
มองผ่านเลนส์คม-ดิจิทัลพอกะเทิน!
ปลายสัปดาห์ที่แล้ว "กรุงเทพธุรกิจ" ได้นำเสนอรายงานวิจัยการตลาดเชิงลึก "เจาะลึกวิถีชนบทแบบ 360 องศา" ของบริษัท แมคแคน เวิลด์ กรุ๊ป ซึ่งได้สำรวจในกลุ่มตัวอย่าง 50 คน ที่ จ.ขอนแก่น อายุ 18-40 ปี
เพื่อสะท้อนวิถีการดำเนินชีวิตและค่านิยม พฤติกรรมการใช้จ่าย การบริโภคสื่อ และความต้องการในอนาคตของกลุ่มชนบทภาคอีสาน
แน่นอน อาชีพหลักผู้ที่อยู่ในกลุ่มตัวอย่างยังอยู่ในภาคเกษตรกรรม กลุ่มสูงอายุทำนา, ทอผ้า, สินค้าหัตถกรรม ส่วนกลุ่มวัยรุ่นทำงานโรงงาน ส่วนใหญ่รายได้ไม่คงที่ ยังคงจัดอยู่ในกลุ่มหาเช้ากินค่ำ
ชีวิตคนชนบททั่วไป ไม่เฉพาะที่อีสาน เป็นอย่างนี้มานานมากแล้ว ภาพเดิมๆ ของคนบ้านนอกได้เปลี่ยนไปตามกระแสสังคมบริโภค มิได้หยุดนิ่งเหมือนที่หลายคนคิด
อย่างในการสำรวจของแมคเคน พฤติกรรมการบริโภคสื่อ คนชนบทอีสานเลือกดูฟรีทีวีในช่วงเช้า เห็นป้ายโฆษณาระหว่างการเดินทาง ฟังวิทยุชุมชนช่วงทำนา และช่วงเย็นดูฟรีทีวี
แต่การเข้าถึงคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตประมาณ 4% ซึ่งต่ำที่สุดของประเทศ
ตรงนี้ที่กองเชียร์ กทช.ให้เมืองไทยเร่งมีการสื่อสารในระบบ 3จี พยายามบอกว่า มันจะทำให้คนชนบทเข้าถึงโลกออนไลน์ได้อย่างเท่าเทียมคนเมือง
อีกด้านหนึ่งที่กองเชียร์ กทช.อาจมองข้ามไป เมื่อแมคเคนสำรวจพบว่า "โทรศัพท์มือถือ" เป็นอุปกรณ์สื่อสารที่เข้าถึงจำนวนมาก กลุ่มผู้ใหญ่จะใช้พูดคุยเป็นหลัก วัยรุ่นใช้ฟังวิทยุ ถ่ายรูป ส่งเอสเอ็มเอส และดาวน์โหลดคอนเทนต์ต่างๆ
ค่าใช้จ่ายของวัยรุ่นในส่วนที่เกี่ยวกับมือถือเพิ่มขึ้น ยิ่งค่ายเพลงยักษ์ใหญ่เจาะตลาดดาวน์โหลดเป็นหลัก มันก็ล้วงเงินจากกระเป๋าวัยรุ่นไปได้ง่ายขึ้น
ที่น่าเศร้า ตามหมู่บ้านต่างๆ เคยเห็นตู้โทรศัพท์ทางไกลสาธารณะถูกปล่อยทิ้งร้าง มันกลายเป็น "อนุสาวรีย์แห่งความด้อยพัฒนา" ของรัฐวิสาหกิจเมืองไทย
เทคโนโลยีมือถือที่เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ทำให้โทรศัพท์พื้นฐานถูกทิ้งไว้เป็นอดีต ขณะเดียวกัน รัฐวิสาหกิจไทยก็งอมืองอเท้า ไม่พัฒนาเครือข่ายออนไลน์สู่ชนบท
จึงอยากเรียกสังคมสื่อสารสมัยใหม่ในชนบทวันนี้ว่า "ดิจิทัลพอกะเทิน" หมายถึงสื่อใหม่แบบครึ่งๆ กลางๆ
อีกผลสำรวจหนึ่งจากแมคเคน คือ ความนิยมในเคเบิลทีวีท้องถิ่น และติดตั้งจานดาวเทียมเพิ่มมากขึ้น เพราะช่วยให้ดูฟรีทีวีชัดขึ้น มีคอนเทนต์หลากหลาย และจานราคาไม่แพงเฉลี่ย 2,000-3,000 บาท
อย่างไรก็ตาม ฟรีทีวีอย่างช่อง 7 สี หรือช่อง 3 ยังเป็นทีวียอดนิยมในกลุ่มคนต่างจังหวัด แต่ในเวลาเดียวกัน พวกเขาก็มีทางเลือกจากทีวีดาวเทียม
ทางเลือกใหม่ๆ มันดีแน่สำหรับคนดู เพราะไม่ถูก "มัดมือชก" ดูรายการซ้ำๆ ซากๆ แต่ในยามที่ทีวีดาวเทียมหรือเคเบิลมันเกิดและเติบโตแบบพอกะเทิน หรือโตครึ่งๆ กลางๆ
ผู้บริโภคย่อมเสี่ยงต่อการรับ "สารสีเทา" หรือ "สารสีดำ" จากทีวีประเภทนี้ จึงฝาก กทช.อีกครั้ง จะทำอะไรก็รีบทำเถอะ
เพราะ "เชื้อโรคร้าย" ที่แทรกซึมอยู่ในทีวีดาวเทียม มันอาจแพร่เชื้อเป็นไวรัสระบาดในเร็ววันนี้!!
แคน สาริกา



