บันเทิง

คมเคียวคมปากกา-นายกแจ่มชี้แจง

คมเคียวคมปากกา-นายกแจ่มชี้แจง

13 ก.ย. 2553

จันทร์ที่แล้วเขียนถึงนายกสมาคมนักแต่งเพลงแห่งประเทศไทย จิตรกร บัวเนียม ที่ได้ไปทาบทามญาติครูไพบูลย์ บุตรขัน เพื่อขอปั้นหุ่นครูไพบูลย์ บุตรขัน อีกตัวหนึ่งเพื่อนำไปไว้ที่วัดไร่ขิง รวมกับหุ่นล้อต๊อก ยอดรัก สลักใจ

นายกแจ่ม หรือ จิตรกร ได้ชี้แจงมาว่า วัตถุประสงค์ตั้งใจจะทำเพื่อให้คนได้ศึกษาเท่านั้น ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์เดียวกันกับที่ครอบครัวครูไพบูลย์กระทำอยู่ เข้าใจว่าท่านต้องการแบ่งแยกสาขากันออกไป เหมือนแฟรนไชส์ ร้านสะดวกซื้อ ใครจะไปศึกษาตรงไหนสะดวกก็ไปกัน เหมือนหุ่นนักร้องหลายๆ คนที่มีกระจัดกระจายอยู่หลายจังหวัด

 อย่างไรก็ต้องฝากนายกไว้ว่า ถ้าความตั้งใจเรื่องการศึกษาก็ขอให้ทำให้ได้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้จริงๆ อย่าให้คนรอบข้างมาทำให้ความตั้งใจของท่านต้องคลาดเคลื่อนหรือบิดเบือนไป อย่างที่เคยเป็นกันมา

 สรุปว่าเรื่องปั้นหุ่นครูไพบูลย์ตัวที่ 2 จะเป็นอย่างไรต่อไปก็ขอให้ได้พิจารณากันอย่างรอบคอบถึงข้อดีข้อเสียที่เกิดขึ้นต่อไป

 พูดถึงกิจกรรมที่อยากให้สมาคมนักแต่งเพลงได้ทำเพื่อฝากไว้เป็นผลงานอีกอย่างหนึ่งคือ รวบรวมประวัตินักแต่งเพลง ครูเพลง และเพลงที่แต่ละท่านแต่งไว้อย่างเป็นสารบบ ให้คนในวงการหรือคนรุ่นหลังได้ศึกษาค้นคว้า

 เพราะคนลูกทุ่งขาดการบันทึกจดจารกันอย่างเป็นหลักฐาน ทำให้การค้นคว้าข้อมูลเป็นไปอย่างลำบาก

 นักแต่งเพลงแต่ละคนก็เหมือนอาชีพปิดทองใต้ก้นพระอยู่แล้ว หากมีการทำข้อมูลอย่างเป็นระบบ และชี้แจงให้ได้เห็นกันชัดเจนว่า หากมีใครต้องการนำเพลงเก่าๆ ไปทำซ้ำหรือทำเพื่อประโยชน์ทางการค้าก็ขอให้ติดต่อกันถูกที่ถูกทาง

 เพราะที่ผ่านมาเคยมีกรณีที่ไปเช่าลิขสิทธิ์กับคนหนึ่งไว้แล้ว ปรากฏว่าไม่ได้เป็นเจ้าของสิทธิ์ที่แท้จริง ทำให้ต้องมีการจ่ายซ้ำซ้อนอีกครั้งทำให้ต้นทุนบานปลายโดยใช่เหตุ

 และศิลปินเก่าๆ บางคนนั้น ท่านมีผลงานการแต่งเพลงอยู่ด้วย ยกตัวอย่างง่ายๆ ลุงแนบ โกษาผล ที่เพิ่งเสียชีวิตไป และฌาปนกิจไปที่วัดหลักสี่ กรุงเทพฯ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

 หลายคนอาจจะมองลุงแนบแค่ว่าเป็นนักแสดงตลกที่มีชื่อเสียงในวงเพชรพิณทองเท่านั้น แต่ความจริงเขาก็เป็นนักแต่งเพลงที่มีลายมือคม ภาษางดงาม เพียงแต่ว่าไม่มีใครเก็บข้อมูลให้เป็นระบบให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้

 สิ่งนี้เป็นหน้าที่ที่สมาคมต้องเร่งดำเนินการอย่างรีบด่วน ส่วนเรื่องการปั้นหุ่นหรืองานเชิดชูต่างๆ น่าจะเป็นลำดับถัดๆ ไป

 อาชีพนักแต่งเพลงทุกวันนี้ต่างตกอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วง การเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในเรื่องการทำงานนั้น มันน้อยนิด ทั้งๆ ที่เพลงบางเพลงเปลี่ยนชีวิตนักร้อง สร้างความร่ำรวยให้แก่ค่ายเพลงมามากต่อมาก

 แต่ชีวิตนักแต่งเพลงที่เห็นๆ กันส่วนใหญ่ มีไม่กี่คนที่มีชีวิตแบบอยู่ดีกินดี หลายคนยังลำบากทั้งๆที่มีเพลงดังในระดับที่คนรู้จักกันทั่วประเทศ

 บางคนนึกน้อยใจไปว่า ถ้าไปเกิดในบางประเทศและมีฝีมือขนาดแต่งเพลงได้ดังขนาดนี้ คงจะเป็นมหาเศรษฐีไปแล้ว

 ฝากเป็นหน้าที่ของสมาคมได้ช่วยกันคิดครับ