
An Affair รักที่ต้องยับยั้งชั่งใจ
เป็นเรื่องปกติที่เวลาเจอเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ในแวดวงการงาน แล้วหัวข้อหนึ่งที่พวกเขามักจะชอบคุยกันก็คือ คนรักที่มีอยู่นั้นที่ดูเหมือนว่าแน่ๆ หรือชัวร์ วันหนึ่งจะมีความรู้สึกว่าไม่ชัวร์หรือ(อาจจะ)ไม่ใช่ขึ้นมา
ท่ามกลางการรุกเร้าของชีวิตสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยความอลหม่านของสิ่งต่างๆ เป็นธรรมดาที่จะทำให้ใครสักคนรู้สึกว่า ตัวเองพบ 'เนื้อคู่' จริงๆ
และความรู้สึกแบบนี้ไม่ได้เป็นแค่กับคนที่ยังไม่ได้ลงหลักปักฐานกับใครแค่นั้น เพราะบางคนที่ลงเสาเข็มสร้างบ้านกันไปแล้ว บางทีก็ถามตัวเองบ่อยๆ ว่าคนที่ฉันนอนอยู่ข้างๆ เขา ข้างๆ เธอนั้น ตกลงเป็นคนรักหรือคนที่ฉันรักแน่ๆ หรือเปล่า
ถึงแม้ ซูยุน(ลี มีซุก) จะไม่ได้พูดประโยคนี้ออกมา แต่บางทีเธออาจจะกำลังคิดถึง มันอยู่ในใจดังๆ ซูยุน ได้พบและรู้จักกับ วูอิน(ลี จุงเจ)คู่หมั้นของน้องสาว ซึ่งทั้งสองคนต่างกำลังรอการกลับมาของเธอจริงๆ
ทั้งคู่เห็นหน้าค่าตากันแล้วล่ะที่สนามบินในวันที่ต่างคนต่างไปรอรับแฟนสาวและน้องสาวของตัวเองตั้งแต่ต้นเรื่อง และแม้จะคลาดกันไปในฉากแรกๆ แต่โอกาสที่ทั้งคู่จะมีความสัมพันธ์กันก็ยังผ่านเข้ามา
การนอกใจสามีของ ซูยุน กับย้ายความรู้สึกจากน้องสาวไปสู่ของตัวพี่ของ วูอิน นั้น เอาเข้าจริงๆ แล้ว มีสาเหตุหรือน้ำหนักจากการมีโอกาสใกล้ชิดกัน มากกว่าแค่เห็นหน้าแล้วมีชู้ทันทีอะไรแบบนั้น (แบบหนังบางเรื่อง)
มันคือสิ่งที่เรียกว่า Opportunity ในมูลเหตุพื้นฐานสามอย่างที่คนเรามักจะเกิดการนอกใจ(infidelity)
ตามคำสันนิษฐานของจิตแพทย์ ผมเชื่อว่าการที่คนเรานอกใจคนที่ตัวเองคบหาอยู่นั้น มาจากโอกาสนี้มากที่สุด มากกว่าทางอื่นๆ ที่พลัดหลงเข้าไป
หลายๆ ครั้งเรามักคิดว่าการไปทาน 'ข้าวมื้อเย็น' เพียงครั้งเดียวกับใครสักคนที่ไม่ใช่แฟน ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะในเมื่อตราบใดที่เขาหรือเธอเป็นแค่เพื่อน มันก็เพื่อนเท่านั้น
แต่เรื่องหนึ่งที่ใครบางคนอาจจะยังไม่รู้ก็คือ การนอกใจของคนหลายคู่ก็มาจากข้าวหนึ่งมื้อ หรือ หนังหนึ่งเรื่อง นั่นเอง
สำหรับ ซูยุน และ วูอิน เขาและเธอมีกิจกรรมร่วมกันมากกว่านี้ โดยเฉพาะเมื่อสามีของฝ่ายแรกง่วนอยู่กับงาน (ฉากหนึ่ง ซูยุน ต้องซื้อเสื้อใหม่ไปให้เขาเปลี่ยนในที่ทำงาน)
แต่การที่หนังเจตนาให้เราเห็นว่า สามีของ ซูยุน วุ่นวายกับสิ่งอื่นเกินไป ละเลยบางอย่างกับเธอบ้างนั้น เรื่องนี้อาจจะทำให้คนดูเห็นอกเห็นใจ ซูยุน อยู่บ้าง แต่มันไม่สามารถใช้เป็นเหตุผลที่เพียงพอในการรองรับความผิดของเธอ
เพราะคงเป็นเรื่องไม่ถูกไม่ควรที่ 'การมีชู้' จะลอยนวลไปด้วยการเอ่ยอ้างถึง 'เพราะความวุ่นวายของอีกฝ่าย' แค่นั้น เพราะความรักควรจะเป็นพันธมิตรแท้กับความอดทน
