บันเทิง

เล่นหูเล่นตา-ความสุขของพุงกะทิ : ตอน บ้านนากับตายาย

เล่นหูเล่นตา-ความสุขของพุงกะทิ : ตอน บ้านนากับตายาย

30 มี.ค. 2552

ช่วงสั้นๆ ที่ฉันได้อยู่กับตายายในตอนเด็กๆ ได้สัมผัสความเป็น “บ้านนอก" ความเป็นธรรมดาสามัญและธรรมชาติ ทำให้ฉันเข้าใจในสรรพสิ่ง ความเท่าเทียมกันของคน และตนเอง วิถีชนบทได้หล่อหลอมให้ฉันเป็น “ฉัน" ในทุกวันนี้…คนธรรมดาแบบที่ตายายเลี้ยงมา

 ฉันจำได้ว่ายังเด็กมากในเวลานั้น แม่กับเตี่ยพาไปเยี่ยมตายายเป็นครั้งแรก รู้สึกว่าบ้านตายายไกลจัง…จากตัวเมือง จ.ขอนแก่น ต้องเหมารถสองแถวเข้าไปอีกไกล ฝุ่นแดงฟุ้งตลบตลอดทางเข้าหมู่บ้าน ฉันก้าวลงจากรถ แม่วิ่งไปกอดตายาย น้าๆ วิ่งมากอดฉัน เด็กๆ แถวนั้นวิ่งมามุงกัน เด็กบ้านนอกหน้าตามอมแมม ขี้มูกเปรอะหน้าลายเป็นแมว ดวงตาแป๋วแหววใสซื่อหลบตาทุกครั้งที่ฉันมองไป คงคิดในใจว่า "คนกรุงเทพฯ หน้าตาแย่อย่างนี้เอง" เสื้อคอย้วยขาดเป็นรู เท้าเปล่าเปรอะดิน ดูน่ารักและน่าสงสารในเวลาเดียวกัน

 "เอาขนมแจกน้องๆ สิลูก" แม่ยื่นขนมให้ฉันส่งให้พวกเด็กๆ เพิ่งรู้ว่าทำไมแม่จึงเตรียมเสื้อผ้า ขนม และของกิน ใส่กล่องเบ้อเริ่มทุกครั้งที่มาบ้านตายาย...แม่กลัวลูกไม่มีเพื่อน เพราะลูกหน้าตาดีมาก แม่จะสอนพวกเราเสมอให้รู้จักแบ่งปันโดยเฉพาะคนที่ด้อยกว่า

 เด็กเล็กและโตกว่าฉัน ทำท่าลังเล แล้วยื่นมือมารับขนมที่ส่งให้อย่างกลัวๆ (กลัวหน้าคนให้ขนม) แล้วเอาไปแบ่งกันกินอย่างตื่นเต้น ขนมธรรมดาๆ ที่ฉันเชิดใส่ ดูมีค่ามากมายต่อเด็กบ้านนอกเหล่านี้...

 หลังพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า คนในบ้านใต้ถุนสูงที่ฉันอยู่จะจุดตะเกียงน้ำมันกลิ่นเขม่าควันจากเชือกชุ่มน้ำมันยังติดจมูกฉันเหมือนกับมันอยู่ตรงหน้าทุกครั้ง ที่นึกถึงแต่บ้านที่ฐานะดีจะมีตะเกียงเจ้าพายุใช้ (ไฮโซบ้านนอกของจริง) ไฟฟ้ายังไม่มา น้ำประปาก็อย่าไปฝัน  

 ต้องออกไปตักจากบ่อน้ำของหมู่บ้านแล้วเอามาเทใส่ตุ่มไว้ใช้ ส่วนน้ำกิน ก็เป็นน้ำฝนที่เก็บไว้ในโอ่งแดงใบใหญ่ตอนช่วงหน้าฝน เอาไว้กินตลอดปี ทีวี ตู้เย็น ช่างห่างไกลเหลือเกิน ความบันเทิงใกล้ตัวจึงมีแค่วิทยุทรานซิสเตอร์ใส่ถ่านตรากบ ที่น้าของฉันชอบเปิดละครวิทยุฟังตอนซักผ้า ตัวบ้านที่ฉันอยู่เป็นไม้ แต่ส่วนที่กั้นห้องเป็นสัดส่วนคือ “ฝาขัดแตะ“ ที่ใช้ไม้ไผ่สานขัดกัน จะมีรูปดาราดังติดอยู่ ทั้งสรพงศ์ ชาตรี ทูน หิรัญทรัพย์ เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ (ทันมั้ย?) เพราะน้าสาวของฉันบ้าดารา!

