
"แอนนี่"ยันไม่ทำร้าย"ฟิล์ม"ขอเลี้ยงลูกเอง
"แอนนี่" ร่ำไห้ไม่ขอตรวจดีเอ็นเอ แจงเพราะ "ฟิล์ม" ไม่แสดงความบริสุทธิ์ใจตั้งแต่แรก ยันขอเลี้ยงลูกเพียงลำพัง ฝากคำพูดถึงนักร้องังภายภาคหน้าหากรู้ความจริง อย่ามายุ่งกับลูก หรือแสดงความเป็นพ่อ เผยตั้งชื่อลูก "ทีฆายุ" ด้าน "ฝ้าย" ยอมรับนักร้องหนุ่มเครียด
เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์กันต่อไป หลังจากนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ ฟิล์ม ออกมาแถลงข่าวยอมรับว่าเคยคบ แอนนี่ บรู๊ค ดาราสาวที่เคยร่วมงานในเรื่องปีศาจแสนกล พร้อมขอตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์ก่อนจะรับผิดชอบเป็นพ่อของเด็ก จนกลายเป็นข่าวทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์อยู่ในขณะนี้ ล่าสุดนักแสดงสาวออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ "เรื่องเด่นเย็นนี้" ด้วยสีหน้าอมทุกข์ พร้อมอุ้ม ด.ช.ทีฆายุ แก้วไทรหาญ ลูกชายวัย 3 เดือน ยืนยันจะไม่ทำร้ายฟิล์ม ถ้าทำร้ายคงทำไปนานแล้ว คงไม่มานั่งปิดถึงทุกวันนี้ ต้องอยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ ไม่มีความสุข คุยกับใครไม่ได้
"วันนี้ประเด็นที่จำเป็นต้องออกมาพูด คือเรื่องดีเอ็นเอ สิ่งที่เขาพูดในวันที่แถลงข่าว แล้วทำให้เรารู้สึกแย่ คือประเด็นเรื่องดีเอ็นเอ ตัวฟิล์มก่อนเขาจะแถลงข่าวก็ขอโทษหนู ที่ต้องออกมาพูด เขาบอกว่า ขอพูดนะ ตั้งแต่หนูท้อง พอบอก เขาตกใจ แต่ว่าไม่ได้ปฏิเสธ พอท้องได้ 4 เดือน หนูบอกว่าเราไปตรวจดีเอ็นเอกันไหม หนูชวนเขา โดยที่หนูจะปิดให้ ทุกอย่างจะเงียบ ไม่มีข่าวออกมาแน่นอน แต่ที่ตรวจเพราะต้องการให้ครอบครัวเขามั่นใจว่าลูกในท้องหนูเป็นลูกและหลานของพ่อแม่เขา ตอนที่หนูรู้ว่าตัวเองท้องหนูดีใจ แต่ฟิล์มไม่ถึงกับดีใจ จะเป็นลักษณะตกใจมากกว่า หนูเข้าใจ เพราะเรื่องนี้มันคืออนาคตทั้งชีวิตของเขา ต้องแย่แน่ๆ ตอนนั้นฟิล์มมีท่าทีสับสน ตกใจ และกลัวจะเป็นข่าว" แอนนี่กล่าวทั้งน้ำตา พร้อมเขย่าลูก โยกเก้าอี้ เพื่อเป็นการกล่อมไม่ให้ร้อง ก่อนจะกล่าวเสียงเศร้าว่า เหตุผลที่อยากไปตรวจตอนท้องได้ 4 เดือน เนื่องจากรู้มาว่า 4 เดือน จะสามารถเจาะน้ำคร่ำ ตรวจผลได้แล้ว
"พวกเขาจะได้สบายใจ ลูกในท้องเป็นลูกและหลานเขาแน่ๆ แต่เขาไม่ตรวจ หนูบอกเขาว่าไม่ต้องกลัวนะ ถ้าผลออกมาใช่ หนูจะให้ผลกับเขาไปเลย หนูไม่ได้จะทำร้ายเขา ไม่ได้เรียกร้องเงินทองอะไรเลย ตรวจเพื่อให้พวกเขาสบายใจ หนูสบายใจ จะได้ไม่มีอะไรค้างคากัน แต่ที่เขาไม่อยากตรวจอาจจะกลัวว่าหนูจะแบล็กเมล์ เรื่องนี้หนูคิดเองนะ เป็นหนู หนูก็คงคิด คบกันมันไม่ได้นานแบบ 2-3 ปี เขาจะไว้เนื้อเชื่อใจหนูได้เหรอ หนูยังบอกว่า ถ้าไม่สะดวกใจตรวจเมืองไทย ไปตรวจที่เมืองนอกก็ได้ หรือถ้าไม่ว่าง เอาผมเขามาก็ได้ เดี๋ยวไปตรวจให้ แต่ฟิล์มขอว่า ไม่ตรวจ บอกไม่เป็นไร เขาเชื่อ และไม่อยากเอาอะไรออกจากตัวเขาเลย จากนั้นก็หายไปเลย หายไปตั้งหลัก หรือสับสนหรือเปล่าไม่รู้" แอนนี่กล่าวพร้อมน้ำตาไหลพราก
