
"ทรู" เร่งปรับกลยุทธ์ ยึดคุณภาพมากกว่าความนิยม
ถูกมองว่า นักล่าฝันจากบ้าน "ทรู แฟนเทเชีย" ไม่มีคุณภาพในฐานะนักร้อง เทียบเท่ากับนักร้องจากค่ายอื่นๆ แต่ ณ วันนี้ "ทรู แฟนเทเชีย" ได้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะนักล่าฝันที่จะออกอัลบั้มออกมาได้ ต้องมีมากกว่าฐานแฟนคลับที่ล้นหลาม เพราะต้องมีความสามารถในการร้องเพลงเป็
"เราคงห้ามเสียงวิจารณ์ที่ออกมาไม่ได้ แต่อยากให้หลายคนเปิดใจมากกว่านี้ เพราะตอนนี้เด็กของเราไม่พัฒนาไปมากขึ้น อย่างที่เห็นได้ชัดอย่าง นัท เอเอฟ 4 (ณัฐ ศักดาทร) ที่เพลงของเขาก็ติดชาร์ท และเป็นที่ยอมรับ เมื่อก่อนเพลงอาจมีแค่ ว่าน (ธนกฤต พานิชวิทย์) ที่เพลงติดชาร์ท แต่ถามเรื่องแฟนคลับนัท เขาแฟนคลับเยอะอยู่แล้ว แต่นัทเขาก็เลือกที่จะไปเรียนร้องเพลงเพิ่ม เพื่อให้หลายคนยอมรับ ซึ่งเราจะเห็นความแตกต่างของเราได้อย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่นัทเท่านั้น ที่ไปเรียนเพิ่ม ยังมีต้อล เอเอฟ 4 (วันธงชัย อินทรวัตร) นัททิว เอเอฟ 5 (ณัฏฐ์ ทิวไผ่งาม) แต่คนที่อยากให้จับตามองเป็นพิเศษ คือปั๊ม เอเอฟ 5 (สหรัส นฤคุปต์ชาญชัย) เพราะปั๊มคนจะมองว่าเขาร้องเพลงไม่ได้ แต่เดือนหน้าเพลงใหม่ของเขาจะออกมา แล้วทุกคนจะเห็นความเปลี่ยนแปลง เพราะนับจากนี้ไปเราไม่ได้มองแค่แฟนคลับเยอะ แต่จะมองเรื่องของคุณภาพมากยิ่งขึ้น ถ้าร้องไม่ได้ก็ยังไม่ให้ออกเพลง เพราะเราไม่ได้ทำเพลงให้แฟนคลับอย่างเดียว" ผู้บริหารหนุ่มเผย ก่อนจะเสริมต่อว่า ปีนี้จะเน้นการทำคอนเสิร์ต โดยจะเลือกเด็กที่มีความสามารถในการขึ้นเวทีใหญ่ได้
"อัลบั้มเราก็คงยังทำเหมือนเดิม แต่ด้วยความที่ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป โดยที่เห็นว่าเรามีการทำคอนเสิร์ตมากขึ้น แต่จริงๆ แล้วปีปีหนึ่งเรามีหลายคอนเสิร์ต เพราะการขึ้นคอนเสิร์ต เป็นเหมือนการช่วยพัฒนาศักยภาพให้กับเด็กๆได้ ให้เขาได้เรียนรู้ในการเอนเตอร์เทนคนดู อย่างเมื่อปีที่แล้ว เรามีการจัดคอนเสิร์ตแบทเทิล แล้วได้กระแสตอบรับดี ทำแล้วสนุก ปีนี้เราก็เลยอยากทำขึ้นมาอีก กับคอนเสิร์ตกรุงศรี เดอะ ยัง แบชเชอเลอร์ส แอนด์ ซิงเกิล เลดี้ แก๊งป่วน ก๊วนซ่า คอนเสิร์ต ที่เรารวมเอาน้องๆ ทั้ง 18 คน ผู้ชาย 9 คน ผู้หญิง 9 คนมารวมกัน (เลือกเด็กมาขึ้นเวทียังไง) อย่างแรกเลย เราเลือกจากความสามารถในการขึ้นเวทีใหญ่ได้ อย่างที่สองด้วยความที่คอนเสิร์ตนี้ เป็นคอนเสิร์ตที่ปะทะกันของผู้หญิงกับผู้ชาย เราต้องเลือกคนที่มีเคมีตรงกัน เข้ากันได้ เพราะมันเป็นแบทเทิลกัน เราไม่ได้เลือกที่ว่าคนนั้นมีแฟนคลับเยอะ เพราะคนที่มีแฟนคลับเยอะอาจจะไม่ได้ขึ้นคอนเสิร์ตก็ได้ ถ้าความสามารถและศักยภาพของเขาไม่พร้อม" อาจกิจกล่าว
ก่อนจะมาพูดถึงการเตรียมตัวต้อนรับสมาชิกใหม่ เอเอฟ 7 ที่มีกระแสออกมาอย่างต่อเนื่องว่าร้องเพลงไม่ดี แถมกลุ่มแฟนคลับยังน้อยกว่าทุกๆ ซีซั่นที่ผ่านมา โดยผู้บริหารทรู แฟนเทเชีย มั่นใจว่า นักล่าฝันซีซั่นล่าสุดฉายแววความตั้งใจทุกคน
"จริงๆ ตัวผมเองได้คุยกับน้องๆ เอเอฟ 7 ครบทุกคนแล้ว ซึ่งคนที่ได้ออกมาจากบ้าน ก็ได้มีการทำเพลงไปบ้างแล้วเหมือนกัน ส่วนเรื่องว่าลุคของแต่ละคนจะเป็นยังไงนั้น คือเรายังไม่เห็นภาพของเขาที่ชัดเจน แต่กระแสต่างๆ ที่ออกมา เราต้องยอมรับว่ามันต้องมีคนวิพากษ์วิจารณ์อยู่แล้ว เป็นเรื่องธรรมดา เราเองไม่ได้หนักใจในเรื่องนี้เลย เพราะเราเชื่อว่าน้องๆ แต่ละคนก็มีความสามารถอีกแบบหนึ่ง เรื่องของพรสวรรค์อาจจะไม่ได้มีติดตัวมาทุกคน แต่เรื่องของความตั้งใจ ผมเชื่อว่าน้องๆ ทุกคนมีตรงนี้ ผมมั่นใจว่าธรรมชาติของทุกคนต่างก็มีของดีของตัวเองทั้งนั้น เพียงแต่ว่าเราจะสามารถดึงของเขาออกมาได้มากแค่ไหนแค่นั้นเอง" บอสนักล่าฝันแจง ก่อนจะแอบหวั่นในเรื่องของอายุนักล่าฝันเอเอฟ 7 ที่น้อย จนอาจเกิดปัญหาระหว่างทำงานและการเรียน
"ตอนนี้สิ่งที่เราห่วงคือเรื่องของอายุที่น้อยมาก ของน้องๆ รุ่นนี้ พอออกจากบ้าน เราคงต้องคุยกับน้องๆ และคุณพ่อคุณแม่ว่าแต่ละคนจะแบ่งเวลาอะไรยังไง คือเรื่องนั้นเป็นเรื่องเดียวที่เราห่วง แต่ในเรื่องของศักยภาพของเขาเราไม่ได้เร่ง เพราะอย่างที่บอกว่าเขาอายุยังน้อย เขายังสามารถพัฒนาไปได้อีก เราไม่ได้คิดว่าตีเหล็กต้องตีตอนร้อนแล้ว คือเรารอได้ ค่อยๆ พัฒนากันไปเรื่อยๆ ส่วนเรื่องที่บอกว่าแฟนคลับเอเอฟ 7 น้อยกว่าทุกๆ ซีซั่น โดยส่วนตัวผมเองไม่ได้รู้สึกว่าเอเอฟ 7 เงียบ ผมไปดูที่ไรก็เต็มทุกที ผมเชื่อว่าฐานแฟนคลับเอเอฟมีอยู่อย่างเหนียวแน่น ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่" อาจกิจเปิดเผย



