บันเทิง

 ไม่ใช่ “อิ่มหมีพีมัน”
แต่เป็นอาหารและการกินในหนัง

ไม่ใช่ “อิ่มหมีพีมัน” แต่เป็นอาหารและการกินในหนัง

10 ก.ย. 2553

แม้จะ 4-5 ปีไปแล้ว ที่ครั้งหนึ่งทางคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ได้เชิญนักวิจารณ์ 3 คนและผมไปนั่งวิจัยเกี่ยวกับเลือกหนังที่เกี่ยวกับอาหาร เพื่อจะจัดเทศกาลหนังในหมวดนี้อย่างเดียว

  แต่เมื่อจู่ๆ ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีการจัดเทศกาลหนังสมุย ฟิล์มเฟสติวัล ที่กลิ่นของอาหารยังไม่ทันจะจางหาย เมื่อวานนี้ซึ่งเป็นวันพฤหัส ก็มีการแถลงข่าวที่ซอยสุขุมวิท 8 ในร้านกินรีภัตตาคารไปว่า มีการเซ็นสัญญาเกี่ยวกับการทำหนังไทยเรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับอาหารไทย

 จาก 2-3 เรื่องที่เล่ามา เหมือนกันว่าวัฒนธรรมอาหารกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในสังคมไทย หลังจาก ghost tours กำลังเจริญเติบโตในอังกฤษและเอเชีย

 มีคนบอกว่า อ้าว ก็เราเคยมี “ต้มยำกุ้ง” แล้วไง ผมอยากจะอธิบายว่า ต้มยำกุ้งนั้นถูกนำมาใช้เพียงแค่ lebel หรือป้ายบอกทางแปะเอาไว้ มันไม่ได้ทำหน้าที่ใดๆ ในเชิงอาหารหรือในทางวัฒนธรรมการกินอย่างเพียงพอ

 นั่นทำให้คนที่เคยดูหนัง “ต้มยำกุ้ง” ถึงเคยถามว่า ไม่เห็นเลยว่า ต้มยำกุ้ง ได้สอดประสานตัวเองลงไปในพล็อตเรื่องอย่างไร

 ผิดกับหนังญี่ปุ่นนอย่าง Tampopo ที่ผมชอบมากที่สุด หนังเรื่องนี้นอกจากจะเอาอาหารมาเล่นเป็นตัวละครหลักแล้ว บทยังลากเลื้อยลงไปเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ เช่นคนกินจนติดใจและต้องมากินอีก หรือลูกค้ากลายมาเป็นคนรักของคนทำ จนแม้ฉากเมกเลิฟยังมีเส้นเป็นสีสันประกอบฉาก

 มีหนังหลายเรื่อง ที่วัฒนธรรมอาหารกลายเป็นฉากหลักในหนังและสะท้อนลุ่มลึกไปถึงจิตใจของตัวละคร ยกตัวอย่างหนังที่ดังมากในต้นยุค 90 อย่าง eat drink man women ซึ่งลูกสาวสามคนของพ่อครัวหนุ่มใหญ่ ต่างใช้วัฒนธรรมการกินของตัวเอง สะท้อนไปยังวิถีชีวิตตัวตน

 แม้แต่คนที่ชอบทานฟาส์ตฟู้ด ก็มีชีวิตแบบสมัยใหม่กับหนุ่มคนรักในห้องสี่เหลี่ยม

 อีกเรื่องที่ขอพูดถึงก็คือ barbette’s feast ในปี 1987 ถ้า tampopo เป็นการก่อร่างสร้างตัว เราอาจบอกได้ว่า barbette’s feast ก็คือ การไปถึงที...่ปลายทางของหญิงสาวสักคน เป็นการไปถึงทั้งความฝันที่รอคอยมาทั้งชีวิต ด้วยการลงมือทำอาหารเพียงมื้อเดียว

 ผมประทับใจและตามเก็บสะสม dvd หนังเหล่านี้อยู่นาน มีช่วงที่ตัวหนังเกี่ยวกับอาหารขาดตอนไปบ้าง แต่แล้วจู่ๆ ประเทศหนึ่งที่ประกาศตัวว่าจะขายวัฒนธรรมอาหารเต็มตัวอย่างเกาหลี ก็กระโจนตูมตาม ด้วยการให้มีฉากแทรก ฉากเสริมและฉากประกอบเกี่ยวกับอาหารเกาหลี ลงไปในอุตสาหกรรมหนังของเขา ผมว่าวัฒนธรรมการกินในหนังและซีรีส์เกาหลีนี่แหละ ที่ทำให้คนทำหนังหลายคนคิดอยากจะกำกับหนังที่เกี่ยวกับการกินและอาหาร

 เพราะอาหารเหมือนกับเซ็กส์
 มันสามารถถูกใช้เป็นซิมโบลเพื่อบอกถึงสิ่งต่างๆ ได้โดยให้คนดูใช้จินตนาการตีความ(interpretation) เอาเอง
 ประเด็นที่สำคัญนั้น เห็นจะไม่ใช่แค่วิธีคิดว่า เอาฉากอาหารใส่ลงไปในหนังเท่าที่จะมีโอกาส แบบที่ผู้ใหญ่ของบ้านเราคิดว่า ก็แค่เอาอาหารเรียงหน้าเข้าไปในหนัง ก็คงจะสู้เกาหลีได้ เพราะความจริงกว่าก็คือ มันต้องมีวิธีการเรียง อย่างกลมกลืนและนุ่มนวล

ไม่ต่างจากศิลปะการเสิร์ฟจากออเดิร์ฟ ไปสู่ของหวานในเมนูท้าย
 ไม่มีใครรับประกันว่า เท่าที่ผ่านมา 3-4 เหตุการณ์นั้น จะถึงเวลาของหนังที่เกี่ยวกับอาหารหรือยัง แต่มีแน่นอนว่าในอนาคต คุณจะได้ดูหนังไทยที่เกี่ยวกับอาหาร โดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องประเภทแม่พลอย สี่แผ่นดิน หรือสายพันธุ์ “แดจังกึม”
 แต่ที่บอกเล่ามาก็คือ ตอนนี้หนังที่เกี่ยวกับการกินนั้น กำลังมาแล้ว
 แม้ว่ามาเลทกว่าหนังตระกูลอื่น

"นันทขว้าง สิรสุนทร "