ถามถึงความสัมพันธ์ ตอนที่คบกันช่วงถ่ายทำละครเรื่องปีศาจแสนกลเป็นอย่างไรบ้าง นักแสดงสาวกล่าวว่า เลิกงานเจอกัน ต่างคนต่างมีความจริงใจ รู้สึกดี ตอนนั้นรู้สึกว่าฟิล์มรัก ส่วนที่ไม่ป้องกัน ไม่ใช่ว่าอยากท้องไม่มีพ่อ ไม่ได้อยากเป็นซิงเกิลมัม ไม่อยากไม่แต่งงาน ผู้หญิงทุกคนอยากแต่งงานกันทั้งนั้น ตอนนั้นก็มั่นใจ ถามกันว่า เชื่อใจกันนะ
"เขาไม่มีคนอื่น เราไม่มีคนอื่น ตอนท้องหนูอยู่คนเดียว หนูยังโทรไปหาเขา หนูต้องปิดทุกคน พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ไม่มีใครรู้ หนูอยู่ในบ้านคนเดียว หนูกลัวไปหมด จะกิน จะนอน หนูส่งข้อความหา เขาก็โทรมาเหมือนกัน ฟิล์มเป็นคนมีจิตใจดี แต่ด้วยความที่เขากลัว เราพยายามติดต่อ แต่เขาคุยได้แป๊บเดียว 2 นาที เพราะเขายุ่งมาก งานเยอะ หรือบางทีโทรไปไม่รับสาย หลายๆ ครั้ง เขาโทรกลับมา บอกทำงานอยู่ หนูบอกไม่เป็นไร หนูเหนื่อย หนูเหงา หนูส่งข้อความไปบอกเขา" แอนนี่กล่าวเสียงเศร้า
ส่วนประเด็นเรื่องตรวจหรือไม่ตรวจดีเอ็นเอ แอนนี่บอกว่า มาถึงวันนี้คงไม่ตรวจแล้ว "หนูก็คิดเลยว่า ลูกคนเดียวแม่เลี้ยงได้ แม่ดูแลได้ ไม่มีพ่อไม่เป็นไร" แอนนี่กล่าวเน้นคำก่อนจะร่ำไห้และกล่าวต่อว่า "อย่างน้อยแม่ทำผิด ผิดพลาดที่ไม่ได้ดูแลตัวเอง แม่จะไม่ผิดซ้ำสอง โดยจะไม่ทำแท้งเด็ดขาด จะไม่ฆ่าเลือดเนื้อตัวเอง มีคนบอกหนูว่าทำไมไม่ทำแท้ง ไม่เอาออก อนาคตยังมีอยู่ ถ้ามาแบบนี้อนาคตก็จะดับ แต่หนูไม่ทำ ตั้งใจจะเลี้ยงเอง หนูตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ตรวจ ถ้าเกิดว่าเขาจะต้องมารับผิดชอบลูก เพราะสังคมบีบบังคับ อย่าดีกว่า เขาไม่ได้ทำแต่แรก ไม่ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจตั้งแต่แรก ถ้าหากทำเพื่อสังคมบีบบังคับ ไม่เป็นไร หนูเลี้ยงเอง ไม่ต้องมาตรวจแล้ว"
"เราต้องขับรถไปคลอดลูกเอง ตอนที่คลอดลูก ก็ไม่มีใครอยู่ข้างๆ เข้าใจความรู้สึกไหม ผู้หญิงคนหนึ่งไปคลอดลูกคนเดียว ทั้งที่ต้องการกำลังใจ อยากให้ใครมายืนข้างๆ แต่มันไม่มี การตรวจดีเอ็นเอ ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกที่โดนทิ้งให้โดดเดี่ยวหายไปได้แลย และวันนี้ถ้าเขามาขอตรวจดีเอ็นเอ ถ้าผลออกมาว่าเขาเป็นพ่อ แอนนี่ขอได้ไหม ว่าอย่ามายุ่งกับลูกแอนนี่ อย่ามาแสดงความเป็นพ่อ เพราะลูกเป็นสิทธิ์ของแอนนี่เท่านั้น แอนนี่ขอแค่นี้ ถามว่าเรื่องนี้สอนอะไรบ้าง จริงๆ ลูกไม่ได้เกิดจากความผิดพลาด ลูกคนนี้เกิดจากความรัก ซึ่งเมื่อเขาโตขึ้น แล้วรับรู้เรื่องนี้ แอนนี่ก็จะบอกเขา ว่าถึงแอนนี่จะทำผิดพลาดมาครั้งหนึ่ง แต่แอนนี่จะไม่ยอมทำผิดพลาดโดยการทำลายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง แอนนี่ว่าลูกคงดีใจที่มีแอนนี่เป็นทั้งพ่อและแม่ในคนเดียวกัน" แอนนี่กล่าวจริงจัง