 เมื่อไม่มีอะไรให้เล่น สนามเด็กเล่นของฉันจึงเป็น สวนของยาย และ ทุ่งนาของตา สวนของยายจะมีต้นละมุดต้นใหญ่ ฉันชอบปีนขึ้นไปเก็บลูกละมุดห่ามๆ มากิน ยางก็เยอะ ฝาดก็ฝาด เพราะถ้ารอยายบ่มให้สุกในถังข้าวสารของยายคงอีกหลายวัน กว่าจะได้กินก็หายอยากแล้ว กล้วย มะม่วง มะยม มะละกอ พริก ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ยกมาทั้งสวน เอามาทำกินกันตลอดปีฝีมือยาย

 ยายเป็นผู้หญิงเก่งอีกคนที่ฉันรู้จัก ปลูกพืช ปลูกผัก เลี้ยงไหม ทอผ้า ทำผักดอง ทำปลาร้า ทำเส้นขนมจีน มัดข้าวต้มมัด สารพัดจะทำจำกันไม่หมด ถ้ายายยังไม่ตาย มาร์ทา สจ๊วต (Martha Stewart) คงไม่ได้เกิด! อาหารหลักของบ้านตายาย คือ ส้มตำปูปลาร้า ไม่ต้องซื้อหามาสักอย่าง เครื่องปรุงมีครบ แม้แต่ปู น้าของฉันจะออกไปจับปูนา โดยการเอาเสียมไปขุดรูมัน แล้วเก็บใส่ถัง เอากลับมาแช่น้ำปลา บางทีก็จับปลามาทำกับข้าวกิน ถ้าได้เยอะกินมื้อเดียวไม่หมดก็จะเอามาแล่ตากแห้งเป็นปลาแดดเดียว ย่างหอมๆ กินกับข้าวเหนียว อร่อยดี ...ฉันโตมาแบบนี้

 ตาของฉันเป็นแขกตัวสูง คงประมาณ 190 ซม. เวลาตานั่งชันเข่า เข่าสูงบังหน้า จมูกโด่งปลายงุ้มแบบแขกขาว ผมหนาหยักศก ขนดกตามแขนขา แต่ไม่ยักกะถ่ายทอดมาสู่ฉัน ไม่งั้นคงหน้าตาดีไปแล้ว เชื้อเตี่ยคงแรงกว่าตา หน้าตาฉันเลยถอดจากเตี่ย 100% ...เซ็งเลยตู! ตาเป็นคนธรรมมะธัมโม เข้าวัดเข้าวา ทำบุญถือศีล ตาใจดี แต่ยายใจร้าย ถึงยายดุ แต่ฉันก็ยังดื้อ (กลัวที่ไหน!) บ้านตายายอยู่ใกล้วัด เดินไปนิดเดียวก็ถึง ตายายชอบไปวัด ถวายเพล พาฉันไปนั่งฟังพระสวด พอยายเผลอฉันก็ไปเล่นทรายที่ลานวัด เก็บดอกจำปาที่ร่วงลงพื้นกลับมาลอยน้ำที่บ้าน ฉันจะไม่ชอบไปวัดก็ตอนที่เขาจัดงานศพ สวดเสร็จเขาจะแบกโลงศพไปเผาที่เชิงตะกอนในป่า ตอนช่วงโพล้เพล้...น่ากลัวมาก...ก

 เวลาตากับน้าๆ ต้อนวัวควายไปนา ฉันก็จะเดินตามอย่างสนุกสนานตามประสาเด็ก ฉันเคยเดินหลง ทุกคนต้องออกตามหาจนค่ำกว่าจะเจอ แหกปากร้องไห้จนตาปูด ไม่ได้กลัวความมืด แต่กลัวตัวเอง! เรื่องหลงทาง ไม่ฉันก็ลูกวัว ลูกควาย จะผลัดกันหลงแล้วให้คนที่บ้านตามหาอยู่ประจำ ไม่เคยจำทางได้ซะที ตอนเด็กหลงทาง ตอนโดนหลงผู้ชาย...ควายจริงๆ !

 ฟ้ามืดลงเมื่อใด เสียงจักจั่นก็ประสานกันเซ็งแซ่ ยายจุดตะเกียงน้ำมันแล้วก่อไฟในครัว กลิ่นข้าวเหนียวหุงใหม่หอมกรุ่น กับข้าว ถูกวางเรียงในสำรับ แล้วยกมาวางให้ทุกคนในบ้านล้อมวงกินข้าวร่วมกัน เพื่อนบ้านต้อนฝูงวัวควายผ่านหน้าบ้าน คนในบ้านตะโกนเรียก...

 “มาๆ… มากินข้าวด้วยกัน"

 บนผืนดินแห้งแล้ง แต่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำใจ จะมีอะไรที่ฉันควรเรียนรู้มากไปกว่านี้...เติบโตเป็นคนดีมีน้ำใจ

 ฉันไม่ได้เรียนรู้จากคำสอน แต่ฉันจดจำและทำตามตัวอย่างที่ตายายทำให้เห็นจากวิถีชีวิตอันแสนเรียบง่ายและธรรมดา...ให้ชีวิตและธรรมชาติมันสอนเรา

 ขอบคุณธรรมชาติ...ขอบคุณตายาย

 เจนนิเฟอร์ คิ้ม