นี่หมายถึงว่าถ้าการนอกใจจะเป็นเพื่อนกับความไม่มั่นคง ไหวหวั่น ผมคิดว่าหนังไม่ได้ยืนอยู่ข้างเดียวกับ ซูยุน และ วูอิน แต่ก็มีลักษณะของการเข้าข้างอยู่กลายๆ จากการที่ทำให้สามีของเธอวุ่นกับการทำงานและเหมือนไม่แยแสความต้องการของเธอ
แค่นั้นดูจะยังไม่พอ เมื่อหนังเปิดตัวคาแรกเตอร์ของน้องสาว ซูยุน ออกมานั้น น้องสาวของเธอดูร้ายเหลือและไม่เรียบร้อยในกิริยาเท่าไหร่ เมื่อสามีไม่มีเวลา คนดูก็เห็นใจภรรยา เท่าๆ กับที่เมื่อน้องสาวร้ายเหลือ
ผู้ชมก็สงสารพี่สาว พาลไปถึงขั้นยกโทษให้ วูอิน ตั้งแต่เรื่องยังไม่แดงออกมา An Affair มีการใช้สัญลักษณ์(symbolic) อยู่อย่างหนึ่งที่บอกถึงภาวะของตัวละครในหนัง ซูยุนนั้นชอบให้เวลากับการจัดวางก้อนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุก้อนหินนั้นเคลื่อนที่ไม่ได้ มันหยุดนิ่งและเหมือนไม่มีชีวิต
ซูยุนเหมือนก้อนหิน ชีวิตการแต่งงานของเธอไม่ไปไหน สามีของเธอไม่มีสีสัน เวลาเธออยู่ในฉากเดียวกับสามี ซูยุน ไม่เป็นตัวเอง คนดูรู้สึกถึงบรรยากาศของกฎระเบียบและคำสั่ง เธอจึงมีสภาพเหมือนก้อนหิน
ก้อนหินไม่มีชีวิตชีวา แต่ก้อนหินเคลื่อนที่ได้โดยคนอื่น เวลาที่ ซูยุน อยู่กับชู้รักอย่าง วูอิน ฉากของหนังมักผ่อนคลาย
ให้ความรู้สึกสบายใจ แม้แต่ในฉากที่แคบเล็ก ก็บอกถึงความรู้สึกชิดใกล้มากกว่าอึดอัด กดดัน เหมือนอยู่กับสามีอย่างไม่เข้าข้าง ซูยุน, ผมคิดว่าถ้าจะมองเธอในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งด้วยสายตาที่พยายามจะเข้าใจ
เราก็อาจจะมีเหตุผลบางอย่างมาสนับสนุน โดยไม่ได้บอกว่าสิ่งที่เธอทำกับสามีนั้นถูกต้อง
หนังได้บอกเราว่า เธอไม่ได้รอบคอบหรือให้เวลาในการตัดสินใจแต่งงานมากนัก คิดอย่างร้ายๆ บางมีสามีเธออาจจะรวยหรือมีความมั่นคงให้
และมันไม่ใช่เรื่องบาปที่เธอจะคิดถึงสิ่งนี้ก่อนอย่างอื่น
อย่างอื่น ซึ่งอาจจะหมายถึงรักแท้, ผู้ชายที่เห็นคนแรกเมื่อตื่นนอนบนเตียง (แล้วมีความสุข) บางทีอาจเป็นไปได้ว่า ซูยุน คิดแบบนี้ ขณะที่ในใจเธอมีความรู้สึกแบบหนึ่งนอนหลับอยู่
มันคือความรักในแบบที่ฝันไว้ของผู้หญิง
พอการแต่งงานในระยะหนึ่งเริ่มทำให้เธอรู้สึกมั่นคงแบบน่าเบื่อ มีข้าวกินทุกมื้อแต่ไม่อร่อย
ความรู้สึกที่เคยนอนหลับมานาน ก็เริ่มตื่นขึ้น
พอลืมตาก็มองคนที่เคยคิดไว้ ฝันไว้ และพอมีโอกาสก็หาเวลาทำกิจกรรมร่วมกัน
หลังจากนั้น อะไรจะตามมาก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะคิด
สิ่งหนึ่งที่งดงามหลังพฤติกรรมแบบนี้มีอยู่อย่างหนึ่ง คือได้คิด, คิดได้ และถอนตัวออกมา
'ถอนตัวออกมา' นี่แหละ ที่ยากกว่าตอน 'กระโจนเข้าไป' หลายเท่า
"นันทขว้าง สิรสุนทร"