อย่างไรก็ตาม แอนนี่บอกว่า "อยากจะให้เรื่องราวจบเพียงเท่านี้ อนาคตของเขา ขอพี่ๆ ด้วย ไม่ใช่จะบังคับ ส่วนตัวอยากทำงานเลี้ยงลูกต่อไป ฟิล์มเป็นซูเปอร์สตาร์ อยากให้ได้ทำงาน ไม่อยากทำให้เขาต้องหล่นลง หรือตกต่ำเพราะตน พร้อมบอกด้วยว่า หากไม่รักคงไม่ทำให้ขนาดนี้ และอยากจะบอกลูกเมื่อเติบโตขึ้นมาว่า แม่ขอโทษที่เป็นแบบนี้ หนูไม่ได้ขาดอะไร ไม่ได้มีปมด้อย หนูโชคดีกว่าคนอื่น ที่มีพ่อกับแม่ในคนคนเดียวกัน"
ด้าน น.ส.อริญรดา ปิติมารัชต์ หรือฝ้าย นักร้องสาวที่เคยตกเป็นข่าวคบหากับฟิล์ม กล่าวว่า รู้สึกช็อกและเสียใจกับข่าวที่เกิดขึ้น รับได้หากผลตรวจดีเอ็นเอออกมาเป็นลูกของศิลปินหนุ่มจริง หลังเกิดเรื่องได้คุยกับฟิล์มถึงเรื่องราวว่าเป็นมาอย่างไร ฟิล์มให้คำตอบว่ารอเรื่องตรวจดีเอ็นเอ จะเป็นอย่างไร ส่วนตนก็ให้กำลังใจ บอกว่าไม่ต้องเครียด
"เพราะเขาก็เครียดเหมือนกัน เราก็ให้กำลังใจเขามาตลอด คืออยู่ข้างๆ กัน หลังจากนี้ถ้าเรื่องจบเรียบร้อยค่อยว่ากัน แต่ต้องขึ้นอยู่กับความถูกต้องมากกว่า หลังจากมีข่าวออกไป ตัวฝ้ายเริ่มมีพี่ๆ นักข่าวโทรมา แต่ตอนนี้ฝ้ายยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย รู้ทางบีบีจากเพื่อนๆ บ้าง ว่ามีข่าวฝ้ายออกมาด้วย แต่ฝ้ายยังไม่ได้อ่านเลย" นักร้องสาวกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ความสัมพันธ์กับฟิล์มอยู่ในฐานะอะไร ดาราสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงเบาๆ ว่า ที่ผ่านมาคุยกับนักร้องหนุ่มมาโดยตลอด ไม่ได้คุยกับใครเลย ส่วนที่ฟิล์มออกมาแถลงข่าว ไม่ได้ดูเลย คือตอนนี้ไม่อยากรับสื่อ ใครจะเล่าให้ฟัง ไม่อยากรับรู้ ขอฟังจากฟิล์ม ตอนนี้ยังคุยกันอยู่ ฟิล์มแค่บอกว่าผลตรวจเป็นอย่างไรก็รับได้ ส่วนตนก็ยินดี และยอมรับ และได้บอกกับฟิล์มไปว่า ดีแล้วฟิล์มทำถูกต้อง ทำแล้วยอมรับ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี
"ฝ้ายอยากให้ฟิล์มเคลียร์ปัญหาของเขาก่อน ข่าวที่เกิดขึ้น ฝ้ายไม่รู้เรื่องเลย รู้พร้อมพี่ๆ นักข่าว จึงช็อกมาก ถามว่าเสียใจไหม ฝ้ายว่าเป็นธรรมดา เพราะเป็นคนที่คุยกันอยู่ เพราะเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก โดยที่เราก็ยังไม่รู้เรื่องเลย พอรู้ข่าวก็อึ้งก็เครียดเหมือนกัน และไม่คิดจะเคลียร์กับแอนนี่ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา ไม่อยากยุ่ง อีกทั้งให้เกียรติฟิล์มด้วย" ฝ้ายกล่าว
ขณะเดียวกัน ภายหลัง แอนนี่ บรู๊ค ออกมาเปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อสาธารณชนในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อสอบถามความคืบหน้าทางฝั่งของฟิล์ม แต่ไม่สามารถติดต่อได้



