
คมเคียวคมปากกา - ลูกทุ่งยุค 3จี
พักนี้คนไทยจะคุ้นกับคำว่า "3จี" มากขึ้น เพราะคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กำลังเปิดประมูลใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3
สำหรับคนลูกทุ่งอย่างเรา คงไม่ต้องไปลงลึกในรายละเอียดของเรื่องนี้ แต่ควรรับรู้ไว้บ้าง เพราะความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีได้ส่งผลกระทบถึงตลาดเพลงลูกทุ่งแล้ว
วันก่อนผมฟังนักจัดรายเพลงทางทีวี...อย่าไปรู้เลยว่าช่องไหน ได้เปิดประเด็นว่า เดี๋ยวนี้มีแต่เพลงซิงเกิ้ล ไม่มีใครทำเพลงแบบเต็มอัลบั้ม 10-12 เพลง น้ำเสียงของเขาตำหนิการกระทำดังกล่าวทำนองเอาเปรียบคนฟัง
จริงอยู่การทำเพลงซิงเกิ้ล ไม่ต่างอะไรกับ "กลยุทธ์ตีหัวเข้าบ้าน" เพราะมันสร้างเพลงขึ้นมาเพื่อขายดาวน์โหลด จึงมุ่งที่ทำเร็ว ขายเร็ว แต่ในเชิงธุรกิจต้องทำอย่างนี้ มิเช่นนั้นบริษัทก็เจ๊ง!
จำได้ว่าผมเคยเขียนถึงเรื่องนี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง โดยเล่าให้เห็นความผันแปรของตลาดเพลง จากยุคแผ่นเสียง คาสเซ็ทเทป และซีดี
มาถึงวันนี้ เทคโนโลยีมือถือพัฒนาไปเร็วมาก ไม่จำเป็นต้องไปซื้อเครื่องเล่นซีดี ซื้อแผ่นซีดี แค่กดปุ่มดาวน์โหลดเพลงเข้ามาไว้ในมือถือ อยากฟังเมื่อใด ก็ฟังได้ทันที
ฉะนั้นกระบวนการผลิตเพลงแบบ "ขายทีละเพลง" จึงเป็นทางรอดของค่ายเพลงในสถานการณ์ปัจจุบัน
แต่ในความเปลี่ยนแปลงนี้ ยังมี "คนลูกทุ่ง" อีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่ยอมรับความจริง และไม่ปรับตัวให้เข้ากับโลกดิจิทัล ชอบโอดครวญว่าอย่างโน้นอย่างนี้ หรือไม่ก็หลงใหลอยู่กับความสำเร็จในอดีต
คนลูกทุ่งพวกนี้ รวมทั้งนักจัดรายการคนนั้น ไม่ทราบหรือว่า เมื่อ 40 ปีที่แล้ว เราก็ขายกันทีละเพลงสองเพลง เพราะมันเป็นยุคแผ่นเสียง
ต่อมาเทคโนโลยีเครื่องเสียงได้ปฏิวัติอุตสาหกรรมดนตรีอีกครั้ง เมื่อเทปคาสเซ็ทเข้ามาแทนที่แผ่นเสียง จากขายกันทีละเพลงมาเป็นขายสิบเพลง หรือขายยกโหล
พอทำอัลบั้มขายชุดหนึ่งสิบเพลง ขายได้ขายดี คนลูกทุ่งบางกลุ่มก็หากินมักง่าย โดยชุดหนึ่งหา "เพลงหัว" สักเพลงหนึ่งไว้ล่อชาวบ้านให้ซื้อเทป ส่วนที่เหลือยัด "เพลงขยะ" ใส่เข้าไปให้ครบสิบเพลง
จึงอยากให้คนลูกทุ่งได้รู้ว่า ความตกต่ำหรือรุ่งเรือง อย่าไปโทษฟ้าโทษดิน มันขึ้นอยู่กับผู้คนในวงการนี้เป็นด้านหลัก
แทนที่จะนั่งตัดพ้อต่อว่าชะตาชีวิต ควรหันมาดูว่าเราจะปรับตัวให้สามารถอยู่ในยุคนี้ได้อย่างไร
แม้วันนี้ มีข้อมูลที่ว่าประชากร 25 เปอร์เซ็นต์ของประเทศเป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ต และมองให้ลึกลงไปจะพบว่าใน 25 เปอร์เซ็นต์นั้น คนใช้อินเทอร์เน็ต 80 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในกรุงเทพมหานคร
แต่เมื่อเทคโนโลยี 3จี ได้เริ่มใช้ในเมืองไทยอย่างเต็มรูปแบบ มันจะกระจายตัวสู่ชนบทอย่างรวดเร็ว ด้วยค่าบริการอินเทอร์เน็ตที่ถูกลง เหมือนกรณีค่าโทรมือถือในเวลานี้
ลองคิดดูเมื่อชาวบ้านเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ก็จะสามารถเลือกฟัง เลือกชมได้ตามที่ใจต้องการ เพราะมันมีสื่อให้เลือกรับชมมากมายหลากหลายเนื้อหา
เมื่อทุกคนเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ธุรกิจเพลงจะพลิกผันไปอีกแบบหนึ่ง ไม่ว่าค่ายใหญ่ค่ายเล็กหรือกลุ่มอิสระ ก็จะต่อสู้อย่างเท่าเทียมกัน และสู้กันด้วยฝีมือ
ยุคสมัยข้างหน้าคือจะแข่งขันกันที่ "เนื้อหา" หรือขายคอนเทนต์!
ช่องทางเผยแพร่ผลงานเพลงมิได้ถูกจำกัดเหมือนสมัยที่มีทีวีไม่กี่ช่อง วิทยุไม่กี่สถานี เช่น ในโลกออนไลน์ "ยูทูบ" ก็เป็นเวทีกลางให้ทุกศิลปินได้เปิดตัวสู่สายตาผู้ชม หากเราเก่งจริง ดีจริง มีมหาชนตอบรับ ก็จะมีคนวิ่งมาหาเอง
เลิกฟูมพายได้แล้วคนลูกทุ่ง เอาเวลาก่นด่าคนอื่นหันมาปรับตัวให้เข้ากับยุคเทคโนโลยี 3จี ไม่ดีกว่าหรือ?
"บรรณวัชร"



