างถาวรของเขาเจ้า (ลาวนอก) นั้น พวกเฮาก็จะอำนวยความสะดวกให้พวกเขาเจ้าทางด้านนิติกรรม"

 รัฐบาลลาวเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้มาก เพราะวันเวลา 35 ปีที่ล่วงผ่าน สมควรแล้วที่คนลาวในต่างแดนนับแสนๆ จะได้หวนคืนบ้านเกิด
 ได้ฟังเสียงคนลาวนอกโทรศัพท์เข้ามาในรายการเพลงแล้ว รู้สึกสะท้อนหัวใจ เนื่องจากพวกเขาต่างตื่นเต้นดีใจที่ได้ "ทีวีดาวเทียม" เป็นสื่อกลางเชื่อมใจลาวสองโลก

 หลายคนจากมาตุภูมิไปนานกว่า 30 ปี และยังไม่เคยกลับมาเยี่ยมดินแดนจำปาเลยสักครั้ง 
 กลยุทธ์ลาวในดึงลาวนอก ด้วยเสียงเพลงผ่านทีวีดาวเทียมข้ามฟ้า ข้ามน้ำ ข้ามทะเลไปถึงอีกฟากฝั่งของโลก กำลังเดินหน้าอย่างได้ผล

 จึงต้องยกนิ้วให้ชาติเล็กๆ ริมฝั่งโขงฝั่งซ้าย..ผู้ที่มีโอกาสได้ใช้ 3จี ก่อนคนฝั่งขวา!

"แคน สาริกา"